สูตร ไข่พระอาทิตย์ เมนูพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ ๙

ไข่พระอาทิตย์ เป็นสูตรอาหารที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นำไปตีพิมพ์ลงในหนังสือ ‘สูตรอาหารต้นตำหรับข้าวหอมมะลิไทยใน ครัวนานาชาติ’ โดยหนังสือเล่มนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวหอม มะลิของไทยให้เป็นที่รู้จักของทุกประเทศ สำหรับที่มาและวิธีทำของสูตร อาหารพระราชทาน ‘ไข่พระอาทิตย์’ กรมการค้าต่างประเทศได้อัญเชิญลายพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มาบันทึกไว้ ในหนังสือ “สูตรอาหาร ต้นตำหรับข้าวหอมมะลิไทยในครัวนานาชาติ”

ความว่า…. “เมื่อข้าพเจ้ายังเด็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงประกอบอาหารพระราชทานเรียกว่า ไข่พระอาทิตย์”

มีผู้ถามว่าทำไมเรียกว่าไข่พระอาทิตย์? ข้าพเจ้าทูลถาม “ทรงเล่าว่า เมื่อส่องกล้องแล้ว พื้นผิวดวงอาทิตย์มีลายเหมือนเมล็ดข้าว ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Grain de riz”

 

ส่วนผสม

  • ไข่ 2 ฟอง
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวสวย 1 ถ้วย

วิธีทำ

1.ตอกไข่ใส่ชาม จากนั้นก็ปรุงรส ตีให้ไข่พอแตก

2. ใส่ข้าวสวยลงไป แล้วให้เข้ากัน

3. ตั้งกระทะ รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นก็เทไข่ใส่ลงไป ทอดจนสุกทั้งสองด้าน

omelet005

4. เสร็จแล้วก็ตักใส่จานเสิร์ฟ ทานคู่กับซอสมะเขือเทศหรือซอสอะไรก็ได้ตามใจชอบ

เรียบเรียงโดย Food MThai

 

เมนูไข่สุดอลังการ สูตร ไข่ตุ๋นหม้อไฟ อิ่มอร่อยยกหม้อ

เมนูอร่อยต้องมากับความอลังการ ด้วยภาชนะก็สำคัญเช่นกันกับเมนู ไข่ตุ๋นหม้อไฟ งานดีต้องยกให้เมนูนี้เลยค่ะ ทั้งทำง่ายแล้วยังได้เมนูที่แปลกใหม่ ตัดทิ้งเมนูเดิมๆ ไปได้เลย
Steamed-Egg-with-Shrimp

 

ส่วนผสม

  • ไข่ไก่ 6 ฟอง
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • นมสด 1 ถ้วย
  • น้ำสต๊อก 2 ถ้วย
  • พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา
  • เนยเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งสด 4-5 ตัว
  • ต้นหอมซอย
  • กระเทียมเจียว
  • หม้อไฟที่มีฝาปิด

วิธีทำ

  1. ตีไข่ไก่ ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส และน้ำตาล
  2. เติมนมสดและน้่ำสต๊อกลงไป แล้วตามด้วยพริกไทยป่น คนให้เข้ากัน
  3. ตั้งหม้อไฟ จุดไฟแล้วทาเนยเค็มลงไปให้ทั่วหม้อ รอจนหม้อร้อนเล็กน้อย จากนั้นก็เทไข่ลงไป
  4. ปิดฝาหม้อรอให้ไข่สุกกำลังดี จากนั้นก็เปิดฝาแล้วใส่กุ้งลง ปิดฝาอบอีกครั้งให้กุ้งสุก
  5. เมื่อกุ้งสุกแล้ว เปิดฝา โรยด้วยต้นหอมซอย และกระเทียมเจียว แล้วเสิร์ฟทันที

ชื่อ”ขนม”แต่ไม่ใช่ขนม มารู้จักขนมจีนและความเป็นมากันเถอะ

ขนมนี้แสนวิเศษ สามารถกินกับอะไรก็ได้ จะกินกับน้ำปลาก็อร่อยสุดๆ แน่นอนว่ามันไม่ใช่อาหารที่มาจากจีนตามชื่อเรียกอย่างที่ทุกคนรู้ดี แต่ที่มาของขนมจีนคืออะไร แล้วไมต้องชื่อว่าขนมจีน มาหาคำตอบกันค่ะ

Thai rice noodles

ขนมจีนไม่ใช่อาหารจีน แต่คำว่า “จีน” สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากมอญซึ่งเรียกขนมจีนว่า “คนอมจิน” คนอม หมายความว่า “จับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน” จิน หมายความว่า “ทำให้สุก” และเพี้ยนมาเป็นขนมจีนนั่นเอง

ขนมจีนมีหลายชื่อให้เรียก ถ้าเป็นภาคเหนือเรียกว่า “ขนมเส้น” ภาคอีสานเรียนว่า “ข้าวปุ้น” ส่วนภาคใต้เรียกว่า “โหน้มจีน”

เส้นขนมจีนแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

  1. ขนมจีนแป้งหมัก เป็นเส้นขนมจีนที่นิยมทำทางภาคอีสาน เส้นมีสีคล้ำออกน้ำตาล เหนียวนุ่มกว่าขนมจีนแป้งสด และเก็บไว้ได้นานกว่า ไม่เสียง่าย การทำขนมจีนแป้งหมักเป็นวิธีการทำเส้นขนมจีนแบบโบราณ ต้องเลือกใช้ข้าวแข็ง คือข้าวที่เรียกว่า ข้าวหนัก เช่น ข้าวเล็บมือนาง ข้าวปิ่นแก้ว ข้าวพลวง ถ้าข้าวยิ่งแข็งจะยิ่งดี เวลาทำขนมจีนแล้ว ทำให้ได้เส้นขนมจีนที่เหนียวเป็นพิเศษ นอกจากนี้แหล่งน้ำธรรมชาติก็เป็นสิ่งสำคัญ ต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จากคลองชลประทาน หรือน้ำบาดาล ไม่ควรใช้น้ำประปา เพราะเส้นขนมจีนจะเละทำให้จับเส้นไม่ได้ ไม่น่ากิน
  2. ขนมจีนแป้งสด ใช้วิธีการผสมแป้ง ขนมจีนแป้งสด เส้นจะมีขนาดใหญ่กว่าขนมจีนแป้งหมัก เส้นมีสีขาว อุ้มน้ำมากกว่า ตัวเส้นนุ่ม แต่จะเหนียวน้อยกว่าแป้งหมัก วิธีทำจะคล้ายๆกับขนมจีนแป้งหมัก แต่จะทำง่ายกว่าเพราะไม่ต้องแช่ข้าวหลายวัน และได้เส้นขนมจีนที่มีสีขาว น่ารับประทาน การเลือกซื้อขนมจีนแป้งสด ควรเลือกที่ทำใหม่ๆ เส้นจับวางเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ เส้นขนมจีนไม่ขาด ดมดูไม่มีกลิ่นเหม็นแป้ง ไม่มีเมือก ขนมจีนแป้งสดจะเก็บได้ไม่นาน ควรนำมานึ่ง ก่อนกิน

ที่มาจาก : wikipedia