สูตร หมูกระจก พร้อมสูตรน้ำจิ้มรสเด็ด

หมูกระจก ที่นำมาทานเล่นๆ หรือทานแบบจริงจังก็ได้ หมูกระจกจะคล้ายๆ กับแคบหมู แต่หมูกระจกจะทำมาจากหนังหมูที่ติดมัน ชิ้นจะเล็กกว่าแคบหมูที่ทำมาจากหนังหมูล้วนๆ มักจะชอบนำมากินแกล้มเบียร์หรือกินกับส้มตำ แม้กระทั่งกินเปล่าๆ ก็ยังได้ มีน้ำจิ้มสำหรับหมูกระจกด้วย วันนี้เรามาแนะนำสูตร หมูกระจก ทำกินกันเองง่ายๆ หรือจะทำขายด้วยก็ดี

สูตร หมูกระจก พร้อมสูตรน้ำจิ้มรสเด็ด

moo (1)

ส่วนผสม

  • ปูนแดง 1/4 ช้อนชา
  • หมูสามชั้น 1 กิโลกรัม
  • เกลือป่น ครึ่งช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด 4 ถ้วยตวง หรือประมาณน้ำมันให้เต็มกระทะ

วิธีทำ

  1. ต้มหมูสามชั้นให้สุก แล้วยกขึ้นมาให้วางทิ้งไว้ให้หมูสามชั้นหายร้อนแล้วหั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นบางๆ
  2. ผสมแป้งข้าวเจ้าโดยใส่น้ำพอให้แป้งไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป จากนั้นก็ตามด้วยแป้งสาลี ปูนแดง และเกลือครั้งช้อนชา ผสมให้ทุกอย่างเข้ากัน
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันด้วยไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อนก็ลดร้อนลงให้เป็นไฟอ่อน แต่ไม่ถึงกับอ่อนมาก นำหมุที่หั่นไว้แล้วลงไปคลุกกับแป้ง แล้วนำลงทอดทันที
  4. ทอดจนหมูเหลืองกรอบน่ารับประทาน นำขึ้นมาพักบนตระแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน จนหมูแห้งกรอบเป็นหูกระจก

วิธีทำน้ำจิ้มหมูกระจก

เอาพริกชี้ฟ้าลงโขลกกับกระเทียม เกลือป่น ผสมกับน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย
รวมกับน้ำซุปกระดูกหมูชิมให้กำลังดีตามชอบ

ที่มาจาก ekkathaifood

สวนกลางกรุง Humming Birds Kitchen and Garden โยธินพัฒนา 3

หากใครที่กำลังมองหาร้านอาหารนั่งพักชิลล์ๆ หลังจากทำงานช่วงเย็นๆ แบบบรรยากาศในสวนสบายๆ สูดอากาศสีเขียวให้ชุ่มปอด และทานอาหารอร่อยๆ ควบคู่กันไป แต่ไม่อยากเดินทางไปไกลถึงต่างจังหวัด ต้องที่นี่เลย

สวนกลางกรุง Humming Birds Kitchen and Garden โยธินพัฒนา 3

สวนกลางกรุง Humming Birds Kitchen and Garden โยธินพัฒนา 3

Humming-Birds003

แวะมาเติมความสดชื่น กับบรรยากาศร้านอาหารร่มรื่นเย็นสบาย อย่าง ฮัมมิ่ง เบิร์ด คิทเช่น & การ์เด้น (Humming Birds Kitchen and Garden) ซึ่งชื่อฮัมมิ่ง เบิร์ด หมายถึง นกที่เล็กที่สุดของโลก เข้ากับตัวร้านที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ออกแบบคล้ายเรือนกระจกรอบด้านที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณระหว่างทานอาหาร โดยร้านตั้งอยู่บริเวณโยธินพัฒนา 3 ใกล้กับเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา

Humming-Bird009

Humming-Bird008

โดยคุณชาต อารยะจิติพงษ์ และภรรยา เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังถึงความตั้งใจที่อยากจะทำร้านอาหารสไตล์โฮมเมดบรรยากาศอบอุ่น โดยเลือกพื้นที่ถัดจากร้าน บ้านก้ามปู ซึ่งเป็นของคุณพ่อ อาจารย์สุรัตน์ วัณโณ ปลูกร้าน และได้แบ่งร้านนี้ออกเป็น 3 โซน โซนแรกมุมโซฟาสไตล์เก๋ๆ โซนที่ 2 หน้าบาร์  และโซนที่ 3 มุมติดกระจกสามารถมองชมสวนได้ตามความชอบของลูกค้า

Humming-Bird003

มาถึงเมนูอาหารที่อยากแนะนำของร้านนี้ นั่นคือ ปลากระพง ฟลอเรนทีน (450 บาท) ที่ถูกอบมาในผักโขมอบชีส ตามด้วยเมนูเนื้อสตริปลอยน์ย่างจิ้มแจ่ว (390 บาท) ที่ผสานความเป็นไทยเข้ากันได้อย่างลงตัว จนคุณต้องติดใจ ยิ่งหากใครที่ชอบทานเนื้อเป็นชีวิตจิตใจลองสั่งเมนูฟีเลโพรวองซาล (590 บาท) เป็นเนื้อนิวซีแลนด์ราดซอสเนยกระเทียม สมุนไพร หรืออยากลองเปลี่ยนจากเนื้อมาทานอาหารทะเล อย่าง กุ้งแช่น้ำปลาวาซาบิตัวโต(180 บาท) รสชาติซี๊ดซ้าดซะใจ หรือเมนูหอยแมลงภู่แปซิฟิคอบไวน์ขาว (240 บาท)รสชาตินุ่มลิ้น จนคุณต้องลอง…ถึงจะรู้

Humming-Bird001

เนื้อสตริปลอยน์ย่างจิ้มแจ่ว

Humming-Bird002

กุ้งแช่น้ำปลาวาซาบิ

สูตร แซลมอนทอดราดน้ำปลา จากวัตถุดิบญี่ปุ่นกลายเป็นเมนูไทย

ปลาแซลมอนดิบ หรือสเต็กปลาแซลมอนคงจะเรื่องเก่าและไม่น่าตื่นเต้นไปแล้ว เมื่อเจอสูตร แซลมอนทอดราดน้ำปลา สูตรเด็ดจากแฟนเพจ Coe’s Kitchen เมนูไทยๆ แต่ใช้เนื้อปลาที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยจากแดนอาทิตย์อุทัย  เนื้อหวานฉ่ำ นำไปทอดจนเนื้อแซลมอนเป็นสีส้มอมชมพู บวกกับความเด็ดดวงของน้ำจิ้มซีฟู้ด เราไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

สูตร แซลมอนทอดราดน้ำปลา จากวัตถุดิบญี่ปุ่นกลายเป็นเมนูไทย

salmon001

ส่วนผสม

  • เนื้อปลาแซลมอน 400-500 กรัม
  • น้ำตาลทรายประมาณ 1 1/2 ชต.
  • น้ำปลาดีประมาณ 4-5 ชต.
  • น้ำมันงา 1 ชช.
  • น้ำเปล่าประมาณ 2 ชต.
  • น้ำมันพืช สำหรับทอด

น้ำจิ้มซีฟู้ด

  • กระเทียมไทยแกะเปลือกประมาณ 2 ชต.
  • รากผักชีหั่น 5 ราก
  • พริกขี้หนูสวนสีเขียว 20 เม็ด (หรือตามชอบ)
  • น้ำตาลทรายประมาณ 2 ชต.
  • น้ำมะนาวประมาณ 5-6 ชต.
  • น้ำปลาดีประมาณ 4 ชต.

วิธีทำ

1.ผสมน้ำตาลทราย น้ำปลาดี น้ำมันงาและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน คนให้เข้ากันดี ชิมรสเพิ่มเติมตามชอบ พักไว้

2.ล้างเนื้อปลาแซลมอนแล้วซับให้แห้ง จากนั้นหั่นเป็นชิ้นๆ ใหญ่และหนาพอประมาณ พักไว้

3.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนได้ที่ นำเนื้อปลาแซลมอนลงทอดจนสุก มีสีเหลืองสวยทั้งสองด้าน (ปลาแซลมอนไม่ต้องทอดนานนะคะ ไม่งั้นเนื้อปลาจะแข็ง) ตักขึ้นใส่จาน พักไว้

4.เทน้ำมันในกระทะออกให้เหลือประมาณ 1 ชต. จากนั้นใส่ส่วนผสมในข้อที่ 1 ลงไป ผัดจนเดือดและน้ำตาลละลายดี ปิดไฟ ตักราดลงบนเนื้อปลา เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดค่ะ

5.น้ำจิ้มซีฟู้ด:ปั่นทุกอย่างเข้าด้วยกัน ชิมรสเพิ่มเติมตามชอบค่ะ

salmon002

ขอบคุณสูตรและรูปภาพจาก แฟนเพจ Coe’s Kitchen