ยิ้มละไม ที่ สวนละไม จ.ระยอง ชมทุ่งคอสมอส อร่ามตาบนเนินเขา

สวนละไม จ.ระยอง ชมทุ่งคอสมอส
และปอเทือง อร่ามตาบนเนินเขา

วันหยุดยาวเที่ยวไหนดี? นี่เลย สวนละไม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ไปชมทุ่งคอสมอส เล่นกับน้องแกะ เสพบรรยากาศบนภูเขา ดื่มกาแฟ ทานสเต็ก ตบท้ายด้วยเค้กสักจาน ฟินเวอร์ๆ ถึงจะไม่ใช่ช่วงผลไม้ แต่ก็มีกิจกรรมให้ทำตลอด แวะเวียนมาได้เสมอๆ

นอกจากจะได้ภาพสวยๆ ของดอกคอสมอสสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง ที่บานสะพรั่งไปทั่วทิวเขา ยังมีทุ่งปอเทืองเหลืองอร่ามสดใส พริ้วไหวตามแรงลม ถัดมาไม่ไกลกัน มีฟาร์มแกะ Lamai Sheep Farm ให้ได้สัมผัสความรักและป้อนอาหารน้องแกะขนฟูนุ่มกว่า 30 ตัว

มาเที่ยวสวนละไม เราสามารถนั่งรถรางชมสวนผลไม้บนภูเขา สวนดอกไม้ ไร่สตรอว์เบอร์รี่ สวนลำใย แปลงผักสวนครัว แล้วต้องไม่พลาดแวะเช็คอินคาเฟ่เปิดใหม่ วิวดีงามล้านแปด มองเห็นทิวเขาโอบล้อมทุกทิศทาง ธรรมชาติสุดๆ แถมช่วงนี้ค่าเข้าแค่ 100 บาทเอง ถูกมากกก ><

ในช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงฤดูกาลผลไม้ สวนละไมจะจัดกิจกรรม “เที่ยวชมสวน และทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้” ทั้ง เงาะ มังคุด ทุเรียน สละ ลองกอง ลำไย ส้มโอ องุ่น ชมพู่ ฯลฯ พร้อมสนุกและเต็มอิ่มไปกับการเก็บผลไม้ทานสดๆ จากต้น แบบไม่อั้น  โดยปีนี้จะเริ่มเปิดให้ทานตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. ถึง 15 ก.ค. บัตรผู้ใหญ่ 490 บาท และ บัตรเด็ก 250 บาท

อย่าลืมพกกล้อง มีตากล้องส่วนตัวก็ควงไปด้วย และขาดไม่ได้เลย ชุดกับพร๊อพสวยๆ ไปถ่ายรูปกันนะคะ สวนละไมเปิดทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น. รับประกันมาแล้วยิ้มละไมกลับบ้านแน่นอน

ขอบคุณรูปภาพจาก : สวนละไม / Suan Lamai

 

นักเดินทางเช็คด่วนก่อนเที่ยว!! กำหนดปิดอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่พักแรม 2561

กำหนดปิดอุทยานแห่งชาติ
และพื้นที่พักแรม 2561

นักเดินทางสายธรรมชาติ น้ำตก เกาะ ภูเขา เช็คด่วนๆ ‘กำหนดปิดอุทยานแห่งชาติ และที่พักแรม ปี 2561′ อัพเดทไว้จะได้ไม่เสียเวลาไปเก้อกันนะ

เพราะการที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ เข้าไปเที่ยวในอุทยานฯ ไม่ว่าจะเดินป่า ปีนเขา ดำน้ำ ย่อมส่งผลกระทบทางลบต่อธรรมชาติไม่มากก็น้อย ทางอุทยานฯ จึงต้องมีการปิดปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และสวยว้าวน่าเที่ยวดังเดิม

อย่ารอช้า เรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าแต่ละอุทยานแห่งชาติ ปิดวันไหนถึงวันไหนบ้าง ซึ่งเท่าที่เช็คจากจากตารางแล้วเนี่ย ก็คงไม่นานเกินรอ เดี๋ยวสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เหล่านี้ก็จะกลับมาเปิดบ้านให้เราเข้าไปเสพอากาศบริสุทธิ์และสนุกสนานกันอีกครั้ง

ภาคเหนือ

ภาคตะวันออก

ภาคใต้

ภาคตะวันตก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักอุทยานแห่งชาติ – National Parks of Thailand

 

เที่ยวลพบุรี เยือน 5 แลนด์มาร์ค เมืองละโว้ ยุคทองของสมเด็จพระนารายณ์

เที่ยวลพบุรี เยือน 5 แลนด์มาร์ค
เมืองละโว้ ยุคทองของพระนารายณ์

เที่ยวลพบุรี เยือน เมืองละโว้ ที่เคยรุ่งโรจน์สูงสุดในสมัยพระนารายณ์มหาราช ตามรอยละครบุพเพสันนิวาส กับสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่บางแห่งก็หลงเหลือเพียงซากโบราณสถานให้ได้ระลึกถึง

หลังจากละครออนแอร์ฉากพี่ขุนเดชประคองแม่หญิงควบม้าชมเมืองละโว้ ก็ทำเอาหลายคนสนใจอยากแต่งชุดไทยตามไปเที่ยวด้วย และเพื่อให้ได้อรรถรสในการชมละครเพิ่มขึ้น งั้นเราขออาสาพาไปสำรวจเส้นทาง เที่ยวลพบุรี หรือ เมืองละโว้ ชี้พิกัดโลเคชั่นต่างๆ ที่ตัวละครได้เอื้อยเอ่ยกล่าวไว้

บ้านหลวงรับราชทูต

บ้านวิชาเยนทร์ หรือ บ้านหลวงรับราชทูต ตั้งอยู่บนถนนวิชาเยนทร์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี สร้างขึ้นเพื่อใช้ต้อนรับคณะทูตจากประเทศฝรั่งเศสชุดแรกที่เข้ามาในกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ.2228 ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ อีกทั้งยังเป็นบ้านพักของ ท้าวทองกีบม้า กับสามี เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ หรือ หลวงสุรสาคร (คอนสแตนติน ฟอลคอน) สมุหนายกชาวกรีก คนโปรดของสมเด็จพระนารายณ์

โดยจะปรากฏอยู่ในฉากตอนที่ขุนศรีวิสารวาจา พาแม่หญิงการะเกดมาเยี่ยมแม่มะลิที่ เมืองละโว้ หรือ ลพบุรี ณ บ้านพักของฟอลคอน

***************************************************************

 พระนารายณ์ราชนิเวศน์

พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท – พระที่นั่งท้องพระโรง สำหรับต้อนรับคณะราชทูตต่างประเทศ

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือ วังนารายณ์ สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สำหรับใช้แปรพระราชฐาน ออกว่าราชการ ต้อนรับแขกมือง และล่าสัตว์ ต่อมาเมื่อสมเด็จพระนารายณ์ฯ เสด็จสวรรคต สถานที่แห่งนี้ก็ถูกปล่อยทิ้งร้างตั้งแต่นั้น กระทั่งได้รับการบูรณะ ฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้มีการสร้างพระที่นั่งพิมาณมงกุฎและหมู่ตึกพระประเทียบขึ้นมาใหม่ ทรงพระราชทานนามว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ 

ปัจจุบัน วังนารายณ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ตลอดจนภาพประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น  ภาพวาดรูปเหมือนขุนศรีวิศาลวาจา (หมื่นสุนทรเทวา)  ภาพเขียนเจ้าพระยาโกษาปาน ภาพคณะราชทูตฝรั่งเศสเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ ภาพคณะทูตไทยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยที่ 14 เป็นต้น

***************************************************************

พระปรางค์สามยอด

ฉากควบม้าสุดสวีทของพระ-นาง เรื่องบุพเพสันนิวาส เกือบทำมดขึ้นจอทีวี เมื่อทั้งสองได้ไปเที่ยวสถานที่สำคัญต่างๆ ในเมืองละโว้ และได้ทำให้ใครหลายคนรู้สึกสนใจ พระปรางค์สามยอด ขึ้นมา

พระปรางค์สามยอด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ริมทางรถไฟใกล้กับศาลพระกาฬ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และแลนด์มาร์คสำคัญแห่งหนึ่งของลพบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีลักษณะเป็นปราสาทขอม ศิลปะแบบบายน พระปรางค์สร้างจากศิลาแลง และฉาบปูนอย่างสวยงาม เรียงต่อกัน 3 องค์  มีฉนวนทางเดินเชื่อมถึงกัน เรียกว่า มุขกระสัน สำหรับออเจ้าที่สนใจอยากเข้าชม สามารถมาเที่ยวได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.

***************************************************************

หอดูดาววัดสันเปาโล

สมเด็จพระนารายณ์โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง หอดูดาววัดสันเปาโล พร้อมโบสถ์และที่พัก เพื่อให้บาทหลวงคณะเยสุอิต นักคณิตศาสตร์ 12 รูป ที่พระองค์ทรงขอจากฝรั่งเศสได้ใช้สอยดำเนินงาน ทั้งยังเสด็จฯ มาดูงานก่อสร้างด้วยพระองค์เอง และสนับสนุนอุปกรณ์ดาราศาสตร์ในหอดูดาวนี้ด้วย

สำหรับหอดูดาว ใช้เป็นหอสังเกตุการณ์ด้านดาราศาสตร์ แห่งแรกในกรุงสยาม มีลักษณะเป็นหอแปดเหลี่ยม นอกจากนี้ ยังมีเรือนพักและพบฐานสิ่งก่อสร้าง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นโบสถ์ฝรั่งแต่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ปัจจุบันเหลือเพียงซากของผนังหอดูดาวบางส่วน กับฐานของอาคารที่สันนิษฐานว่าเป็นที่พักและโบสถ์ฝรั่งเท่านั้น

***************************************************************

พระที่นั่งไกรสรสีหราช

พระที่นั่งไกรสรสีหราช พระที่นั่งเย็น หรือตำหนักทะเลชุบศร สมเด็จพระนารายณ์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับพักร้อน และสำรวจจันทรุปราคา โดยมีบันทึกของชาวฝรั่งเศสเขียนไว้ว่า เป็นที่เหมาะสมสำหรับมองท้องฟ้าได้ทุกด้าน มีพื้นที่กว้างพอในการติดตั้งเครื่องมือ กล่าวได้ว่าการศึกษาดาราศาสตร์เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ณ พระที่นั่งเย็น จังหวัดลพบุรี นี่เอง

องค์พระที่นั่งตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลชุบศร มีเขื่อนหินถือปูนล้อมรอบ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นอาคารไทยชั้นเดียว แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหน้าเป็นห้องโถงมีมุขเด็จ ส่วนกลางเป็นที่ประทับส่วนพระองค์และส่วนหลัง เป็นที่พักฝ่ายใน  สภาพปัจจุบันคงเหลือกำแพงและผนัง ส่วนทะเลชุบศรในสมัยโบราณนั้นเป็นที่ลุ่มมีน้ำขังอยู่ตลอด สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงพระกรุณา  โปรดเกล้าฯ  ให้ทำทำนบใหญ่กั้นน้ำไว้ เพื่อชักน้ำจากทะเลชุบศรผ่านท่อน้ำดินเผาไปยังเมืองลพบุรี

แต่ละสถานที่แม้จะชำรุดและเสื่อมโทรมตามกาลเวลา อย่างไรก็ดี ยังคงเหลือหลักฐานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้เราจดจำ ใครสนใจอยากแพลนทริปเที่ยวเมืองเก่าอย่างลพบุรี หยุดเสาร์อาทิตย์นี้มาเที่ยวกันนะคะ การเดินทางสะดวก ไม่ไกลกรุงเทพ จะเลือกขับรถมาเองก็ชิล หรือนั่งรถไฟกินลมชมวิวก็เพลิน

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : tourismthailand, wikipedia, infothailand, tourismthailand