5 สูตรแปลงร่างขนมเข่งจากวันตรุษจีน

หลังไหว้เจ้าก็จะเจอปัญหาของอาหารที่เหลือ เอามากินเองหรือเอาไปแจกก็ยังไม่หมด อย่างเช่น ขนมเข่ง ก็จะได้ทั่วไปในช่วงวันตรุษจีน กินกันจนเบื่อ แต่ตอนนี้หมดปัญหาขนมเข่งเหลือหลังจากการไหว้เจ้าแล้วค่ะ หากนำมาขนมเข่งมาปรับเปลี่ยนเป็นเมนูอื่น ให้ดูน่ากินกว่าเดิม นอกจากหมดปัญหาเรื่องของเหลือแล้ว ยังได้เมนูใหม่ที่น่ากินขึ้นมาอีกหลายเมนู

5 สูตรแปลงร่างขนมเข่งจากวันตรุษจีน

1. แซนวิชขนมเข่ง

img_9673

วิธีทำ

  1. นึ่งมันเทศและเผือกให้สุก จัดการปอกเปลือกและหั่นให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แล้วหั่นขนมเข่งให้เท่ากับเผือกและมันเทศ ประกบกันโดยเอาขนมเข่งอยู่ตรงกลาง
  2. ผสมแป้งสำหรับชุบโดยนำแป้งทอดกรอบสำเร็จรูปผสมไข่ไก่และน้ำเปล่า ผสมให้แป้งหนืดๆ แล้วชุปขนมเข่งที่ประกบกับเผือกและมันเทศ แบ้วจัดการทอดด้วยน้ำมันร้อนๆ

ที่มาจาก annieliciousfood.blogspot.com/


2 ขนมเข่งคลุกงา

6833536913_89ea2c00c0_b

วิธีทำ

ตัดแบ่งขนมเข่งเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปคลุกกับงาคั่ว หากขนมเข่งที่เก็บไว้นานแข็ง ให้นำไปนึ่งให้นิ่ม หากขนมเข่งแข็งจะคลุกกับงาไม่ติด

ที่มา hungerhunger.blogspot.com


3. พัฟขนมเข่ง

nian-gao-puff-2

วิธีทำ

  1. เตรียมแป้งพัพสำเร็จรูปวางแผ่ออกเป็นแผ่นๆ หั่นขนมเข่งให้ได้รู้เป็นแนวยาวเหมือนพัพ แต่ต้องเล็กกว่าเดี๋ยวจะห่อไม่ได้
  2. ห่อแป้งพัพให้มิดขนมเข่ง โรยงาขาวและงาดำไว่ด้านบนของตัวขนม แล้วเคลือบด้วยไข่แดง นำเข้าเตาอบใช้ความร้อน 180 องศา ใช้เวลาอบ 18 นาที

ที่มาจาก www.thehungryexcavator.com


4.ปอเปี๊ยะขนมเข่ง

038

วิธีทำ

  1. นึงมันเทศให้สุก ใช้ส้อมบดมันเทศให้ละเอียด เตรียมแป้งปอเปี๊ยะ หั่นขนมเข่งให้เป็นแท่งยาวๆ
  2. วางแป้งปอเปี๊ยะ ตักมันเทศที่บดไว้เกลี่ยลงไปตรงกลางของแป้ง วางขนมเข่งไว้ในสุดแล้วจัดการห่อได้เลย
  3. เตรียมน้ำมันให้ร้อน ทอดปอเปี๊ยะจนเป้นสีเหลืองทอง

ที่มาจาก belachan2.blogspot.com


5. ขนมเข่งชุบแป้งทอด

6759674987_8841905b05_o

วิธีทำ

แป้งอเนกประสงค์ ไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำเย็น เกลือ1หยิบมือ ผสมแป้งให้พอหนืด หั่นขนมเข่งเป็นชิ้นบางๆ พอดีคำ นำขนมเข่งมาชุบแป้งแล้วนำไปทอดด้วยน้ำมันร้อน

ที่มาจาก camemberu.com

 

ไม่มีเขาเราก็อยู่ได้!! 10 ร้านของคนโดนเท เปย์ตัวเองในวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ปล่อยให้คนมีคู่สวีทกันไป สำหรับคนไม่มีคู่มาแอบหลบมุมอยู่ตามคาเฟ่ชิคๆ กันดีกว่า สำหรับคนโสดไม่ต้องเหงา ไม่ต้องเศร้า เราสามารถทำให้คนอิจฉาได้โดยการไปสถานที่ที่เก๋ๆ คูลๆ สวยแถมยังโสดแบบเรา ไม่มีเขาเราก็อยู่ได้ กับ 10 คาเฟ่สำหรับคนโดนเท เอาไว้เปย์ตัวเองในวันวาเลนไทน์

ไม่มีเขาเราก็อยู่ได้!! 10 ร้านของคนโดนเท เปย์ตัวเองในวันวาเลนไทน์

1.FLAT WHITE

“FLAT WHITE” พระราม 6 ซ. 30 กับร้านกาแฟในคอนเซ็ปต์ pinkgold-wood-white ที่ตกแต่งเป็นเอกลักษณ์คล้ายตู้คอนเทนเนอร์แบบเท่ๆ ป้ายหน้าร้านประดับประดาเป็นหลอดนีออนสีแดงแบบชิคๆ เหมาะทั้งเข้ามานั่งทำงานและหาไอเดียใหม่ๆ ตลอดทั้งวัน มีเมนูเด่น Signature ของร้านอย่าง “ข้าวหมูสไปซี่มิโซะ” ที่มีรสจัดจ้านและกลมกล่อมตามมาด้วย Honey Toast ผลไม้แน่นเต็มจาน

อ่านเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/120566.html


2. After The Rain

ร้านกาแฟเทนด์ใหม่น่านั่งชิลล์ ในปี 2560 กับร้าน “After The Rain” ย่านพุทธมณฑล สาย 7 แหล่งชิลล์เอ้าท์ของนักศึกษามหิดล ศาลายา กับร้านกาแฟกระจกสบายตาริมคลองร่มรื่น ที่นอกจากจะมีเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานน่ากินหลายอย่าง หลายคนยังแวะเข้ามาพายเรือเล่นกลายเป็นเทนด์ใหม่ของวัยรุ่นเพื่อสัมพัสชีวิตชาวสวนอย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/120408.html


3. La Lune Ice cream

บริเวณย่านการค้า Box Square มีร้านไอศกรีมโฮมเมด ที่ตกแต่งร้านด้วยบรรยากาศสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นแสนน่ารักมาเปิดให้บริการ ด้วยความที่ชื่นชอบการรับประทานไอศกรีมในร้านที่มีบรรยากาศดีๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราจึงไม่พลาดที่จะไปทดลองชิม และเมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศของร้านและรสชาติของไอศกรีมแล้ว ก็ทำให้ตกลงใจในทันทีว่าจะต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง!

อ่านเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/119061.html


4. Hobbyist Café

Hobbyist Cafe คาเฟ่ขนาดกะทัดรัดแสนอบอุ่น นอกจากกาแฟและเครื่องดื่มจะขึ้นชื่อว่าเด็ดแล้ว พื้นที่แห่งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้มาเยือนทุกครั้งแน่นอน ด้วยข้อจำกัดของโครงสร้างอาคารและขนาดของพื้นที่ ทำให้การบริหารและจัดการพื้นที่ของคาเฟ่เป็นโจทย์หลักที่สำคัญที่สุดในการออกแบบและตกแต่ง ซึ่งถือเป็นความท้าทายแรกในการสร้างคาแฟ่แห่งนี้ ภายในร้านมีโต๊ะสำหรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่ม มีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และจุดเด่นของที่นี่ต้องยกให้ชั้นลอยเลยล่ะ ส่วนการตกแต่งภาย เน้นกลิ่นอายความเป็นตะวันตกสไตล์สแกนดิเนเวียน ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และของสะสมสุดคลาสสิกอย่างกล้องถ่ายรูป

อ่านเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/120300.html


5. Sugar House Café

Sugar House Café คาเฟ่สไตล์คันทรีเก๋ๆ ที่มีกลิ่นอายความเป็น IRISH VINTAGE เพียงแค่คอนเซ็ปต์ก็สามารถดึงดูดเหล่านักกินได้อย่างสบายๆ คาเฟ่แห่งนี้ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ เคาท์เตอร์บาร์ ทั้งหมดนี้ออกแบบโดยเจ้าของร้านทั้งหมด บรรยากาศภายในร้านมีความเป็นคันทรี อาจจะดูเก่านิดหน่อยแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นชวนโรแมนติกได้ดีทีเดียว เหมาะกับการสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน หรือพาคนรู้ใจมาเติมความหวาน หรือจะนั่งชิลๆ ชิมอาหารทั้งคาวและหวาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็จะได้รับความฟินกลับไปเหมือนกันหมด

อ่านเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/120084.html


6. Air Space

Air Space เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่น่านั่ง ที่ดึงดูดสายตาผู้ผ่านไปมาไว้ด้วยกำแพงต้นไม้สีเขียว และรูปทรงแปลกตาของตัวร้าน มีลักษณะเหมือนโรงเก็บเครื่องบินหลังใหญ่ที่มีความแข็งแรง แต่ขณะเดียวกันก็ดูโล่งสบายจนอยากจะทิ้งตัวเอนกายไว้ที่คาเฟ่แห่งนี้ทั้งวัน นอกจากสถาปัตยกรรมอันน่าตื่นตาแล้ว คอนเซ็ปต์หรือที่มาที่ไปของร้านยังน่าสนใจไม้แพ้กัน เพราะ“อากาศ” นอกจากจะเป็นสิ่งที่เราทุกคนใช้สำหรับหายใจแล้ว ยังเป็นหนึ่งในภาพจำผืนกว้างบนท้องนภาขนาดใหญ่ ที่มีไว้รองรับการเคลื่อนไหวของเครื่องบิน ทำให้เจ้าของร้านเลือกนำคำว่า “อากาศ” มาตีความให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหิน ถ่ายทอดเรื่องราวของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากรกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน

อ่านเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/120037.html


7. Dandelion

อีกหนึ่งคาเฟ่น่านั่งที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ เกิดขึ้นจากความ รักในการทำอาหารและงานดีไซน์ของคุณซูมและคุณไบร์ท ซึ่งก่อนหน้านี้เคย ปิกนิกสุดชิลล์กับคาเฟ่ดีไซน์เก๋ เปิดคาเฟ่น่ารัก ๆ อย่าง Rose Cafe มาก่อน ต่อมามีความคิดอยากขยาย กิจการจึงเริ่มหันไปหาทำเลใหม่โดยมาลงตัวที่ย่านสุขุมวิทแห่งนี้พร้อมตั้งชื่อคาเฟ่แห่งใหม่ว่า Dandelion ที่มาพร้อมกับการตกแต่งดูดีมีสไตล์ให้เลือกชิลล์ด้วยกันถึง 2 ชั้น โดยชั้นล่างตกแต่งเป็นสไตล์ลอฟท์ มีโต๊ะ Bake ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการทำขนมพร้อมกับการรับประทานขนมอร่อย ๆ


8. THE COURTYARD

The Courtyard เป็นร้านอาหารที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลอายุ 127 ปี บนถนนสาทรใจกลางกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียวร่มรื่น และมีบ้านสีเหลืองสไตล์โคโลเนียลมาช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเพิ่มรสชาติความอร่อยให้มีชีวิตชีวา และมีไม้พุ่มเตี้ยกับไม้ใบเป็นส่วนใหญ่จัดไว้อยู่ตามมุมต่างๆ เพื่อเพิ่มมุมมองให้พื้นที่ดูสดใสมากยิ่งขึ้น พร้อมเฟอร์นิเจอร์โต๊ะเก้าอี้สีเหลืองและสีดำที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ


9. Mint Café by Pappermint

Mint Café by Pappermint เพราะถือเป็นคาเฟ่สำหรับสายชิลล์อย่างแท้จริง นอกจากความชิลล์ที่เป็นจุดเด่นแล้ว ที่ร้านยังเสริมความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์โต๊ะไม้ มีโซนเอาท์ดอร์ในสวนแสนร่มรื่น ด้านหน้ามีลานใหญ่โตไว้เป็นพื้นที่สำหรับนักปั่น แถมตอนนี้ก็กำลังเพิ่มโซน Glass House สำหรับคนรักน้องหมาอีกด้วย สำหรับอาหารก็เน้นอาหารฟิวชันไทยยุโรปสูตรเฉพาะ ขอเริ่มความอร่อยกันที่ บรูสเกต้ามะเขือเทศ เนื้อปลาแซลมอนโรยด้วยเกลือผสมน้ำตาล กินคู่กับขนมปังกรอบๆ ให้รสชาติเข้ากันสุดๆ เมนูต่อมาก็เด็ดไม่แพ้กัน Soft Shell Crab Salad สลัดผักออร์แกนิคสดๆ เสิร์ฟพร้อมปูนิ่มทอดกรอบที่ใช้แป้งคลุกเคล้ากับผงปาปริก้า เพิ่มรสด้วยซัลซามะเขือเทศผสมซอสแบบซีฟู้ดให้รสเผ็ดนิดเปรี้ยวหน่อย ถือว่าถูกปากคนไทยไปตามๆ กัน

อ่านเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/119768.html


10. EVERY DAY A FRIDAY : GASTROPUB

ร้าน EVERY DAY A FRIDAY : GASTROPUB แบ่งเป็น 3 ส่วน ซึ่งมีลักษณะคล้ายรูปแบบบ้าน ส่วนแรกคือส่วนหน้าบ้าน ที่จะมีนักดนตรีมาบรรเลงเพลงให้ฟังบ้างเป็นบางวัน ส่วนที่สองคือส่วนกลางร้าน จะมีพื้นที่กว้างที่สุดเป็นห้องนั่งเล่น ที่ใช้รับประทานอาหารพร้อมกับสั่งเมนูค็อกเทล และส่วนสุดท้ายคือสวนหลังบ้านแบล็กยาร์ด ในบรรยากาศสบายๆ เหมาะสำหรับการสังสรรค์

อ่านเพิ่มเติมที่ http://food.mthai.com/food-recommend/119412.html


 

 

สูตร แกงหน่อไม้ใบย่านาง แก้ร้อนในได้อร่อยด้วย

เมนูที่มีน้ำใบย่านางและน้ำปลาร้า คือเมนูที่สุดฟินที่สุดแล้วสำหรับอาหารอีสาน ยกมาหนึ่งอย่างก็คือเมนู แกงหน่อไม้ใบย่านาง นำใบย่านางคั้นเอาแต่น้ำ กินแก้ร้อนใน เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศร้อนอบอ้าว คนอีสานจะใส่ข้าวเบือหรือข้าวเหนียวแช่น้ำแล้วตำให้พอแหลกลงไปในแกงด้วย ส่วนหน่อไม้จะใส่ได้ทั้งแบบสด แบบปี๊บ หน่อไม้ป่า หรือ หน่อไม้หวาน ก็แล้วแต่จะหาได้

สูตร แกงหน่อไม้ใบย่านาง แก้ร้อนในได้อร่อยด้วย

ส่วนผสม

  • หน่อไม้ 200 กรัม (ปอกเปลือกแข็งออก ต้มน้ำสัก 2 น้ำ เอาความขมออกก่อน)
  • น้ำซุป 2 ถ้วยตวง
  • ใบย่านาง เอามาคั้นน้ำ 2 ถ้วยตวง
  • ชะอม ผักต่างๆ แล้วแต่จะใส่ ชอบอะไรก็ใส่เยอะหน่อย
  • พริกแกงอีสาน ใช้หอมแดง พริกอีสาน และเกลือสมุทร ตำรวมๆกัน
  • เห็ดฟาง
  • ผักต่างๆ ที่หาได้
  • ใบแมงลัก
  • น้ำปลาร้า
  • ตะไคร้
  • ข้าวเบือ หรือข้าวเหนียวแช่น้ำทิ้งไว้ แล้วเอามาตำให้แหลก

วิธีทำ

  1. ตำพริกแกงอีสาน โดยใช้หอมแดง พริกอีสาน และเกลือสมุทร ตำรวมกัน
  2. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่พริกแกงที่ตำลงไป จากนั้นก็ใส่ ตะไคร้ และหน่อไม้ เคี่ยวจนหน่อไม้เปื่อยนุ่ม
  3. ใส่ข้าวเบือ เพื่อให้น้ำแกงเข้มข้น ใส่ผักต่างๆ ใบแมงลัก และเห็ด ลงไป คนให้เข้ากัน
  4. ใส่น้ำใบย่านาง ต้มจนเดือดแล้วปรุงรสด้วย น้ำปลาร้า เกลือ และน้ำปลาเล็กน้อย เสร็จแล้วยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

เรียบเรียงโดย Food MThai