5 สถานที่ ทำบุญแก้ชง รับปีจอ 2561

5 สถานที่ ทำบุญแก้ชง รับปีจอ 2561

สำหรับปี 2561 ที่จะถึงนี้ ตรงกับปีนักษัตร ปีจอ ตามความเชื่อของชาวจีน เขาว่าปีที่ชงกับจอเต็มๆ ก็คือ ปีมะโรง ส่วนปีชงร่วมก็มี ปีฉลู ปีจอ ปีมะแม ค่ะ เฮ้อออ ฟังแบบนี้แล้วคนเกิดนักษัตรที่ว่ามาคงไม่สบายใจขึ้นมาทันที เราก็เลยรวบรวม  5  สถานที่ ทำบุญแก้ชง รับปีจอ 2561 มาฝากเพื่อนๆ ให้เลือกไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ได้ตามความสะดวก

  1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)

สถานที่ ทำบุญแก้ชง ที่แรกกือ วัดมังกรกมลาวาส หรือที่เราเรียกกันติดหูว่าวัดเล่งเน่ยยี เป็นหนึ่งในวัดจีนแต้จิ๋วในยุคแรกๆ ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในไทย เป็นสถานที่ประดิษฐานของ พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และองค์เทพเจ้าสำคัญหลายองค์ ผู้คนนิยมมากราบไหว้เพื่อให้เป็นสิริมงคล เสริมดวงชะตา และแก้ปีชง

ที่ตั้ง: ถนนเจริญกรุง ระหว่างซอยเจริญกรุง 19 และ 21 ย่านเยาวราช

*****************************************************************

  1. วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์
    (วัดมังกรกมลาวาส 2 หรือวัดเล่งเน่ยยี่ 2)

วัดเล่งเน่ยยี่ 2 สร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 50 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และได้ตั้งเป็นพุทธสถานให้พุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติธรรม และประกอบพิธีกรรมในศาสนา มีรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยจีนที่สวยงามอลังการ คนที่เกิดปีขาลและปีวอกควรมาไหว้องค์ไท้ส่วย ส่วนคนที่เกิดปีฉลูและปีกุนควรมาไหว้องค์แป๊ะกง สำหรับคนเกิดปีเถาะและปีมะเมียควรมาไหว้เจ้าแม่กวนอิม ส่วนคนที่เกิดปีระกาให้มาไหว้เทพฮั่วท้อ

ที่ตั้ง: ย่านชานเมือง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดบางบัวทอง

*****************************************************************

  1. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (วัดนาจา)

วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม หรือศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ โดยสร้างเป็น วิหาร 4 ชั้น เพื่อ “เฉลิมพระเกียรติครบรอบ 72 พรรษา ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ตั้งอยู่ริมเส้นทางเลียบชายทะเลจากอ่างศิลาไปเขาสามมุข ภายในโออ่าใหญ่โตด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน จุดเด่นด้านศิลปวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ รูปปั้นมังกรซึ่งมีมากถึง 2,840 ตัว กระถางธูปศักดิ์สิทธิ์ เสาฟ้าดิน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีองค์ไท้ส่วยเอี้ย (ดาวเทพคุ้มครองดวงชะตาประจำปีเกิดของมวลมนุษย์) ครบ 60 องค์ ให้ผู้มาเยือนได้ขอพรได้ตรงตามปีเกิด ผู้ที่มากราบไหว้ “องค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ” เชื่อว่าจะทำให้มีชีวิตมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนธุรกิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง

ที่ตั้ง: ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

*****************************************************************

  1. วัดทิพยวารีวิหาร(วัดกัมโล่วยี่)

เป็นวัดจีนเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีปี พ.ศ. 2319 ที่นี่มีองค์เทพสำคัญๆ มากมาย ที่คนนิยมมาไหว้ขอพระและ ทำบุญแก้ชง ผู้ที่เกิดปีมะโรงควรมาไหว้เทพบุ่งเชียง คนปีมะเส็งควรมาไหว้เทพไท้อิม (จันทราเทพ) ส่วนคนปีมะแมให้มาไหว้เทพไท้เอี๊ยง (สุริยะเทพ) ผู้ที่เกิดปีปีระกาให้มาไหว้เทพฮั่วท้อ ส่วนคนที่เกิดปีจอให้มาไหว้เทพฮั้วกวงไต่ตี่ (เทพสามตา)

ที่ตั้ง: ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร เขตพระนคร (บ้านหม้อ) กรุงเทพฯ

*****************************************************************

  1. วัดโพธิ์แมนคุณาราม (วัดโพวมิ้งปออึงยี่)

ขอบคุณรูปภาพจาก: วัดโพธิ์แมนคุณาราม

วัดโพธิ์แมนคุณาราม เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน สังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย ที่มีการผสมผสานของศิลปะจีน-ไทย-ทิเบต ซึ่งถือว่าหาดูยาก  มีสิ่งล้ำค่าอีกอย่างหนึ่งคือ พระคัมภีร์ของวัชรยาน (ทิเบต) นิกายมนตรายาน ซึ่งสมบูรณ์ที่สุดในโลก

ที่ตั้ง: ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ

เนื่องในวันขึ้นปีใหม่นี้ ทาง Travel Mthai ก็ขอให้เพื่อนๆ พบเจอแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต มีความสุขชื่นมื่นตลอดปีนะคะ Happy New Year ค่ะ

 

ท่องเที่ยววิถีชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก รับลมหนาว ใกล้กรุงเทพฯ

หน้าหนาวนี้หากยังนึกไม่ออกว่าจะไปท่องเที่ยวที่ไหน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2 ขอแนะนำสถานที่ ท่องเที่ยววิถีชุมชน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา–ป่าสัก ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท และลพบุรี จะเดินทางไปกลับ หรือนอนค้างสักคืนสองคืน เพื่อสัมผัสความเป็นอยู่แบบวิถีชุมชนก็ยังสบายๆ มาศึกษาข้อมูลดูก่อนว่าน่าท่องเที่ยวแค่ไหน เริ่มที่

หัดปั้นตุ๊กตา 

ที่ ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ราษฎร ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดท่าสุทธาวาส ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีทัศนียภาพโดยรอบร่มรื่นและสวยงาม เป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น ชื่อว่า “คุ้มสุวรรณภูมิ” ชั้นบนแสดงนิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นล่างเป็นที่ทำการของกลุ่มปั้นตุ๊กตาชาววัง มีการจัดแสดงผลงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตุ๊กตาชาววัง พร้อมด้วย ผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดอ่างทองในราคาที่ย่อมเยาเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนแห่งนี้ได้อย่างยั่งยืน

พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตปั้นตุ๊กตาชาววังเรียนรู้การปั้นตุ๊กตาด้วยดินเหนียวที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีไทยต่างๆอาทิเช่นการละเล่นของเด็กไทยวงมโหรีปี่พาทย์สุภาษิตคำพังเพยไทยหรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิดซึ่งล้วนมีความสวยงามน่ารักและรูปแบบต่างๆมากมายนอกจากที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังแห่งนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถชมการปั้นตุ๊กตาชาววังได้ที่บ้านเรือนราษฎรในละแวกนั้นได้อย่างเป็นกันเองเนื่องจากในแต่ละบ้านจะทำตุ๊กตาคนละแบบแตกต่างกันไป

ชมกรรมวิธีการทำกลอง

เรียนรู้การปั้นตุ๊กตาชาววังกันแล้ว  เดินทางต่อมาอีกไม่ไกลมาที่หมู่บ้านทำกลอง ตำบลเอกราช  อำเภอป่าโมก ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา   เป็นหมู่บ้านผลิตกลองที่มีชื่อเสียงและดีที่สุดในประเทศไทย ชาวบ้านริเริ่มผลิตกลองตั้งแต่ พ.ศ.2470 โดยเป็นอาชีพเสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว โดยใช้ไม้ฉำฉามาทำกลองเพราะเป็นไม้เนื้ออ่อนที่สามารถขุดเนื้อไม้ได้ง่าย และอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญ คือ หนังวัว ที่ต้องเตรียมไว้สำหรับขึงทำหน้ากลอง

นักท่องเที่ยวสามารถชมกรรมวิธีการทำกลองซึ่งหาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน  โดยเริ่มการกลึงท่อนไม้ ไปจนถึงขั้นตอนการขึ้นกลอง การฝังหมุด จะได้เห็นถึงฝีมือการทำที่มีคุณภาพ ประณีต สวยงาม และยังสามารถซื้อกลับบ้านได้อีกด้วย

สัมผัสวัฒนธรรมชุมชนลาวแง้ว

ต่อกันด้วย ชุมชนลาวแง้ว บ้านทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ความพิเศษของชุมชนนี้คือชาวบ้านทองเอนนั้น มีบรรพบุรุษเป็นชาวลาว จากหัวเมืองแถบหลวงพระบาง อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านทองเอน เนื่องมาจากสงครามศึกเจ้าอนุวงศ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2371-2373 ดังนั้นเมื่อมาเที่ยวชมบ้านทองเอนนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างชาวไทยและชาวลาวเห็นเด่นชัดในวัฒนธรรมของ ชาวลาวแง้ว ไม่ว่าจะเป็นการพูดภาษาท้องถิ่นการดำเนินชีวิตอาหารพื้นเมืองและประเพณีต่างๆที่พิเศษไม่เหมือนที่ใด

เมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือนจะได้นั่งรถรางชมสถานที่ต่างๆ อาทิ ต้นจำปาร้อยปี ไหว้หลวงพ่อดีศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดกลาง ชมเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 ที่วัดไผ่ดำ ชมกอไผ่ดำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน เยี่ยมชมกลุ่มแม่บ้านทำปลาส้ม กลุ่มจักสานงอบลาวแง้ว ลงเรือเก็บดอกบัวไหว้พระ สานพัดจีน พัดใบตำลึง ชมบ้านเฮือนไทยของใช้ในอดีต เยี่ยมชมบ่อปลาใหญ่ที่สุดของบ้านเชียงราก เยี่ยมชมโรงทำน้ำอ้อยงบร้อยปี กินข้าวนั่งโตกพาแลง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีประเพณีที่หาชมได้ยาก เช่น ประเพณีแห่ข้าวพันก้อน ขึ้น 12-13 ค่ำ เดือน 11 ประเพณีเทศมหาชาดเวชสันดรชาดก งานม่วนซื่นหมู่เฮาไทย–ลาวแง้ว ทองเอน ขึ้น 14-15 กลางเดือน 4 ของทุกปี บุญเบิกบ้านเดือน 6 เป็นต้น รับรองได้ว่ามาเยือนบ้านลาวแง้ว ทองเอน จะได้สัมผัสกับความเป็นลาวแง้วแบบดั่งเดิม และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก ชาวลาวแง้ว อย่างแน่นอน

เยือนชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่ง

หากยังไม่หนำใจการดื่มด่ำวัฒนธรรมแบบชาวลาว เดินทางต่อมาอีกนิดที่จังหวัดชัยนาท มาเยือนชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่ง กุดจอก จ.ชัยนาท ตั้งอยู่ที่บ้านกุดจอก ตำบลกุดจอก อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ชุมชนนี้สืบเชื้อสายมาจากลาวแถบหลวงพระบางเช่นกัน อพยพเคลื่อนย้ายมายังแผ่นดินไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์แถบจังหวัดกาญจนบุรี–สุพรรณบุรี และได้ย้ายมาตั้งบ้านเรือนบริเวณบ้านกุดจอกเป็นระยะเวลากว่าร้อยปี ทำให้เกิดการผสมผสานชาติพันธุ์ตลอดจนวิถีชีวิตวัฒนธรรม แต่ยังคงมีการสืบสานวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของตน มีร่องรอยของประวัติศาสตร์ ประเพณี พิธีกรรม ความเชื่ออันเกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของ ลาวครั่ง ชุมชนได้เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมเยือน

โดยมีสถานที่สำคัญและสิ่งที่น่าสนใจ ดังนี้ วัดศรีสโมสร เป็นวัดสำคัญประจำหมู่บ้าน ที่หอสวดมนต์เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร มีเนื้อที่จัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดแสดงเรื่องทางศาสนา มีพระพุทธรูปปางต่างๆ ส่วนที่สองจัดแสดงประวัติชุมชน เล่าเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนที่สามเป็นเรื่องของใช้โบราณที่บรรพบุรุษในชุมชนใช้มาจัดแสดง อาทิ ผ้าทอ คัมภีร์ใบลาน ภาพหอเก็บ

ภายใน ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่ง กุดจอก มีการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีและได้เปิดบ้านให้ผู้สนใจได้มาศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต คือ ภูมิปัญญาเกี่ยวกับการทำขนมจีนโบราณ การทอผ้าพื้นเมือง การจักสาน การทำอาหารท้องถิ่น สมุนไพรพื้นเมือง การผลิตข้าวซ้อมมือ พิธีกรรมความเชื่อ พิธีบายศรีสู่ขวัญ และการรับประทานอาหารพื้นเมือง มีการจัดงานประเพณี “ต้อนฮับสังขาร บุญสงกรานต์ปีใหม่ไท” ในระหว่างวันที่    14-16 เมษายนของทุกปี

ท่องเที่ยววิถีชุมชนที่บ้านมหาสอน

เต็มอิ่มกันด้วยการศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมแบบชาวลาวแง้วและลาวครั่ง มาต่อกันที่การ ท่องเที่ยววิถีชุมชน ที่บ้านมหาสอน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี  เป็นชุมชนที่อยู่ริมคลองบางขาม ซึ่งเป็นสายน้ำประวัติศาสตร์ ชาวมหาสอนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีอาชีพเกษตรเป็นหลัก น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ดำเนินชีวิต

เมื่อเข้ามาในชุมชน นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถอีแต๋นเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ บ้านสวนขวัญ บ้านชมการเพาะเห็ดที่บ้านเห็ด ไหว้พระทำบุญที่วัดมหาสอน ชมพระนาคปรกที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งพระประจำจังหวัดลพบุรี ชม วัดห้วยแก้ว เจดีย์ที่สร้างด้วยแรงศรัทรา ไหว้พระแม่จามเทวีที่วัดบางพึ่ง ล่องเรือชมวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำ ถ่ายรูปกับหนุมานอ้าปาก ที่วัดคุ้งท่าเลา ชมทิวทัศน์ ยามเย็นชมแพปลาที่บ้านญวณ ชม โบสถ์คริสต์ วัดนักบุญลูกา มีอายุ 101 ปี ชมบ้านไม้โบราณ และเรื่องเล่าจากคลองบางขาม เรียนรู้กับภูมิปัญญาไทย ชมการทำผ้าบาติกน้ำเต้าหู้ ชมพิพิธภัณฑ์เกษตรวิถีถิ่น ชมการงานฝีมือสานตะกร้า สู่สินค้าโอทอปห้าดาวระดับประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์ปั้นและจำหน่ายตุ๊กตาชาววัง โทร. (035) 662-995 เปิดทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น.
ชุมชนวัฒนธรรมลาวครั่ง กุดจอก จ.ชัยนาท คุณนิวัฒนกร ศรีธรรมา โทร. 098-787-5421
ชุมชนลาวแง้ว บ้านทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี คุณปราณี บัวผนัส โทร.085-172-3312
บ้านมหาสอน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี  คุณอิงณภัสร์ วงษ์สิทธิชัย โทร. 084-775-1435

 

รับส่วนลด 500 บาท! เมื่อพักที่ เสม็ด พาวิลเลี่ยน รีสอร์ท (Samed Pavilion Resort) จ.ระยอง

เสม็ด พาวิลเลี่ยน รีสอร์ท (Samed Pavilion Resort) จ.ระยอง                      

มอบส่วนลดทันที 500 บาท เมื่อจองโรงแรมนี้

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

เสม็ด พาวิลเลี่ยน รีสอร์ท (Samed Pavilion Resort) จ.ระยอง รีสอร์ทบนอ่าวไผ่ เกาะเสม็ด ซึ่งรีสอร์ทตั้งอยู่ห่างจากชายหาดประมาณ 40 เมตร ระยะเวลาเดินทางโดยรถ จากท่าเรือหน้าด่านเพียง 15นาที ค่ารถโดยสารคนละ 30 บาท หรือจะเหมารถทั้งคัน ราคาจะอยู่ที่ 200 บาท/คน/เที่ยว เมื่อเดินทางมาถึงท่านก็จะได้พบกับประตูทางเข้าที่ใหญ่และสวยงาม ภายในบริเวณรีสอร์ทจะเต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ดูแล้วสดชื่น มองเห็นตึกที่พักอาศัยหลายตึกแยกตามประเภทของห้องพัก

ห้องพักมีมากมายหลากหลายรูปแบบต่างกันทั้งสีสัน ราคา และจำนวนคนที่จะเข้าพัก เริ่มตั้งแต่

ห้องดีลักซ์ ซึ่งสามารถนอนได้ 2 คน สำหรับห้องพักแบบนี้ เราก็สามารถเลือกได้ว่า จะนอนห้องที่ตกแต่งเป็นลักษณะไหน โดยรีสอร์ทจะแบ่งเป็น ตึกออคิด ห้องจะออกหวานๆ เหมาะสำหรับมากันเป็นครอบครัว ตึกเบิร์ดพาราไดซ์ เหมาะสำหรับคู่รัก จะมีโคมไฟแชนเดอร์เลียหรือที่เราเรียกโคมไฟระย้า และผ้าม่านสีสดประดับตกแต่งในห้องพัก สุดท้ายตึกชบา เหมาะสำหรับวัยรุ่นหรือเพื่อนฝูงที่มาเที่ยวด้วยกัน เพราะสีสันที่ตกแต่งภายในห้องจะเน้นสีสด เช่น เขียว ชมพู ส้ม ห้องน้ำของทุกตึกจะตกแต่งเป็นสไตล์โมเดิร์น

ห้องพักแบบต่อไป จะเรียกว่า ทริปเปิ้ลรูม สามารถนอนได้ 3 คน ตึกนี้จะถูกเรียกว่าเมอรายา ที่แปลว่า ดอกแก้ว และจะมีประตูที่สามารถเชื่อมต่อไปหาห้องพักห้องข้างๆได้อีกด้วย หากมากันเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวใหญ่ หลายๆคน ก็สามารถแจ้งกับโรงแรมได้ว่าต้องการห้องที่สามารถเปิดประตูตรงกลางไปหากันได้ การตกแต่งเน้นสีสัน สดใส

ห้องพักแบบสุดท้าย แฟมมิลี่รูม จะอยู่ที่ตึก วอเตอร์ลิลลี่ ที่แปลว่า ดอกบัว ห้องพักแบบนี้จะนอนได้ 4 คน ห้องนี้จะโอ่โถงและกว้างขวางที่สุด สไตล์การแต่งห้องก็ยังคงความเป็นโมเดิร์น

และห้องพักทุกๆแบบ ท่านก็ยังสามารถเสริมที่นอนเพิ่มได้ซึ่งราคาที่จ่ายก็จะรวมอาหารเช้าให้ด้วย สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกก็จะประกอบไปด้วย เครื่องปรับอากาศ LCD ทีวี เครื่องทำน้ำอ่น ตู้เย็น ฟรี Wi-Fi อุปกรณ์อาบน้ำ

และสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในรีสอร์ทก็จะประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำ ที่คอยให้บริการแขกที่เข้ามาพักทุกคน มีทั้งสระเด็ก สระผู้ใหญ่ และ จากุซซี่ พนักงานต้อนรับตลอด 24 ชม. หนังสืออ่านเล่นที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้แขกยืม

วันหยุดนี้ หากท่านต้องการพบกับหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใสๆ ท่านต้องไม่พลาด เสม็ดพาวิลเลียนรีสอร์ท เกาะเสม็ด ใกล้กรุงเทพนิดเดียว

สถานที่ตั้ง
เสม็ดพาวิลเลียนรีสอร์ท อ่าวไผ่ ตั้งอยู่จากชายหาดอ่าวไผ่ประมาณ 40 เมตร เดินทางด้วยรถโดยสารจากท่าเรือหน้าด่านเพียง 15 นาที ค่ารถโดยสารท่านละ 30 บาท ค่าเรือโดยสารไป – กลับ
(เรือธรรมดา) ท่านละ 100 บาท หรือ สามารถเหมาเรือเร็ว (Speed Boat) มาลงโดยตรงที่ด้านหน้าหาดอ่าวไผ่ เสม็ดพาวิลเลียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ตัวอย่างห้องพัก

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

เงื่อนไข:

-ห้องพักทุกประเภท 2 วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-รับส่วนลด 500 บาท เมื่อมียอดชำระค่าห้องพักตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก Travel Guru เท่านั้น
-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon
-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง (Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ
-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนเข้าพัก
-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-1007008  เท่านั้น
-ไม่สามาถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆหรือแลกเป็นเงินสดได้
-กรณีเลื่อนวันหรือยกเลิกการเดินทางต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ และ สามารถเลื่อนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
-หากของรางวัลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทจะหาของรางวัลที่มูลค่ามากกว่าหรือเทียบเท่ามาชดเชยให้

ระยะเวลา: วันนี้ – 31 มี.ค. 61

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.hotelsthailand.com/thailand/koh-samet/samed-pavilion-resort.html