แต่งชุดไทย ห่มสไบ เดินเล่นย้อนยุคที่ “เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124” ที่เที่ยวแห่งใหม่ เมืองกาญฯ

1

หากเบื่อชีวิตเมืองกรุง มีแต่เรื่องวุ่นวาย ลองออกไปเที่ยวพักกายพักใจกันหน่อยดีกว่า ไปใช้ชีวิตแบบวิถีไทยในอดีต แต่งชุดไทย ห่มสไบ เดินเล่นย้อนยุคที่ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 จังหวัดกาญจนบุรี กัน! ตามไปเที่ยวเมืองจำลองย้อนยุคของไทยสมัย รัชกาลที่ 5 ได้ใช้ชีวิตแบบคนในยุคนั้นจริงๆ ทั้งบ้านเรือน อาหาร ของใช้ และภาษาที่ใช้ก็แบบดังเดิมกัน เก๋ไก๋ไปอีกเจ้าค่ะ!!

แต่งชุดไทย ห่มสไบ เดินเล่นย้อนยุคที่
“เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124”
ที่เที่ยวแห่งใหม่ เมืองกาญฯ

2

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประกาศเลิกทาส ทรงออก “พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124” เมื่อวันที่  1 เมษายน พ.ศ. 2448 ซึ่งวันที่ 1 เมษายนของทุกปี ถือเป็น วันเลิกทาสไทย นั่นเอง

3

เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เป็นเมืองโบราณ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 60 ไร่ จำลองวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ในสมัยอดีต ในรัชกาลที่ 5 หลังการประกาศเลิกทาส หากใครที่ได้เข้ามาก็จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

4 5

เดินเล่นผ่าน สะพานหัน อันเป็นที่ล่องเรือค้าขายกันของผู้คนในสมัยนั้น อีกทั้งอาคาร บ้านเรือนไทย อาหารไทยแบบดั้งเดิม เงินที่ใช้ในการซื้อขาย ภาษาที่ใช้ ขอรับ/เจ้าค่ะ >,< การประกอบอาชีพของคนสมัย การหุงหาอาหาร และเราสามารถแต่งชุดไทย ให้เข้ากับบรรยากาศได้อีกด้วย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่รอให้ทุกคนมาสัมผัส เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 59 ที่ผ่านมา เปิดให้บริการเป็นวันแรก

6

“สะพานหัน” ชื่อนี้เรียกตามจากลักษณะของตัวสะพานที่สมัยก่อนนั้น จะเป็นไม้แผ่นเดียวพาดข้ามคลอง ปลายข้างหนึ่งตรึงแน่นกับที่ ส่วนอีกข้างจะไม่ตอกติด จับหันไปมาได้เพื่อให้เรือแล่นผ่านต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างใหม่เป็นสะพานโครงเหล็กพื้นไม้

7

ขอบคุณภาพ travelprothai.com

จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เปลี่ยนทำเป็นแบบสะพานริอัลโตทีนครเวนิซ และที่ปองเตเวกคิโอ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี คือเป็นสะพานไม้โค้งกว้าง สองฟากสะพานมีห้องแถวเล็กๆให้ขายของ ส่วนตรงกลางเป็นทางเดิน ซึ่งสะพานนี้ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ชอบเสด็จประพาสเพื่อซื้อผลไม้แห้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่นลูกพลับแห้ง และผลไม้แห้งต่างๆนานาชนิดเจ้าค่ะ

8

แสงอาทิตย์ยามเช้า กับดอกบานเช้า ณ เรือนคหบดี เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

9

“กระต่ายขูดมะพร้าว” วิธีการขูดมะพร้าวของชาวบ้าน จะขูดเบาๆ ไม่กดแรงเกินไป เพื่อให้เนื้อมะพร้าวจะเป็นฝอยละเอียด คั้นน้ำกะทิง่ายและได้ปริมาณมากกว่าด้วย

10

“ช่อม่วง” อาหารว่างที่ต้องใช้ความประณีต การจับจีบตัวแป้งหลังการห่อหุ้มไส้แล้วให้มีลักษณะเป็นรูปดอกไม้ อาหารว่างชนิดนี้จึงมีลักษณะอ่อนหวาน นุ่มนวล แฝงไปด้วยความมีศิลปะของอาหารว่างไทยชาววัง

11

13 14 15 16 17

“รถลาก” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่ารถเจ๊ก ในยุคนั้นคนลากส่วนใหญ่เป็นคนจีนที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5

18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28

29

แผนที่ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 จ.กาญจนบุรี 

30

ที่อยู่ : เมืองมัลลิกาตั้งอยู่ตรงทางเข้าประสาทเมืองสิงห์ ติดปั๊มบางจาก ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญฯ ห่างจากตัวเมืองกาญ 32 กม.

google map : https://goo.gl/f2hNPZ

วันและเวลา เปิดให้บริการ : เปิดบริการทุกวันเจ้าค่ะ 9.00 – 21.00 น.

ค่าบริการ : โปรโมชั่นพิเศษ ช่วงเปิดเมือง (29 ต.ค. – 13 พ.ย.)

  • ราคาเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 1 วัน ราคา 150 บาท
  • ราคาเข้าชมสำหรับเด็ก* 1 วัน ราคา 75 บาท
  • ราคาเข้าชมรวมอาหารเย็นและโชว์สำหรับผู้ใหญ่** 550 บาท
  • ราคาเข้าชมรวมอาหารเย็นและโชว์สำหรับเด็ก 350 บาท
    *เด็กสูง ต่ำกว่า 80 ซม. เข้าฟรี / สูงระหว่าง 80-120 ซม.- ราคาเด็ก / สูงเกิน 120 ซม. – ราคาผู้ใหญ่
    **รวมของที่ระลึกจากเมืองมัลลิกา

ราคาเช่าชุดไทย : 200 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 100 บาทสำหรับเด็กเจ้าค่ะ (*มีล็อกเกอร์ไว้ให้เก็บของส่วนตัวก่อนเข้าเยี่ยมชมในเมือง *ราคาเช่าชุดสำหรับผู้ใหญ่ ช่วงเย็นระหว่าง 16.30 – 21.00 น. ลดเหลือ 150 บาท)

สำหรับการเข้าชมเป็นหมู่คณะ โทร 034- 540884-6 หรือ 081-9446352

Facebook : เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

ขอบคุณรูปภาพจาก : เพจเฟสบุ๊ค ตามติดชีวิตผีบ้า , เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

 

Unseen สุพรรณบุรี ไทยเที่ยวไทย

1

รวมรูปภาพที่ได้รับรางวัลจากโครงการประกวดภาพถ่าย  Unseen สุพรรณบุรี
โดย บริษัท เอกชัย สาลี่สุพรรณ จำกัด

Travel.mthai.com ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรี ในมุมที่คุณไม่เคยสัมผัส

Unseen สุพรรณบุรี

2

ฮุบเต็มคำ ผลงานของ คุณเวชันต์ ธราวิศิษฎ์

3

4

Unseen สุพรรณบุรี สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ในมุมที่คุณไม่เคยสัมผัส

5

ชื่อภาพ : สงบ , ผลงานของ คุณสัณหกช เทพโยธิน

 

6

ชื่อภาพ : จุดชมวิวผาอินทรี , ผลงานของ คุณสัญชัย บัวทรง

7

ชื่อภาพ : ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง , ผลงานของ คุณจมิกร ศรีคำ

8

ชือภาพ : สวนบรรหาร – แจ่มใส , ผลงานของ คุณปรีชา ศิริบูรณกิจ

9

ชื่อภาพ : อันซีนที่เขื่อนกระเสียว , ผลงานของ คุณประวิทย์ อุ่นเพชร

10

ชื่อภาพ : ถ้ำเวฬุวัน , ผลงานของ คุณอนกพงศ์ สงสกุล

11

ชื่อภาพ : หมู่บ้านมังกรสวรรค์ , ผลงานของ คุณเมธี มกรครรภ์

12

ชื่อภาพ : หินหน้าลิง , ผลงานของ คุณธวัชชัย วิวัฒวิทยาวงศ์

13

ชื่อภาพ : เจิมขวัญ , ผลงานของ คุณวรรนธนี อภิวัฒนเสวี

14

ชื่อภาพ : อัศจรรย์วิหารแฝด , ผลงานของ คุณเสกสรร เสาวรส

15

ชื่อภาพ : รังพญาต่อยักษ์ , ผลงานของ คุณปิยพงษ์ ศรวณ๊นวคุณ

16

รวมภาพ สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ในมุมที่คุณไม่เคยสัมผัส

Unseen สุพรรณบุรี

 

เที่ยววันหยุด รอบเมืองกรุง ไหว้พระ 9 วัด ประจำรัชกาล

1

เที่ยววันหยุด รอบเมืองกรุง
ไหว้พระ 9 วัด ประจำรัชกาล

หากวันหยุดนี้ไม่มีแพลนไปไหน Travel.mthai อยากชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยววันหยุด รอบเมืองกรุง ไหว้พระ 9 วัด ประจำรัชกาลกันค่ะ พระพุทธศาสนานั้นเป็นศาสนาที่อยู่คู่บ้านเมืองเรามาช้านาน มีการสร้างโบสถ์ วัด เพื่อให้ผู้คนมาสักการะ เสริมศิริมงคล และประกอบพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งก็จะมีวัดเก่าแก่มากมายที่สร้างในสมัยของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ซึ่ง 9 วัดประจำรัชกาลนี้ เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์พระองค์นั้น ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องและมีความผูกพัน จึงถือวัดทั้ง 9 เป็นวัดประจำรัชกาลของแต่ละพระองค์

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
วัดประจำรัชกาลที่ 1

2

สักการะ : พระพุทธไสยาส(พระนอน) ขนาดเท่ากับพระอุโบสถ และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ, พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว, พระพุทธเทวปฏิมากร พระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า ด้วยประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ว่า นี่จะเป็นพระนครอย่างถาวร เป็นต้น

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วย เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง และทางยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้รับความนิยมเที่ยวเป็นลำดับที่ 24 ของโลก ในปี พ.ศ. 2549 โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนในปีนั้นถึง 8,155,000 คน

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์พระเจดีย์ที่สำคัญ คือ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตั้งอยู่ : ริมถนนสนามไชยและถนนมหาราช ติดกับพระบรมมหาราชวังแขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนครกรุงเทพมหานคร

———————————————————————————————-

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
วัดประจำรัชกาลที่ 2

3

ขอบคุณภาพ www.amazingthaitour.com

สักการะ : พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย, พระปรางค์วัดอรุณ

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดแจ้ง หรือเรียกสั้นๆ ว่า วัดอรุณ เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา จนมาถึงในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังเดิม และได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่ทั้งวัด แต่ยังไม่ทันสำเร็จก็สิ้นรัชกาลที่ 1 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้งต่อมา และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชธาราม”

ต่อมามีพระราชดำริที่จะเสริมสร้างพระปรางค์หน้าวัดให้สูงขึ้น แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เสริมพระปรางค์ขึ้นและให้ยืมมงกุฎที่หล่อสำหรับพระพุทธรูปทรงเครื่องที่จะเป็นพระประธานวัดนางนองมาติดต่อบนยอดนภศูล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชธารามหลายรายการ และให้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถด้วย เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จสิ้นลง พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม”

ตั้งอยู่ : ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่กรุงเทพมหานคร

การเดินทาง : 

  • รถยนต์ส่วนตัว กรณีเดินทางมาจากถนนปิ่นเกล้า ให้ข้ามสะพานอรุณอมรินทร ผ่านโรงพยาบาลศิริราช กรมอู่ทหารเรือ วัดเครือวัลย์ กรมสารวัตรทหารเรือ โดยวัดอรุณฯ อยู่ทางฝั่งซ้ายมือ
  • ทางเรือ ขึ้นเรือข้ามฟากจากฝั่งพระนคร บริเวณท่าเตียน
  • รถประจำทาง รถประจำทางที่ผ่านวัดอรุณฯ ได้แก่ สาย 19, 57 และ 83

———————————————————————————————-

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร
วัดประจำรัชกาลที่ 3

4

ขอบคุณภาพ FindThailand.com

สักการะ : พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร, พระพุทธไสยาสน์นารถชนินทร์

วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่เดิมชื่อวัดจอมทอง เป็นวัดที่มีมาก่อนการสร้างกรุงเทพมหานคร พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงสถาปนาวัดจอมทองขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม ได้รับพระราชทานนามใหม่ว่าวัดราชโอรส ซึ่งหมายถึง พระราชโอรสคือ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

ตั้งอยู่ : ถนนเอกชัย แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150

———————————————————————————————-

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
วัดประจำรัชกาลที่ 4

5

ขอบคุณภาพ คุณ Ball Krissana

สักการะ : พระพุทธสิหังคปฏิมากร, ปาสาณเจดีย์, ปราสาทยอดปรางค์

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ตามธรรมเนียมประเพณีโบราณที่ว่า ในราชธานีจะต้องมีวัดสำคัญประจำ 3 วัด คือ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดราชประดิษฐาน จึงทรงสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้ครบตามโบราณราชประเพณี และเพื่อพระอุทิศถวายแก่พระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกายเพื่อที่พระองค์เองและเจ้านาย ข้าราชการ ที่จะไปทำบุญที่วัดฝ่ายธรรมยุติกนิกายใกล้พระบรมมหาราชวังได้สะดวก

ตั้งอยู่ : ถนนสราญรมย์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

———————————————————————————————-

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
วัดประจำรัชกาลที่ 5

6

ขอบคุณภาพ ธรรมะไทย

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาลเมื่อ พ.ศ. 2412 มีลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมตะวันตก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หมายถึง วัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง

มีมหาสีมาอันเป็นเสาศิลาจำหลักยอดเป็นรูปเสมาธรรมจักร 8 เสา ตั้งเป็นสีมาที่กำแพง 8 ทิศ “ราชบพิธ” หมายถึง พระอารามที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง บพิธ คำนี้มาจากภาษาบาลีคือ ปวิธะ ที่แปลว่าสร้าง ส่วน “สถิตมหาสีมาราม” หมายถึง พระอารามซึ่งมีสีมากว้างใหญ่ เป็นมหาสีมาล้อมรอบอาณาเขตของวัด

อีกทั้งมี สุสานหลวง ซึ่งตั้งอยู่นอกเขตกำแพงมหาสีมาธรรมจักของวัดด้านทิศตะวัน โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่บรรจุพระอัฐิ (กระดูก) และพระสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ไว้นั้นเพื่อเป็นพระบรมราชูทิศพระราชกุศลแก่พระบรมราชเทวี พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระองค์ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ กันทั้งพระเจดีย์ พระปรางค์ วิหารแบบไทย แบบขอม (ศิลปะปรางค์ลพบุรี) และแบบโกธิค โดยตั้งอยู่ในสวนซึ่งมีต้นลั่นทมและพุ่มพรรณไม้ต่างๆ ปลูกไว้อย่างสวยงาม

อนุสาวรีย์ที่สำคัญคือ เจดีย์สีทอง 4 องค์ เรียงลำดับจากเหนือไปใต้ ซึ่งมีชื่อสอดคล้องกันดังนี้ สุนันทานุสาวรีย์ รังษีวัฒนา เสาวภาประดิษฐาน สุขุมาลนฤมิตร์

ตั้งอยู่ : ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

———————————————————————————————-

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
วัดประจำรัชกาลที่ 6

7

ขอบคุณภาพ Around of Rattanakosin

สักการะ : หลวงพ่อโต, พระพุทธชินสีห์

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร  พระอารามนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มีสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมจีน ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ 2 องค์เป็นพระประธาน คือ พระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) ที่อัญเชิญมาจากวัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี และพระพุทธชินสีห์ อัญเชิญมาจากวิหารทิศเหนือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งใต้ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธชินสีห์ เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเคยผนวช ณ วัดนี้เมื่อยังทรงดำรงพระอิสริยยศที่สยามมกุฎราชกุมาร

ถัดจากพระอุโบสถออกไปเป็นเจดีย์กลมขนาดใหญ่ สร้างรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หุ้มกระเบื้องสีทอง ในรัชกาลปัจจุบัน รอบฐานพระเจดีย์มี ศาลาจีนและซุ้มจีน ถัดออกไปเป็นวิหารเก๋งจีน นอกจากนี้ก็มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง บริเวณรอบเจดีย์มีพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่ง คือ พระไพรีพินาศ

ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงผนวชและประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร โปรดเกล้าฯ ให้ประติมากรของกรมศิลปากรปั้นหุ่นและสร้างพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร โดยเสด็จพระราชดำเนินหล่อพระพุทธรูปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2499 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธนาราวันตบพิตร”

ตั้งอยู่ : ต้นถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

———————————————————————————————-

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
วัดประจำรัชกาลที่ 7

8

ขอบคุณภาพ ธรรมจักร

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นอกจากจะเป็นพระอารามหลวง ประจำรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้ว ยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 7 ด้วย

ภายในมี พระพุทธอังคีรส เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากประเทศอิตาลี พระนาม “พระพุทธอังคีรส” แปลว่ามีรัศมีซ่านออกจากพระวรกาย หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อต้นรัชกาลที่ 5 กระไหล่ทองคำเนื้อแปดหนัก 180 บาท เป็นทองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เมื่อยังทรงพระเยาว์

ที่ฐานบัลลังก์กระไหล่ทองเนื้อหกหนัก 48 บาท ภายในบรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีสุลาไลย และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

ตั้งอยู่ : ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

———————————————————————————————-

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
วัดประจำรัชกาลที่ 8

9

ขอบคุณภาพ http://www.bkk1.in.th/Topic.aspx?TopicID=244144

เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ จนมาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชทานนามว่า “วัดสุทัศนเทพวราราม”

ภายในวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และได้อัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. 2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรในวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี

ที่พระวิหารมี “พระศรีศากยมุนี” เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วย สำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยาบานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ หลังจากสักการะในวัดสุทัศน์ฯแล้ว แนะนำให้เดินมาที่เสาชิงช้า เพื่อ สรงน้ำพระพักตร์เทวรูปที่ซุ้ม และข้ามไปที่ศาลากลางเพื่อสรงน้ำ พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งปีนี้ย้ายสถานที่จากสนามหลวงเป็นที่หน้าศาลากลาง บริเวณลานคนเมือง

ตั้งอยู่ : 146 ริมถนนตีทอง 1 ถนนบำรุงเมือง หน้าวัดออกทางถนนอุณากรรณ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

———————————————————————————————-

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
วัดประจำรัชกาลที่ 9

10

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในปี พ.ศ. 2538 เป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคมสีมา และได้รับการยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีเป็นการพิเศษในปี พ.ศ. 2542  เดิมเป็นที่ลุ่มว่างเปล่า ขอบเขตที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื้อที่ทั้งหมด 8 – 2 – 54 ไร่

พระอุโบสถ โปรดให้สร้างด้วยความเรียบง่าย และประหยัด แรกเริ่มการออกแบบพระอุโบสถมีขนาดใหญ่โต และเมื่อนำแบบพระอุโบสถขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทอดพระเนตร มีรับสั่งให้ย่อลง ให้มีขนาดกะทัดรัด สอดคล้องกับลักษณะของชุมชน ด้วยไม่โปรดสิ่งที่ใหญ่โตเกินความจำเป็น

มีพระราชประสงค์ให้วัดนี้เป็นวัดของชุมชนพระราม 9 เพื่อให้ประกอบศาสนกิจ เน้นให้สามารถเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนได้เป็นสำคัญ อีกทั้งสภาพพื้นที่ก็ไม่เหมาะที่จะสร้างเป็นวัดใหญ่ ลดงบประมาณจากที่ตั้งไว้ เดิม 57 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นพระราชนิยมที่ประหยัด เรียบง่าย เน้นเพียงการใช้ประโยชน์สูงสุดที่สำคัญ และมีพระราชประสงค์ให้เป็นตัวอย่างของการสร้างวัดสำหรับชุมชนอีกด้วย

ตั้งอยู่ : เลขที่ 999 ซอย 19 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320

ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org, http://www.amazingthaitour.com/, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย