8 แลนด์มาร์ก ที่เที่ยวเมืองโตเกียว ไปแล้วเที่ยวอะไร!

มหานครโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ทั้งในด้านของแฟชั่น อาหารสดอร่อย รวมไปถึงวัดวาอาราม ที่มีดั้งเดิมตั้งแต่สมัยอดีต หากใครมีแพลนไปเที่ยวเมืองโตเกียว ต้องห้ามพลาดแลนด์มาร์กพวกนี้เลยนะ ^^

8 แลนด์มาร์ก ที่เที่ยวเมืองโตเกียว

“ถ่ายรูปคู่โคมแดง”

วัดเซ็นโซจิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดอาซากุสะ เป็นวัดพุทธ ที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์กของเมือง ที่ใครๆ ต่างก็มากราบไหว้ และถ่ายรูปตรงทางเข้าวัด ตรงนั้นมีประตูขนาดใหญ่ เรียกว่า ประตูคามินาริ (Kaminari-mon) หรือ “ประตูอสุนี” บนคานประตูแขวนโคมกระดาษขนาดใหญ่มีความสูงกว่า 5.5 เมตร ที่มีรูปสายฟ้าและเมฆเขียนด้วยสีดำและแดง

ตรงตู้บริจาคใบโต ให้โยนเหรียญบริจาคลงไป และควรจะบริจาคเป็นเหรียญที่มีเลข 5 ทั้ง 5 เยน 50 เยน หรือ 500 เยน ซึ่งให้ความหมายที่ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง

ระหว่างทางเดินเข้าวัดจะผ่านถนนนากามิเซะ ก็จะมีของฝากขนม มาล่อตาล่อใจตลอด

หน้าวัดก่อนจะมีรถลากให้นั่งชมเมืองกันด้วย เค้าว่ากันว่าที่นี่งานดี 55555
เพราะบางคนก็จะเป็นนักศึกษาที่มาหารายได้พิเศษ

เดินเลี่ยวซ้ายออกมาจากวัด เดินมาเรื่องก็จะเห็นสะพานสีแดงๆ ที่สามารถ มองเห็นวิวของ tokyo sky tree ได้ และเห็นตึกกอาซาฮี เป็นรูปฟองเบียร์ ที่คนญี่ปุ่นนิยมเรียกกัยว่าตึกอุนจิ

“ไปชมวิวโรแมนติก ที่โตเกียวสกายทรี”

Tokyo Skytree เป็นเหมือนแลนด์มาร์คของโตเกียว ไม่ไกลจากวัดอาซากุสะ โตเกียวสกายทรีเป็นตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น เป็นจุดชมวิวเมืองโตเกียวที่สวยที่สุดอีกที่นึง เพราะสามารถชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา

ชั้นบนสุดทั้งชั้นจะเป็นกระจกใส สามารถมองเห็นวิวของทั้งเมืองโตเกียวได้รอบด้านในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน จะเป็นวิวที่สวยงามมาก และยิ่งตอนกลางคืนนะโอ๊ยโรมแมนติกสุด รอบๆเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ และมีร้าน rilakkuma store ด้วยนะ

วิวของกรุงโตเกียวที่สามารถมองเห็นได้จาก tokyo skytree

“ไหว้ศาลเจ้าแม่จิ แล้วนั่งพักชิวๆ”

ศาลเจ้าเมจิ เป็นพื้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยป่าดิบเขามีต้นไม้ที่ต่างสายพันธุ์เป็นร้อยๆชนิดและมีมากกว่าแสนต้น เสมือนป่ากลางเมืองโตเกียว สามารถเดินชิวๆสบายๆได้เพราะอากาศดีมากๆ

ทางเข้าของศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) จะมีประตูไม้ Torii ขนาดใหญ่อยู่ ประตูนี้มีไว้เพื่อให้เรารู้ว่าได้เข้ามาถึงเขตศักดิ์สิทธิ์แล้ว และประตูนี้ยังเป็นสัญลักษ์ของที่นี่ด้วย ก่อนจะเข้าไปด้านใน เป็นธรรมเนียมของที่ญี่ปุ่น จะต้องทำความสะอาดร่างกาย ล้างมือ ป้วนปาก ก่อนที่จะเข้าไปในวัดหรือศาลเจ้า

ถ้าใครโชคดีก็จะเจอคนญี่ปุ่นที่กำลังทำพิธีแต่งงาน เพราะที่นี่คนญี่ปุุ่่นมักจะแต่งงานที่วัด หรือ ศาลเจ้า

“ข้ามแยกชิบูย่า”

5แยกชิบูย่า ต้องไปให้เห็นกับตา ว่าคนมันเยอะมากแค่ไหน ไปเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ห้าแยกนี้คึกคัก เค้าว่ากันว่าแยกนี้เนี่ยมีคนข้ามนับแสนคนต่อวันเลย หลังจากที่ถ่ายรูปเรียบร้อย ข้ามแยกมาแล้วก็เตรียมตัวช้อป เพราะเป็นย่านช้อปปิ้ง ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ มากมาย

“ละลายทรัพย์ที่ชินจูกุ”

ชินจูกุ ใจกลางเมืองโตเกียว ที่รวมแหล่งบันเทิงและแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมแฟชั่นเก๋ๆ เท่ห์ๆ ของเหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้า ย่านที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า, ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง Big Camera และย่านนี้ก็เอาใจคนนอนดึกด้วยนะ เพราะมีแหล่งบันเทิงยามราตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นจ้า

“ช้อปปิ้งของถูกๆ ที่ ย่านอะเมโยโกะ”

อะเมโยโกะเป็นตลาดที่คึกคักเกือบตลอดเวลา มีทั้งของสด อาหารทะเล ผลไม้ ผักสด ของใช้ เครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าทั้งของญี่ปุ่น และของนำเข้าที่มีราคาถูกกว่าในห้าง บางร้านต่อราคาเพิ่มได้อีก ของที่นำเข้าส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้ายีนส์ที่นำเข้าจากอเมริกา ปล.เครื่องสำอางค์และน้ำหอมของย่านนี้ถูกมาก

ถ้าใครช้อปจนเหนื่อยในย่านนี้ก็ยังมี ร้านอาหารญี่ปุ่น อย่างราเม็ง ซูชิ ข้าวหน้าปลาไหล พื้นที่ตลาดกินขนาดใหญ่กินพื้นที่ไปหลายซอย รวมถึงใต้ดิน ส่วนใหญ่จะเปิดร้านประมาณ 10 โมงเช้าไปจนถึงช่วงเย็นๆ และมักจะปิดทุกวันพุธ

และไฮไลท์ของที่นี่ที่คนนิยมไปกันก็คือตึกม่วง เพราะของราคาถูกมาก มีทั้งเครื่องสำอางค์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ขนมญี่ปุ่น, นาฬิกา, เสื้อผ้าและกระเป๋าแบรนด์ดัง ลดราคากันแบบสุดๆ ถ้าซื้อครบตามยอดก็ขอ Tax-Refund 8% คืนได้อีกด้วย

“กินของสด ถูก อร่อย ที่ตลาดปลา Tsukiji”

อันนี้ก็เอาใจสายคนรักกินกันบ้าง ที่นี่ไม่ได้มีแต่ประมูลปลาโชว์อย่างเดียวนะ หรือถ้าใครขยันตื่นเช้าก็มากันได้ ประมาณตี 5 เขาจะมีการประมูลปลา และแร่ปลาโชว์ด้วย แต่ตลาดเช้าซึกิจิด้านนอก จะเริ่มคึกคักมากตั้งแต่ 9 โมงเช้า มีทั้งคนญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวและรับประทานอาหาร เ แน่นอนว่าของทุกอย่างต้องสดและใหม่แน่นอน

บรรยายกาศตลาดปลาที่มีขายของ ผัก ผลไม้ และร้านอาหาร

“ย้อนวัยเด็ก ที่
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ และ โตเกียวดิสนีย์ซี”

สวนสนุกในฝันของใครหลายๆคน สวนสนุกที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยจริงๆ นะ เพราะมันไม่ได้มีแค่เครื่องเล่นอย่างเดียว มีทั้งการแสดง โรงละคร หรือใครไม่ถนัดไม่อยากต่อคิว ก็นี่เลยค่ะร้านของฝาก เดินวนไปค่ะ ของสารพัดอย่างน่ารักๆทั้งนั้น ปล.ไปแล้วก็อย่าลืมแต่งตัวจัดเต็ม อย่ายอมแพ้สาวญี่ปุ่นนะคะ เลือกไว้เลยว่าจะเป็นตัวไหนกันบ้าง ><

ขบวนพาเหรดที่นี่ลังมาก จะมีเป็นรอบๆ สังเกตเห็นคนเริ่มมานั่งจับจองที่ก็รีบเลย
สำหรับตอนกลางคืนจะมีไฟด้วยนะ สวยมากๆ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : tourkrub.co , https://th.wikipedia.org
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ :

  • Website tourkrub.co
  • Facebook Page  https://www.facebook.com/tourkrub.co
  • สนใจทัวร์ต่างประเทศติดต่อได้ที่ Line: @tourkrub.co web: https://tourkrub.co

 

“อันหยังก็ได้” ณ เขาใหญ่ ร้านอาหารสไตล์ ‘โคซี่ อีสาน’ กับเมนูคุณภาพ ปลอดผงชูรส

ร้านอาหาร “อันหยังก็ได้ by เป็นลาว” ตั้งอยู่ริมถนนธนะรัชต์ ก่อนทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นร้านอาหารสไตล์ ‘โคซี่ อีสาน’ cozy i-san ที่ขอนำเสนออาหารอีสานซึ่งทั้งรสชาติและบรรยากาศร้าน สามารถสร้างทั้งความอร่อย ความสนุกสนาน ความแซ่บ และความสดชื่นให้กับทุกคนที่เข้ามาในร้าน ซึ่งความสนุกนี้นี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่าทุกมื้ออาหารคือมื้อของความสุข การสังสรรค์ และรอยยิ้ม

ร้านอาหาร “อันหยังก็ได้” มีแนวคิดต่อยอดมาจาก “เป็นลาว” ซึ่งเป็นร้านที่มีลักษณะเป็น “Community Restaurant” หรือ ” ร้านอาหารแห่งชุมชน” ตามแนวความคิดของ “มูฮัมหมัด ยูนุส” ผู้ก่อตั้ง “ธนาคารเพื่อคนจน” แห่งแรกขึ้นในโลก ที่ทำงานบนพื้นฐานของความจริงใจ และการแบ่งปันเพื่อสังคม โดยไม่หวังแต่ผลกำไรสูงสุด ลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน มุ่งหวังให้สังคมมีความสมดุลและสงบสุขอย่างแท้จริง จึงเป็นร้านอาหารที่เกิดขึ้นด้วยแนวความคิดของการทำธุรกิจที่มุ่งแบ่งปันเพื่อสังคม ทำงานร่วมกับท้องถิ่นโดยส่วนใหญ่ ประกอบไปด้วยกลุ่มคนทั้ง 3 วัย ได้แก่ ผู้สูงวัยที่มีประสบการณ์ คนวัยทำงานที่พร้อมลงแรง และเยาวชนที่พร้อมจะเรียนรู้ ทำงานร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ และผลผลิตต่าง ๆ จากชุมชนใกล้เคียงที่ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญของร้าน เพื่อให้ชุมชนและชาวบ้านได้มีส่วนร่วมกับร้านอาหารแห่งนี้อย่างแท้จริง ทำให้เกิดโครงการ พนักงานอาสาสมัคร ที่จะมาผลัดเปลี่ยน หมุนเวียน กันให้บริการกันอย่างเป็นกันเอง

ในขณะที่ “ร้านเป็นลาว” เป็นร้านอาหารอีสาน ขนาดประมาณ 400 ที่นั่ง เปิดบริการ ช่วงสายถึงเย็น การต่อยอดสู่ “อันหยังก็ได้” บนแนวคิดเดียวกัน แต่เปลี่ยนลักษณะร้านเป็นร้านขนาดเล็ก คล้ายกับห้องนั่งเล่นของบ้าน โดยเปิดเป็น 2 เวลาของสองมื้ออาหาร คือเช้ากับเย็น

ทุกเช้าตั้งแต่ 7.00 น.-10.00 น. ชวนมาอุ่นท้องกับอาหารเช้าร้อนๆ อร่อยๆ อย่าง ไข่กระทะ ข้าวต้มกระดูกหมูอ่อน ก๋วยจั๊บน้ำใส และต้มเลือดหมูสูตรเฉพาะ

ทุกเย็นตั้งแต่ 17.00 น.22.00 น. มาอร่อยกับจิ้มจุ่มหมู/เนื้อระดับพรีเมี่ยม ในน้ำซุปต้มยำรสแซ่บและผักสดๆเติมไม่อั้น พร้อมเมนูเด็ดอย่างหมูกรอบ ข้าวผัดปู และยำอันหยังก้อได้ เป็นเมนูเด็ดที่ทุกโต๊ะขอสั่ง ซึ่งทุกวัตถุดิบหลักที่นำมาทำอาหารเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิคส์ ซึ่งเป็นผลผลิตของชาวบ้านในเขาใหญ่ ที่ทั้งสด สะอาด ปลอดภัย

“อันหยังก็ได้” ร้านจึงเป็นร้านอาหารอีสานแนว ‘โคซี่ อีสาน’ cozy i-san ที่นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังอบอุ่นจากการบริการที่เป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่มีสไตล์เฉพาะตัวแบบถ่ายรูปมุมไหนก็เก๋ นับเป็นร้านอาหารชิคๆ แห่งใหม่ของเขาใหญ่ที่อยากให้มาลองกัน

เมนูอาหารคุณภาพ ปลอดผงชูรส กับ วัตถุดิบที่ทุกอย่างล้วนตรวจสอบที่มาได้ เป็นความตั้งใจของ คุณปริญญา สมบุญยิ่ง และ คุณจินดานันท์ ยุระวิชัย 2 หุ้นส่วนหลักของร้าน ที่ต้องการให้อาหารทุกจานได้มาตรฐานเดียวกับอาหารที่ทำกินเองในบ้าน จึงใช้น้ำมันรำข้าวในการปรุงอาหารทุกจาน

มุม Self – Service เกิดจากความต้องการให้ร้านเป็นเหมือนบ้านที่ใครก็เดินมาหยิบผัก หยิบเครื่องปรุงเองก็ได้เพื่อให้เกิดความเป็นกันเอง ได้เยี่ยมชมพื้นที่ของร้านในมุมต่างๆ นอกจากนี้ ยามเช้ามุมนี้ยังมีขนมปังและน้ำชาฟรี หยิบได้ไม่อั้น ไว้ให้ลูกค้าได้มาปิ้งขนมปัง เลือกชาที่เจ้าของร้านสะสมมาจากการเดินทางไปทั่วโลกอีกด้วย


ช่วงนี้เชฟไอซ์ ภานุพงษ์ วิจิตรานนท์ มาเป็นเชฟอาสาที่นี่ เมนูอร่อยเด็ดของเชฟคือ กะเพราหมูสามชั้น ที่อร่อยเด็ดจนลูกค้าติดใจ

ก๋วยจั๊บน้ำใส ความอร่อยอยู่ที่น้ำซุป … อย่าซดนะ เดี๋ยวต้องไปกินถึงเขาใหญ่

หมูกรอบคือเด็ด!!!! ถึงเมนูนี้จะไม่คลีนจ๋า แต่ทอดด้วยน้ำมันรำข้าวนะยู กัดแล้วกรอบนอก และ ละเอียดใน นุ่มละมุนลิ้นจนเคลิ้ม ต้องคีบเข้าปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า…เอามาอีกจานเลยล่ะกัน !

จิ้มจุ่มหมู/เนื้อระดับพรีเมี่ยม ในน้ำซุปต้มยำรสแซ่บ น้ำซุปรสนัว ไม่ถึงขั้นเผ็ดจ๋า แต่ก็ไม่เลี่ยน จากรสชาติของพริกแห้ง ช่วยให้แซ่บแบบไม่ซี้ดจนเกินไป เอาเป็นว่าต้องลองเอง เพราะ ในฐานะคอจิ้มจุ่มแล้ว บอกได้เลยว่า รสชาติซุปมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนที่ใดในโลกหล้าอย่างแน่นอน

ยำอันหยังก็ได้ ….แซ่บ สดชื่น

ผักสดออแกนิคส์จากชุมชน หยิบได้ไม่อั้นจ้า

ข้าวผัดปูอันเลื่องลือ

ข้าวต้มกระดูกหมู สำหรับมื้อเช้า ….อร่อยอิ่มท้อง

ไข่กระทะ กันไหมคุณ

ลานหน้าร้านตอนกลางคืนเหมาะแก่การกินจิ้มจุ่ม จิบไวน์ ชมดาว เป็นอย่างยิ่ง

ในวันที่ลูกค้าแน่นร้าน อาจต้องรอนานนิดสักนิดนะคะ เนื่องจากอาหารทุกจานจะปรุงทีละจานเท่านั้น ขึ้นเขาใหญ่ครั้งหน้า อย่าลืมไปแวะ พิสูจน์ความอร่อยที่ร้านอันหยังก็ได้กันนะคะ

รับส่วนลด 500 บาท! เมื่อพักที่ มัลดีฟส์ บีช รีสอร์ท (Maldives Beach Resort) จ.จันทบุรี  

มัลดีฟส์ บีช รีสอร์ท (Maldives Beach Resort) จ.จันทบุรี

มอบส่วนลดทันที 500 บาท เมื่อจองโรงแรมนี้

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

มัลดีฟส์ บีช รีสอร์ท (Maldives Beach Resort) จ.จันทบุรี ตั้งอยู่บนหาดแหลมเสด็จ – เจ้าหลาวมีห้องพักที่อยู่ใกล้ทะเลที่สุดในจันทบุรี ท่ามกลางความเงียบสงบ ร่มรื่น ส่วนตัว และเป็นกันเอง สัมผัสความงดงามของท้องทะเลที่ทอดยาวและหาดทรายตื้นสีขาวสะอาดได้อย่างใกล้ชิดเพียงแค่คุณก้าวเท้าจากห้องพักเท่านั้น

มัลดีฟส์ บีช รีสอร์ท เหมาะสำหรับการพักผ่อนทั้งสำหรับคู่รัก เพื่อนฝูงและครอบครัวหรือแม้แต่การมาสัมมนาทุกรูปแบบ เรามีห้องพักที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใกล้เคียงที่พัก สามารถเดินเที่ยวชมได้ อาทิเช่น ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน อ่าวคุ้งกระเบน และ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อ่าวคุ้งกระเบน ฯลฯ ให้คุณท่องเที่ยว

เชิญสัมผัสเกลียวคลื่นและแสงแดด ทั้งยามเช้าและยามเย็น นั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน เคล้าคลอกลิ่นอายแห่งท้องทะเลชายฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิดที่ “มัลดีฟส์ บีช รีสอร์ท”

ห้องพักแบบ Superior Seaview

ห้องพักแบบ Triple Seaview

ห้องพักแบบ Maldives Suite

ห้องพักแบบ Maldives Special

ห้องพักแบบ Junior Suite

ห้องพักแบบ Family Seaview

ห้องพักแบบ Standard Seaview

ห้องพักแบบ Superior

ห้องพักแบบ Deluxe

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

เงื่อนไข:

-ห้องพักทุกประเภท 2 วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-รับส่วนลด 500 บาท เมื่อมียอดชำระค่าห้องพักตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก Travel Guru เท่านั้น
-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon
-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง (Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ
-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนเข้าพัก
-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-1007008  เท่านั้น
-ไม่สามาถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆหรือแลกเป็นเงินสดได้
-กรณีเลื่อนวันหรือยกเลิกการเดินทางต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ และ สามารถเลื่อนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
-หากของรางวัลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทจะหาของรางวัลที่มูลค่ามากกว่าหรือเทียบเท่ามาชดเชยให้

ระยะเวลา: วันนี้ – 28 ก.พ. 61

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.hotelsthailand.com/thailand/chanthaburi/maldives-beach-resort.html