Pierre Hermé Paris มาการองสุดฟินระดับ Picasso of Pastry

          สวัสดีเพื่อน ๆ  ชาว Mthai ทุกท่าน วันนี้มาเฟียฟู้ดจะพาไปชิมขนม มาการอง สูตรพิเศษที่ถูกรังสรรค์ความอร่อยโดย Pierre Hermé  เชฟชาวฝรั่งเศส ผู้ที่ได้รับฉายาจาก Vogue Magazine ว่าเป็น Picasso of Pastry กัน และถ้าใครอยากลิ้มลองรสชาติความอร่อยระดับศิลปะชั้นสูงแล้วละก็ ไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึง Paris แล้วเพราะตอนนี้ Pierre Hermé Paris ได้มาตั้งสาขาที่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยที่ ชั้น G ห้าง The Emquartier นั่นเอง เมื่อมาเปิดอยู่ใกล้ขนาดนี้ เห็นทีจะอยู่เฉยๆไม่ได้แล้ว ตามไปชิมพร้อมกันเลยครับ

ph11

แต่ก่อนจะไปลิ้มลองความอร่อยเรามาทำความรู้จักกับ เชฟระดับโลกชาวฝรั่งเศสคนนี้กันก่อนดีกว่าครับ   Pierre Hermé  เริ่มอาชีพการทำขนมด้วยวัยเพียง 14 ปี จนได้รับขนานนามจาก Vogue Magazine ว่าเป็น   Picasso of Pastry และสิ่งที่ทำให้เค้าประสบความสำเร็จในวงการทำขนมคือ “การมีความสุขในการทำงาน”และสิ่งที่เป็นจุดเด่นที่ทำให้ขนมของเชฟคนนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะและเป็นที่แสวงหาของนักชิมทั่วโลกคือแนวคิดที่ว่า “การทำขนม เหมือนการทำงานศิลปะ งานแฟชั่น ต้องเป็นคนช่างคิด ช่างจินตนาการ ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่เริ่มออกแบบ ดีไซน์ทั้งหน้าตา วัตถุดิบ และรสชาติ ก่อนจะลงมือปรุงแต่งให้สวยงาม น่าลิ้มลอง” เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับเกริ่นนำความสุดยอดกันมาขนาดนี้แล้ว เชื่อว่าหลายๆคนคงอยากเห็นหน้าตาและรสชาติของ มาการอง แบบสุดพรีเมี่ยมกันแล้วสิ งั้นอย่ารอช้า ตามมาเลยครับ

DSC_1056

Pierre Hermé Paris

DSC_1017

  DSC_1053

DSC_1012

DSC_1075

  DSC_1067

          และสำหรับขนมหวานสุดพรีเมียม สัญชาติฝรั่งเศสที่ นำเข้ามาให้เราได้ลิ้มลองความอร่อยนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ มาการอง ช็อคโกแลต และขนมหวานอื่นๆเช่นเค้กเป็นต้น และสำหรับมาการองนั้นจะมีรสชาติให้เลือกทั้งหมด 13 รสชาติ แต่ในวันนี้มาเฟียฟู้ดจะพาไปชิมรสชาติที่เรียกว่าเป็น signature ของทางร้าน ทั้ง 4 รสชาติ จะเป็นอย่างไรบ้างตามมาเลยครับ

DSC_1035

          อาฟินิมองคาราเมล ขนมมาการองรสคาราเมล ที่พอกัดลงไปภายใต้ฝามาการองอันอ่อนนุ่มก็จะเจอกับครีมนุ่มๆจากซอลต์คาราเมลบัตเตอร์ ที่เลือกสรรค์มาจากฟาร์มเล็กๆ ในลาเวียต ทำให้รสชาติกลมกล่อมลงตัวที่สุด

DSC_1039

         อาฟินิมองโรส   ขนมมาการอง กลิ่นกุหลาบและกลีบดอกกุหลาบซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรก ๆ ของ Pierre Hermé  ที่มีรสชาติความนุ่มนวลของกลิ่นดอกกุหลาบและครีมที่มีส่วนผสมของกลีบกุหลาบที่ตัดกันกับฝาของมาการอง ทำให้เกิดรสชาติที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

DSC_1033

       โมกาดอร์   ขนมมาการองรสช็อกโกแลตนมและเสาวรส เป็นอีกหนึ่งรสชาติของการผสมผสานอย่างพิถีพิถันอย่างลงตัวของ ช็อกโกแลตนม และ เสารส จนกลายเป็นอีกหนึ่งรสชาติที่เป็นสัญลักษณ์ได้อย่างไม่ยากนัก

DSC_1038

       อาฟินิมองช็อกโกแลตพินนิฮาส   ขนมมาการอง ที่มีไส้ในเป็น เพียวพินนิฮาส ช็อกโกแลตตัวล่าสุดที่ Pierre Hermé ค้นพบ แถมยังคิดค้นสูตรมาการองสำหรับชูรสชาติของช็อกโกแลตตัวนี้โดยเฉพาะ เมื่อผสมผสานกับผัก มะนาว เบอรรี่สีแดง และเครื่องเทศ ทำให้ความเข้มข้นของรสชาตินั้นเกินจะบรรยายเป็นคำพูดเลยทีเดียว

DSC_1102

      มาการอง จา ดอง เดอ เพรส     และอีกหนึ่งคอเลคชั่นสุดเอ๊กซ์คูลซีฟจากทางร้านที่นำรสชาติเข้มข้นของไวท์ช็อกโกแลตมาหลอมรวมกับความหวานนุ่มละมุนลิ้นของน้ำผึ้งสุดพิเศษที่มีแหล่งกำเนิดจากเกาะคอร์ชิการ์ออกมาเป็น กานาชรสชาติอร่อยล้ำเติมแต่งด้วยใบโคลเวอร์สัญลักษณ์แห่งความโชคดี จนเกิดมาเป็น มาการอง จา ดอง เดอ เพรส

          เอาล่ะ ๆ แนะนำกันแบบเบา ๆ กับสี่รสชาติ ที่เป็น Signature และอีกหนึ่งรสชาติพิเศษ แค่นี้เชื่อว่าหลายคนก็อยากที่จะไปตามรอยความอร่อย ไปกับรายการ ตามรอยนักชิม By มาเฟียฟู้ด ชนิดที่ว่ารอกันไม่ไหวแล้วล่ะสิ ส่วนเรื่องราคา ก็มี  กล่อง ขนาด 7 ชิ้น 980 บาท  กล่องขนาด 12 ชิ้น 1580 บาท และกล่องขนาด 24 ชิ้น 3900 บาท

 DSC_1047  DSC_1050 DSC_1094

DSC_1066

พิเศษ !! สำหรับสมาชิก MThai รวมกิจกรรมตอบคำถามลุ้น gift set สุดพิเศษ จากร้าน Pierre Hermé Paris 3 รางวัล เพียงตอบคำถามมาว่า ?

มาการอง 4 รสชาติ Signature ที่รีวิวด้านบน มีรสชาติอะไรบ้าง ?

หมดเขตตอบคำถามวันที่ 15 มิถุนายน 2558 ประกาศรางวัล วันที่ 16 มิถุนายน 2558

ประกาศผล รายชื่อผู้โชคดี

  1. pookky.park
  2. Kieng038
  3. bowyjung

*รับรางวัล แจ้งชื่อจริงพร้อมแสดงบัตรประชาชนให้กับทางร้าน ก็รับ Gift Set ไปเลย

*** (ระยะเวลาในการรับรางวัลตั้งแต่วันนี้ ถึง  30 มิถุนายน 2558 เท่านั้น) ***

สูตร หมูทอดเจียงฮาย เมนูหลักของมนุษย์เงินเดือน

เมนู หมูทอดเจียงฮาย กับพนักออฟฟิศเป็นของที่คู่กัน เช้าๆ ก่อนไปทำงานก็จะซื้อเจ้าหมูทอดเจียงฮายกับข้าวเหนียวร้อนๆ แต่ซื้อทีไร ก็ได้น้อยทุกที แถมได้แต่ส่วนมัน ส่วนเนื้อหมูติดมานิดเดียว ลองมาทำกินเองกันดู ด้วยวิธีทำที่ไม่ยากโดยเตรียมเครื่องปรุงและวัตถุดิบดังนี้

หมูทอดเจียงฮาย 10

วัตถุดิบ

  • เนื้อหมูส่วนคอ 1/2 กิโลกรัม
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 1/2 ช้อนชา
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • แป้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเย็นจัด

วิธีทำ หมูทอดเจียงฮาย

  1. หั่นเนื้อหมูเป็นเส้น ประมาณความหนาให้ได้ 3 มิลลิเมตร
  2. นำมาหมักกับเครื่องปรุงได้แก่ ซีอิ๊วขาว เกลือ และพริกไทย ตามด้วยแป้งทอดกรอบ เติมน้ำเล็กน้อย เอาแค่แป้งข้นๆ ให้พอติดเนื้อหมู
  3. ขยำให้เข้ากัน และนำไปหมักในตู้เย็นต่อ อีก 1 ชั่วโมง
  4. ตั้งน้ำมันให้ร้อนจัดโดยใช้ไฟปานกลาง เอาหมูลงไปทอด และคอยเอาตะหลิวคนเบาๆ ไม่ให้หมูติดกันเป็นก้อน ทอดจนสุกเหลือง นำขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน ตักขึ้นใส่จานกินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ

เป็นไงบางคะ ไม่ยากเลยใช่ไหม ลองไปทำกินเองดูหรือถ้าฝีมือเก่งแล้วก็ลองนำไปทำขายดูก็ไม่ว่ากันค่ะ อย่าลืมหุงข้าวเหนียวร้อนๆ ไว้กินคู่กันนะคะ

จะกินอย่าบ่น ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น ย่านพระนคร

สวัสดีค่ะเพื่อตามรอยนักชิมทุกคน วันนี้มากันที่ จะกินอย่าบ่น นี่เป็นชื่อร้านนะคะ แอดมินไม่ได้บ่นใคร ^-^ ชื่อร้านเก๋ๆ ที่ใครๆ ได้ยินต่างก็สะดุดไปตามๆ กัน กับชื่อเท่ๆ ไม่เหมือนใคร หน้าตาอาหารและบรรยากาศร้านที่ว่ากินแล้วจะไม่ต้องบ่นเป็นอย่างไร ตามไปดูเลยค่ะ

DSC_1003

Steve Café & Cuisine มีร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือร้าน จะกินอย่าบ่น อยู่บนถนนพระสุเมรุ ถ้าขับรถมาจากถนนหลานหลวงแล้วมุ่งตรงไปเข้าวงเวียนอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตร แล้วย้อนกลับมาเลี้ยวซ้ายที่แยกเฉลิมไทย เข้ามาในซอยได้ไม่นานก็จะเจอร้านอยู่ตรงข้างภัตตาคารผ่านฟ้า

DSC_0882

บรรยากาศภายในร้านจะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน ที่น่าสนใจไปกว่านั้นนั่นก็คือ ศิลปะในการตกแต่งในแนว British Vintage การตกแต่งผนังให้เป็นรูปภาพและเรื่องราวต่าง ๆ อย่างเช่นภาพ Mr.Bean ที่ตัดต่อล้อเลียนให้ดูขำขัน และอีกด้านก็จะเป็นเรื่องราวของขุนช้างขุนแผน บ่งบอกให้รู้ว่าร้านอาหารร้านนี้หลากหลายเชื้อชาติและรวมไปถึงเมนูอาหาร

1234

DSC_0999

ใครที่เข้าก็ต้องสะดุด กับเก้าอี้ ที่เป็นเก้าอี้ที่อยู่ในโรงภาพยนต์ เหตุผลที่ใช้เก้าอี้เหมือนของโรงหนังก็เพราะว่า เป็นเก้าอี้ที่ถูกออกแบบให้นั่งได้ 2 ชัวโมง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสบายเวลานั่งทานอาหาร และนั่งเพลินๆ ให้ลืมเวลากันไปเลย

DSC_1000

ทำไมถึงชื่อร้าน จะกินอย่าบ่น ?

หลายคนคงอยากรู้ว่าทำไมถึงชื่อ จะกินอย่าบ่น เพราะเจ้าของร้านอยากให้คนรับประทานว่างใจได้ ว่าอาหารร้านนี้อร่อย โดย คุณ สตีฟ เจ้าของร้านกล่าวไว้ว่า “ช่วงเวลาที่มีความสุขคือช่วงเวลาการทานอาหารฉะนั้นอย่าเยอะเลย ให้ปล่อยวางทุกอย่างแล้วมีความสุขกับการกินอาหารเถอะ” ดังนั้น จะกินก็อย่าบ่นกันเลยนะคะ”

ส่วนอาหารจะเป็นอาหารที่ทานง่าย ทุกคนทานได้ รสชาติถูกปากแน่นอนกับความเข้มข้นของอาหารในสไตล์ฟิวชั่นผสมผสานทั้ง ไทย ญี่ปุ่น และ ยุโรป และทางด้านเครื่องดื่ม ค็อกเทลต่างๆ สั่งมาทานเบาๆ ในท่ามกลางเสียงเพลง ในแนว PoP Jazz

จะกินอย่าบ่น

สลัดชาวสวน  160 บาท

จะกินอย่าบ่น

สปาเกตตี้ครีมซอสปลาสลิดเห็ด 180 บาท

DSC_0939

พล่าปลาแซลม่อนทอดกรอบ 160 บาท

จะกินอย่าบ่น

พิซซ่าหน้าเนื้อใจเสือ 220 บาท

จะกินอย่าบ่น

ก๋วยเตี๋ยวภคมล 210 บาท

จะกินอย่าบ่น

Steve Burger 190 บาท

จะกินอย่าบ่น

ไอศครีมสตีฟคัพ กามิกาเซ่

จะกินอย่าบ่น

ไอศครีมสตีฟคัพ รสเบียร์

การเดินทาง

มาทางเรือ (เรือด่วนเจ้าพระยา)
ถ้ามาทางเรือ ขึ้นเรือด่วนที่ท่าพระอาทิตย์ และเดินมาตรงถนนใหญ่ประมาณ 30 เมตรจากท่าเรือ แล้วนั่งแท็กซี่และตุ๊กๆ ตรงมาทางสะพานวันชาติ แล้วตรงมาสี่แยกผ่านฟ้า จะเจอร้าน จะกินอย่าบ่น

มาทางรถ
ขับที่สี่แยกสี่เสาผ่านฟ้า แล้วไปวนรอบอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ย้อนกลับมาถึงแยกผ่านฟ้า แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระสุเมรุ เข้ามาประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ สามารถจอดรถริมถนนได้เลยค่ะ