3 อีเว้นท์น่าไปเดือนตุลาคมนี้ ที่ฮ่องกง

1

3 อีเว้นท์น่าไปเดือนตุลาคมนี้ ที่ฮ่องกง

ตุลาคมนี้ ฮ่องกงต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงและอากาศเย็นสบายสุดชิลด้วยหลากหลายเทศกาลและกิจกรรมชวนตื่นเต้นเร้าใจ เหล่าคนรักศิลปะวัฒนธรรมเตรียมสัมผัสกับเทศกาลรื่นเริงสุดอลังการตามประเพณีและพิธีกรรมความเชื่อท้องถิ่นที่ยังคงปฏิบัติกันมาจากรุ่นสู่รุ่นกว่าหลายร้อยปี ส่วนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสนุกสุดมันส์ก็จะได้ตื่นเต้นไปกับสีสันความบันเทิงไร้ขีดจำกัด และเปิดโอกาสให้ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ทั้งคนฮ่องกงและนักท่องเที่ยวนานาชาติ แล้วมาปิดท้ายเดือนกันด้วยการเฉลิมฉลองมหกรรมแห่งความอร่อยกับอาหารและไวน์ชั้นเลิศที่คัดสรรมาเพื่อบรรดานักชิมตัวยงโดยเฉพาะ รู้แบบนี้แล้วอย่ารอช้า! จองตั๋วเครื่องบินและที่พักมาเที่ยวฮ่องกงด้วยกัน เพราะเดือนตุลาคมนี้ ฮ่องกงจะเต็มไปด้วยสีสันกิจกรรมและเทศกาลดี ๆ มากมายที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกแนวอย่างลงตัว แล้วคุณจะได้เพลิดเพลินในมหานครแห่งเอเชียตามแบบฉบับคนฮ่องกงขนานแท้

วันนี้ เราได้รวบรวม 3 อีเว้นท์ที่น่าสนใจช่วงเดือนตุลาของฮ่องกงที่คุณต้องตามไปเช็คอินให้ถึงที่!

1.ประเพณีเชิดมังกรไฟไท่ ฮาง

2

3

วัน:   3-6 ตุลาคม 2560
เวลา:    20.15 – 22.30 น.
สถานที่ ไท่ฮาง ย่านคอสเวย์เบย์ (จุดชมการแสดงที่ดีที่สุด: ถนนหวุ่นซา (Wun Sha Street) )
เว็บไซต์ http://bit.ly/2jjRXRy
หมายเหตุ:   วันที่ 4 ตุลาคม จะมีโชว์การแสดงที่สวนวิคตอเรีย ตั้งแต่ 22.45 – 23.30 น. ด้วย

พิธีกรรมเชิดมังกรไฟอันเก่าแก่และน่าตื่นตาตื่นใจนี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกวัฒนธรรมสำคัญประจำชาติจีน เริ่มขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยชาวบ้านในหมู่บ้านไท่ ฮาง จัดขึ้นเพื่อปัดเป่าโชคร้ายและขับไล่โรคระบาดในหมู่บ้าน ซึ่งการแสดงนี้จะประกอบไปด้วยคนตีกลองที่คอยส่งจังหวะคึกคักสนุกสนาน การเต้นเชิดมังกรไฟ และการจุดประทัดจีน ชาวบ้านยังคงสืบสานประเพณีที่ทรงคุณค่านี้ด้วยการแห่มังกรไฟที่ตกแต่งประดับประดาอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ท่ามกลางบรรยากาศเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองบนนถนนด้านหลังของย่านไท่ ฮาง ที่จัดต่อเนื่องกันเป็นเวลาสามคืนในช่วงคืนพระจันทร์เต็มดวง

2.เทศกาลฮาโลวีนที่ฮ่องกง

4 5

เวลา:   ตุลาคม 2560
สถานที่ ทั่วทั้งเมืองฮ่องกง รวมถึงฮ่องกงดิสนีย์แลนด์และโอเชียนปาร์ค
เว็บไซต์: http://bit.ly/2wWpWUS

ทั่วเมืองฮ่องกงจะเต็มไปด้วยความสนุกสุดหลอนกับปาร์ตี้ฮาโลวีนมันส์ ๆ ที่ยกขบวนแม่มด ปีศาจ และเหล่าผีมาเขย่าขวัญ สร้างความสนุกสนานคึกคัก และเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ไปด้วยกันพร้อมคนทั่วโลก ตอกย้ำชื่อเสียงของมหานครฮ่องกงในฐานะเมืองแห่งปาร์ตี้ฮาโลวีนครบรส ทั้งห้างร้านที่จะประดับตกแต่งด้วยธีมเทศกาล รวมทั้งเมนูพิเศษสำหรับช่วงฮาโลวีนโดยเฉพาะ สตรีทปาร์ตี้ที่สนุกสุดเหวี่ยงและการเฉลิมฉลองเทศกาลฮาโลวีนในสวนสนุกต่าง ๆ ทั่วทั้งเกาะ ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วเอเชียจะบินลัดฟ้ามาสัมผัสบรรยากาศสีสันความบันเทิงแบบหลอน ๆ และความตื่นเต้นเร้าใจในค่ำคืนฮาโลวีน

ท่ามกลางบรรยากาศหมู่บ้านล้อมรอบด้วยกำแพงผุพัง คฤหาสน์สไตล์วิคตอเรียนชวนขนหัวลุก และตำนานเรื่องเล่าเก่าแก่กว่าหลายพันปี ประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฮ่องกงที่วัฒนธรรมแห่งโลกตะวันออกมาพบกับโลกตะวันตก ซึ่งรวมถึงเทศกาลเฉลิมฉลองแบยุโรปอย่างเทศกาลฮาโลวีน ได้ผูกพันร้อยเรียงอยู่ในสายใยวัฒนธรรมของมหานครแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง

สำหรับครอบครัวที่ชื่นชอบความสนุกสนาน หรือแก๊งค์เพื่อนซี้ชอบเที่ยว ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ก็พร้อมเปิดบ้านต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยกิจกรรมความบันเทิง “แบบชวนหลอน” ในช่วงเทศกาลฮาโลวีนนี้เช่นกัน มิกกี้เม้าส์และเหล่าผองเพื่อนจะมาในชุดคอสตูมฮาโลวีนที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ชวนให้เด็ก ๆ ทุกเพศทุกวัยอยากจะคว้ากล้องถ่ายรูปและสมาร์ทโฟนขึ้นมาโพสท่าถ่ายรูปเซลฟี่เป็นที่ระลึก

สวนสนุกโอเชียนปาร์คก็เตรียมสร้างความหลอนให้กับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเที่ยวแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน  ด้วยประสบการณ์ความสนุกฉบับวันฮาโลวีนที่จะทำให้ทุกคนต้องเกาะกลุ่มตัวติดกันด้วยความตื่นเต้น ทั้งโซน “ท้าความกลัว” (PHOBIA Experience) ที่รวบรวมเครื่องเล่นแบบหลอน ๆ มาท้าทายนักท่องเที่ยวถึงขีดสุดของความกลัว และ “ซอว์” (SAW presented by Blue Girl Beer) ที่รวมสุดยอดช่วงเวลาระทึกขวัญและหักมุมจากหนังฆาตกรรมแฟรนไชส์เรื่องดัง ซอว์ (SAW) รวมถึงภาคต่อล่าสุดอย่างเรื่อง JIGSAW ที่มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ด้วย

3.เทศกาลฮ่องกง ไวน์ แอนด์ ไดน์

6 7

วัน:   26-29 ตุลาคม 2560
สถานที่ ลานกิจกรรมเซ็นทรัลฮาร์เบอร์ฟรอนท์
บัตรเข้างาน: ราคาตั้งแต่ 30 เหรียญดอลล่าร์ฮ่องกงขึ้นไป – สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เว็บไซต์ http://bit.ly/2xWBMft

สุดยอดเทศกาลความอร่อยที่เหล่าคนรักอาหารและไวน์ตั้งตารอคอยกันทุกปี การท่องเที่ยวฮ่องกงขอนำ เทศกาลฮ่องกง ไวน์แอนด์ไดน์ เฟสติวัล กลับมาสร้างความคึกคักให้กับวงการอาหารอีกครั้ง สำหรับเทศกาลในปีนี้จะพิเศษมากขึ้นด้วยโซนใหม่อย่าง Robert Parker Wine Advocate Pavilion และบูธอาหารและไวน์มากมายอีกกว่า 400 บูธที่บรรดานักชิมไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ในปีนี้จะมีเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังในแวดวงอาหารมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ เคอร์ติส ดัฟฟี เชฟมิชลินสตาร์สามดาวสี่ปีซ้อนที่บินตรงมาจากชิคาโก ผู้มีชื่อเสียงจากเมนูอาหารแปลกใหม่ที่เขาคิดค้นสร้างสรรค์ขึ้นเอง และยังเคยเป็นเชฟคนดังในผลงานภาพยนตร์สารคดีระดับรางวัลเรื่อง “For Grace” ด้วย อองเดรย์ เชียง สุดยอดเชฟอัจฉริยะสัญชาติไต้หวัน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้านอาหารฝรั่งเศส “อองเดรย์” ที่คว้าอันดับหนึ่งมาแล้วหลายรายการ และติดอันดับที่ 2 ในลิสต์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2017 รวมถึงอันดับที่ 14 ในลิสต์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมของโลกประจำปีนี้ เชฟอองเดรย์ยังได้รับการยอมรับให้เป็นเชฟที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของเอเชียด้วยปรัชญาการรังสรรค์อาหารเฉพาะตัวที่เรียกว่า “Octa-philosophy” หรือการผสมผสานองค์ประกอบ 8 ประการลงในเมนูอาหารชั้นเลิศของเขา และเจนิส หว่อง เชฟสาวจากสิงคโปร์เจ้าของฉายา “ราชินีขนมหวาน” ผู้คว้ารางวัลสุดยอดเชฟเพสตรี้แห่งเอเชีย (Asia’s Best Pastry Chef) และเป็นเจ้าของร้าน 2am:dessertbar ควบตำแหน่งพันธมิตรที่ปรึกษาให้กับร้าน COBO HOUSE ในฮ่องกงด้วย

ไฮไลท์สำคัญอื่น ๆ ของเทศกาลฮ่องกง ไวน์ แอนด์ ไดน์ ปีนี้ ได้แก่ โซน The Robert Parker Wine Advocate Pavilion ที่นำเสนอประสบการณ์การลิ้มลองไวน์ชั้นเยี่ยมระดับคุณภาพ เรตติ้ง RP88 ขึ้นไป จากผู้ผลิตชั้นนำของโลก โซน Bubbly Gala ที่รวบรวมคัดสรรเครื่องดื่มคลาสสิคสุดพิเศษมาให้ดื่มด่ำกันถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นแชมเปญที่ผ่านวิธีการปลูกและขั้นตอนการผลิตอย่างพิถีพิถัน สาเกญี่ปุ่นที่หมักด้วยผลไม้ และมักกอลี เหล้าสีขาวนวลรสหวานนุ่มลิ้นสัญชาติเกาหลีที่ลงมือหมักเอง โซน The Trendy Food ที่แขกผู้ร่วมงานจะได้อิ่มเอมกับอาหารสไตล์ฮ่องกงแบบคนฮ่องกงแท้ ๆ และค้นพบเมนูจานโปรดที่คนฮ่องกงขาดไม่ได้ และสำหรับใครที่อยากรู้เคล็ดลับการทำธุรกิจด้านอาหารก็สามารถแวะไปเอาความรู้ดี ๆ ได้ที่เวที The Tasting Theatre ที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและไวน์จะมาร่วมกันแชร์ข้อมูลและประสบการณ์ที่น่าสนใจให้ผู้ฟังได้ทราบ

รีบแพลนทริปมาฮ่องกงเดือนตุลานี้! แล้วคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวอันหลากหลาย ความมีชีวิตชีวา และสีสันความโดดเด่นของมหานครระดับโลกของเอเชียแห่งนี้ได้อย่างลึกซึ้งกว่าที่เคย

คำแนะนำดี ๆ สำหรับสายชิม – เทศกาล Hong Kong Great November Feast จะจัดขึ้นตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ อัดแน่นไปด้วยอีเว้นท์และกิจกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มมากมาย อาทิ เทศกาลไวน์ งานสตรีทคาร์นิวัล รวมถึงข้อเสนอพิเศษจากร้านอาหารทั่วทั้งเมือง และอื่น ๆ อีกคับคั่ง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถไปที่เว็บไซต์ www.discoverhongkong.com

 

ลดแรง 80%! เมื่อพักที่ แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) จ.เชียงใหม่

โปรโมชั่นฮอต ลด 80%! ประจำเดือนตุลาคม 2560

ที่พักราคาพิเศษสุด ที่ แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) จ.เชียงใหม่

ราคาปกติ 3,500 บาท ลดเหลือ 799 บาท!!!

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

1

แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล (At Nata Chiang Mai Chic Jungle) จ.เชียงใหม่ โรงแรมขนาดเล็ก ตั้งอยู่ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้านชาวเขา น้ำตกแม่สา สวนสิริกิติ์ ฟาร์มงูแม่สา ฟาร์มกล้วยไม้ และปางช้างแม่สา ส่วนสิ่งปลูกสร้างภายในโรงแรม เป็นการผสมผสานรูปแบบแนวโมเดิร์นให้กลมกลืนกับความสวยงามของธรรมชาติ โดยรักษาเสน่ห์ของโครงสร้างเดิมเอาไว้ บริเวณโรงแรมเป็นที่ลาดเชิงเขาไล่ระดับลดหลั่นลงมาถึงบริเวณน้ำตก มองเห็นเป็นลำธารเล็กๆ ไหลผ่านโขดหินและลงสู่แอ่งน้ำธรรมชาติ ผู้เข้าพักจึงได้สัมผัสความสดชื่น รื่นรมย์ ในบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย

 ข้อมูลห้องพัก
ห้องพักมีจำนวนทั้งหมด 15 ห้องพัก ได้แก่

Superior Room จำนวน 5 ห้อง สำหรับ 2 ท่าน เป็นห้องพักที่อยู่ในเรือนแถวติดกันทั้ง 5 ห้อง ภายในถูกออกแบบและตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นปูนเปลือย

Modern Cottage จำนวน 5 ห้อง แบ่งเป็น 3 สไตล์ ได้แก่

– Modern 1: เป็นบ้านทรง A ที่หรูหราและทันสมัย สำหรับ 2 ท่าน

– Modern 2 – 3: เป็นบ้านแฝด มีสระว่ายน้ำบริเวณหน้าห้องพัก สำหรับ 2 ท่าน

– Modern 4 – 5: เป็นบ้านแฝด อยู่ติดกับน้ำตกแม่สา สามารถขอเตียงเสริมได้

Sweet Cottage จำนวน 3 ห้อง ตกแต่งเป็นพิเศษด้วยการเพ้นท์สีและลวดลายศิลปะ ห้องนอนสวยงามกลมกลืนไปกับบรรยากาศ

So Sweet Room จำนวน 1 ห้อง เป็นห้องพักดีไซน์แปลกตา ที่สามารถชมธรรมชาติและน้ำตกแม่สาได้อย่างชัดเจน ห้องน้ำเป็นแบบเปิดโล่งไม่มีประตู และมีอ่างอาบน้ำอยู่กลางห้องนอน

Villa Story จำนวน 1 หลัง เป็นบ้านทรงแปดเหลี่ยม ประกอบด้วย 2 ห้องนอน และชั้นลอย พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง รองรับสำหรับ 5 ท่าน ขอเตียงเสริมเพิ่มได้ 2 ท่าน

 สถานที่ตั้ง
โรงแรมแอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล ตั้งอยู่ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สามารถเดินทางโดยรถยนต์ไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ภายใน 30 นาที

ห้องพักแบบ Superior

2 3

ห้องพักแบบ Modern Cottage

4 5

ห้องพักแบบ Sweet Cottage

6 7

ห้องพักแบบ Villa Story

8 9

ห้องพักแบบ So Sweet

10 11

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

12 13 14 15

เงื่อนไข:

-แอท นาธา เชียงใหม่ ชิค จังเกิล ห้องพักแบบ SUPERIOR (2 ท่าน) รวมอาหารเช้า 2 วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon

-ระยะเวลาในการเข้าพัก ใช้เข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2560

-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ( Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ

-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 14 วันทำการก่อนเข้าพัก

-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-1007008 เท่านั้น

-โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัน ยกเลิก หรือ คืนเงินได้

-ท่านต้องเป็นสมาชิกทราเวล กูรู อย่างน้อย 90 วันขึ้นไป

รายละเอียดห้องพัก: http://www.hotelsthailand.com/thailand/chiang-mai/at-nata-chiang-mai-chic-jungle.html

1 ตุลาคมนี้ ได้เวลาเปิดภู เตรียมไปพิชิต “ภูกระดึง”

1

ในฤดูหนาวแต่ละปี จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางผจญภัยไปในที่ต่างๆ ทั่วเมืองไทย โดยส่วนมากจะเป็นการเที่ยวภูเขา เที่ยวดอย เพื่อให้เหมาะกับฤดูกาลและรับลมหนาวอย่างเต็มที่ และมีอยู่สถานที่หนึ่ง ที่เป็นเหมือนไอคอนหลักในการเที่ยวหน้าหนาว เพราะมีทั้งการเดินเท้าขึ้นเขา สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ประกอบเขาบนยอดเขามีจุดชมวิวทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์อันเลื่องชื่อ พร้อมน้ำตกและแมกไม้นานาพรรณ ที่แห่งนั้นก็คือ “ภูกระดึง” ซึ่งในปีนี้ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปล่าทะเลหมอก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 60

ได้เวลาดูดาว ล่าทะเลหมอก เตรียมไปพิชิต ภูกระดึง จ. เลย

2

ขอบคุณภาพจาก siamtravel.in.th

ภูกระดึง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.13 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึงประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร

ภูกระดึง มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร สภาพทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพองซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนาที่หวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

3

ขอบคุณภาพจาก dnp.go.th

ภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงบริเวณที่ระดับต่ำตามเชิงเขา มีสภาพโดยทั่วไปใกล้เคียงกับบริเวณอื่นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม ฝนตกชุกที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม และอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน

ในช่วงฤดูฝน มักเกิดภัยธรรมชาติ เช่น เกิดการพังทลายของภูเขาและมีน้ำป่า ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดให้ปิด-เปิดการท่องเที่ยวเฉพาะบนยอดเขาภูกระดึง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และให้สภาพธรรมชาติและสภาพแวดล้อมได้มีการพักฟื้นตัว หลังจากนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมอย่างมากในแต่ละปี ดังนี้

– ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน ของทุกปี

– เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม ของทุกปี

4

ภาพจาก nikonianthailand.com

5

ภาพจาก pixpros.net

การได้ถ่ายรูปกับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราเป็นผู้พิชิตภูกระดึง” ยังคงเป็นที่นิยมคลาสสิกตลอดกาล นอกจากการชมทัศนียภาพบนยอดภูแล้ว ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือการชมดอกเมเปิ้ลสีแดงสดริมธารน้ำตก

6

ภาพจาก travel.thaiza.com

7

ภาพจาก th.aectourismthai.com

การเดินขึ้นภูกระดึงไม่ลำบากมากนัก แต่ระยะทางจะไกลและชัน แต่ระหว่างทางจะมีจุดให้แวะพักเหนื่อยต่างๆ ตามลำดับ ได้แก่ ปางกกค่า ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก พร่านพรานแป ซำกกหว้า ซำกกโดน และซำแคร่ หากเดินขึ้นภูตั้งแต่เช้า อากาศจะค่อนข้างเย็นสบาย มีสิ่งที่น่าสนใจให้ชมไปตลอดทาง โดยเฉพาะสภาพทางธรณีและสภาพป่าที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะๆ จากป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา จนถึงหลังแป จากหลังแปถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางจะเป็นทางราบท่ามกลางทุ่งหญ้าป่าสนเขาอันกว้างใหญ่ รวมระยะทางจากทางขึ้นไปถึงหลังแปและศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ประมาณ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง

แหล่งท่องเที่ยวบนภูกระดึงส่วนใหญ่มีทางเดินชมธรรมชาติติดต่อถึงกันหมด ฉะนั้น ผู้ที่จะไปท่องเที่ยวบนภูกระดึงควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อจะได้เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามเหล่านั้นได้ทั่วถึง

8

ภาพจาก www.shots.net

9

ภาพจาก chiangraifocus.com

ท่านที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง สามารถติดต่อสอบถาม หรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้าได้โดยตรง ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทรศัพท์หมายเลข 0-42810-833 และ 0-42810-834 ในเวลาราชการ (08.00 น.-16.30 น.) กรณีที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาท่องเที่ยวพักแรมบนยอดเขาที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้น ให้มาติดต่อซื้อค่าบริการบุคคลก่อนเวลา 13.30 น. และในเวลา 14.00 น. ของทุกวันจะทำการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาและลงเขาในแต่ละวัน

10

ภาพจาก dnp.go.th

11

ภาพจาก dnp.go.th

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.dnp.go.th

เรียบเรียงโดย : Travel MThai