สุดยอดสูตร วาฟเฟิล ใครได้กินเป็นต้องยกนิ้ว !!!

จริงๆ แล้วต้นกำเนิดของ วาฟเฟิล มีมาตั้งแต่ยุคสมัยใดนั้นไม่มีระบุไว้อย่างแน่ชัด บางก็ว่าเกิดมาตั้งแต่สมัยยุคกรีกโบราณ ที่มีการนำแป้งสาลี ไข่ และนมมาผสมรวมกันแล้วนำไปราดบนหินร้อนๆ ลักษณะคล้ายเค้ก บ้างก็ว่าเกิดมาจากผู้อพยพชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งที่แล่นเรือไปแสวงโชคที่อเมริการาวๆ ปี ค.ศ.1620 แล้วเป็นผู้ที่ทำให้วาฟเฟิลเป็นที่รู้จัก จนกลายเป็นขนมที่โด่งดังไปทั่วโลก วันนี้ Food.Mthai จึงขอนำเสนอสุดยอดสูตรวาฟเฟิลที่เรียกว่า The Very Best Waffles ที่ทั้งหอม ทั้งอร่อย รับรองใครได้กินเป็นติดใจ แถมทำเองได้ไม่ยากด้วยค่ะ

The Very Best Waffles

homemade-waffle-recipe

ส่วนผสม :
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วยตวง
แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วยตวง
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ผงอบเชยป่น (Cinnamon) 1/2 ช้อนชา
ผงลูกจันทน์เทศป่น 1/8 ช้อนชา
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
บัตเตอร์มิลค์ (Buttermilk) 3/4 ถ้วยตวง
นมจืด 1/4 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 6 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่เบอร์ใหญ่สุด 1 ฟอง (แยกไข่ขาว-ไข่แดง)
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา

waffle2

วิธีทำ
1. อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลไว้ที่ 200 °F
2. ส่วนผสมของแห้ง นำแป้งสาลีอเนกประสงค์, แป้งข้าวโพด, เกลือ, ผงอบเชย, ผงลูกจันทน์เทศ, ผงฟู และเบคกิ้งโซดา ลงในชามผสมขนาดกลาง
3. นำบัตเตอร์มิลค์, นมจืด, และน้ำมันพืช ในอัตราส่วนที่ตวงไว้มาผสมลงให้ถ้วยตวงปริมาณและใส่ไข่แดงที่แยกไว้ลงไปผสมให้เข้ากัน
4. เตรียมชามผสมอีกใบ ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟองนุ่มๆ จากนั้นใส่น้ำตาลแล้วตีต่อจนไข่ขาวขึ้นยอดสีขาวเงา เติมกลิ่นวานิลลาแล้วตะล่อมให้กลิ่นวานิลลาผสมทั่วไข่ขาว
5. เทส่วนผสมของบัตเตอร์มิลค์ที่ผสมไว้ในข้อที่3 ลงไปส่วนของแห้งที่ผสมไว้ในข้อที่1 แล้วตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนแป้งละลายเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
6. จากนั้นนำไข่ขาวที่ตีจนขึ้นยอดลงไปผสมกับเนื้อแป้งในชามผสม โดยใช้วิธีค่อยๆ ตะล่อมให้ไข่ขาวผสมเข้ากับตัวแป้งจนไปสีเหลือนวลและให้แป้งดูนุ่มและขึ้นฟู เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
7. จัดการเทสุดยอดแป้งวาฟเฟิลเราผสมไว้ ลงในเครื่องทำวาฟเฟิลแล้วรอจนวาฟเฟิลสุกแล้วจัดเสิร์ฟคู่กับเมเปิ้ลไซรัป วางเนยสดหอมๆ และไอศกรีมกลิ่นวานิลลา หรือจะราดด้วยซอสซ็อคโกแลตแล้วตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่สดหันเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าก็อร่อยไม่แพ้กันนะคะ

ขอบคุณสูตรและภาพประกอบจาก :
http://www.bunsinmyoven.com/2012/05/30/the-very-best-waffles
www.pinterest.com

พบกับเมนูสูตรขนมอีกมากมายได้ที่ >>>Mbookstore<<<

Book1

sava dining (ซาว่า ไดนิ่ง) ร้านอาหารเก๋ๆ ที่ The EmQuartier

The EmQuartier เป็นห้างเปิดใหม่ที่ว่ารวมสุดยอดร้านอาหารชั้นเลิศไว้ไม่ต่ำกว่า 60 ร้านค้า ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ ร้านดังมารวมไว้ที่นี่ ตามรอยนักชิม ก็ไม่พลาดที่จะมาชิมร้านอาหารแห่งนี้ มากันที่ร้านแรก อย่าง ร้าน sava dining ร้านอาหารไทย ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร

sava dining

ร้าน Sava Dining อยู่ภายในอาคาร Helix Quartier(อาคารA) ชั้น 6  ขึ้นลิฟท์หรือขึ้นบันไดเลื่อน ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ร้านสีน้ำเงิน ขาว กระจกโปร่งใส เด่นอยู่ตรงหน้า เห็นป้ายร้านก็มุ่งตรงเข้าไปในร้าน มีพนักงานคอยตอนรับบริการเป็นอย่างดี

sava dining

Sava Dining เป็นร้านอาหารไทยฟิวชั่น ผสมผสานระหว่างอาหารไทยกับตะวันตก โดยวัตถุดิบชั้นเลิศ แนวคิดการรังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษจาก คุณหมู พลพัฒน์  อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์ชื่อดังอย่าง ASAVA เสื้อผ้าแบรนด์ไทย โดยนำประสบการณ์ทางแฟชั่นมาออกแบบเมนูอาหาร แม้ว่าจะเป็นเมนูที่ฟิวชั่น แต่ชูรสด้วยความคุ้นเคยของอาหารไทย เน้นวัตถุดิบพื้นบ้านของไทยมาก่อนเป็นอันดับแรก

sava dining

ภายในร้านตกแต่งให้ดูสบายตา เน้นแสงธรรมชาติจากด้านนอกส่องเข้ามา เพื่อช่วยความสว่างแล้วยังให้ความรู้สึกสบาย เหมือนนั่งอยู่กลางธรรมชาติ เพราะที่ The EmQuartier เป็นคอนเซ็ปต์ ธรรมชาติ อย่างน้ำตกและสวนอยู่ในห้าง

sava dining

โทนสีร้าน เป็นโทนสีอุ่น ทำให้นั่งทานอาหารไม่อึดอัดอยากจะนั่งนานๆ และจัดโซนโต๊ะที่นั่ง มีระยะห่าง นั่งคุยธุรกิจ หรือต้องการความเป็นส่วนตัว นั่งคุยได้อย่างสบายใจ

sava dining

ด้วยความเป็นแบรนด์เสื้อผ้าและมีสไตล์เป็นเอกลักษ์ ร้าน sava dining จึงออกแบบได้ลงตัวทุกองค์ประกอบ และเมนูทางร้านมีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มเบาๆ อย่าง กาแฟ สมูทตี้ อาหารหลักและอาหารทานเล่นอีกหลายเมนู มาเริ่มที่เมนูแรกกันเลยกับ ” ข้าวไข่ข้นครีมไข่หอยเม่นและสาหร่ายแห้ง “

DSC_1135

ข้าวไข่ข้นครีมไข่หอยเม่นและสาหร่ายแห้ง 410 บาท เสิร์ฟมาพร้อมกับกระทะร้อนๆ คล้ายๆ อาหารญี่ปุ่น ราดข้าวด้วยไข่ข้นมาจากกระทะร้อนๆ ด้านบนเป็นไข่หอยเม่นและโรยด้วยสาหร่าย ใส่ซอสปรุงรสนิดหน่อย อร่อยกลมกล่อม

sava dining

ขนมปังฝรั่งเศสหน้าแหนม  190  บาท ด้วยความเป็นขนมปัง คงนึกไม่ถึงว่าจะเข้ากับวัตถุดิบไทยๆ อย่างแหนมได้ หน้าขนมปังจะมีแหนมและชีสผสมกันอยู่ แต่เข้ากันลงตัวไม่น่าเชื่อ

sava dining

สปาเก็ตตี้ผัดกะปิหมูฮ้อง  320  บาท หมูฮ้องเป็นเอกลักษณ์ของอาหารใต้ ปกติแล้วต้องกินกับข้าวสวย แต่นำมาผัดกับสปาเก็ตตี้และมีกลิ่นหอมของกะปิเบาๆ พร้อมบีบมะนาว คลุกเคล้าให้เข้ากัน

sava dining

ปากเป็ดทอด  180  บาท ปากเป็ดปรุงรส ทอดจนกรอบ เสิร์ฟคู่กับซอสไวน์หวาน

ทางด้านเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย เราเลือกสั่งมาทาน 2 อย่าง สตรอเบอรี่ชีสเค้ก สมูทตี้ และ บานอฟฟี่ สมูทตี้

sava dining

สตรอเบอรี่ชีสเค้ก สมูทตี้  190  บาท

sava dining

บานอฟฟี่ สมูทตี้ 190 บาท

DSC_1160

 

วิธีต้ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ถูกต้องไร้สารพิษ

สวัสดีค่ะวันนี้ก็มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการทำอาหาร การทำอาารกินเองแบบง่ายๆ ในเวลาที่รวดรัด ประหยัดเวลาและประหยัดเงิน อย่างที่ทานกันประจำกับเมนูยอดฮิตอย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่แค่ต้มน้ำก็ได้กินแล้ว แต่อะไรที่เร็วประหยัด ใช่ว่าจะดีกับร่างกายเสมอไป กินทุกวันก็กลายเป็นสารตกค้างที่ไม่ดีต่อร่างกาย เราได้คำแนะนำดีๆ จากหนังสือ “เมนูเด็กหอ ไม่ง้อโรงอาหาร” วิธีการต้มบะหมี่สำเร็จรูปต้มอย่างไรให้ปลอดภัยไร้สารพิษ

วิธีต้ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ถูกต้องไร้สารพิษ

วิธีต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ถูกต้อง

  1. เทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงในน้ำ แล้วนำไปต้มจนเดือด
  2. เมื่อบะหมี่สุกแล้ว เทน้ำที่ต้มบะหมี่ทิ้ง เพื่อเป็นการเท Wax ผสมผงชูรสที่เป็นสารพิษทิ้ง
  3. ต้มน้ำสะอาดจนเดือดและใส่เส้นบะหมี่ที่ต้มสุก แล้วปิดไฟทันที
  4. ใส่เครื่องปรุงในขณะที่น้ำยังร้อน (ผงชูรสในเครื่องปรุงจะได้ไมม่กลายเป็นสารพิษ)
  5. ถ้าเป็นบะหมี่ชนิดแห้ง ให้เทน้ำครั้งที่สองออก แล้วก็ปรุงรสตามปกติ

Ramen

วิธีทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ถูกต้องตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

  1. ใส่ไข่ ผัก เนื้อสัตว์ ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มสารอาหาร และป้องกันไม่ให้ร่างกายรัยบโซเดียมมากเกินไป
  2. ควรเลือกซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ระบุหน้าซองว่า เพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ
  3. ไม่ควรทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบดิบๆ เพราะเส้นบะหมี่จะพองตัวทำให้อืดในกระเพาะ
  4. ไม่ควรทานบะหมี่สำเร็จรูปเกิน 1 ซองต่อวัน เพื่อป้องกันโรคที่เกิดกับไต และโรคความดันโลหิต

ลองนำวิธีนี้ไปทำตามกันดูนะคะ ปลอดภัยแน่นอน หากเป็นคนที่ชอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นชีวิตจิตใจ แต่กินอาหารที่ซ้ำๆ กันทุกวันอาจจะไม่ดีต่อร่างกายแน่ๆ ลองปรับเปลี่ยนอาหารแต่ละมื้อดูนะคะ

หนังสือ

ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ “เมนูเด็กหอ ไม่ง้อโรงอาหาร” จาก Mbookstore

คลิ๊ก