รับส่วนลด 500 บาท! เมื่อพักที่ เซน วิลล่า เขาใหญ่ (Zen Villa Khao Yai) จ.นครราชสีมา

เซน วิลล่า เขาใหญ่ (Zen Villa Khao Yai) จ.นครราชสีมา

มอบส่วนลดทันที 500 บาท เมื่อจองโรงแรมนี้

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก Travel Guru เท่านั้น!

1

เซน วิลล่า เขาใหญ่ (Zen Villa Khao Yai) จ.นครราชสีมา ที่พักสุดหรูแนววิลล่าสไตล์ญี่ปุ่น ท่ามกลางสวนที่แสนร่มรืน เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจ ที่นี่คุณจะได้พักผ่อนอย่างสบายท่ามกลางความเงียบสงบและอากาศดีๆของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกทั้งยังใกล้ที่เที่ยว แหล่งช็อปปิ้ง และร้านอาหารชื่อดังหลายร้าน

สำหรับห้องพักของเซน วิลล่า เขาใหญ่ ก็ตกแต่งได้อย่างเรียบง่ายและหรูหราในเวลาเดียวกัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi ฟรี เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์เคเบิ้ล ตู้เย็น อ่างอาบน้ำ หรือเครื่องทำน้ำอุ่น อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ร้านอาหารทั้งไทยและนานาชาติ พร้อมอุปกรณ์รองรับสำหรับผู้พิการอีกด้วย มาลองใช้เวลาที่เซน วิลล่า เขาใหญ่ แล้วคุณจะค้นพบว่า ญี่ปุ่นอยู่ใกล้ๆแค่เขาใหญ่นี่เอง

ห้องพักแบบ Superior

2 3

ห้องพักแบบ Deluxe

4 5

ห้องพักแบบ Junior Suite

6 7

ห้องพักแบบ Family Suite

8 9

ห้องพักแบบ Royal Suite

10 11

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

12 13 14 15 16

เงื่อนไข:

-ห้องพักทุกประเภท 2 วัน 1 คืน จำนวน 1 ห้อง

-รับส่วนลด 500 บาท เมื่อมียอดชำระค่าห้องพักตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก Travel Guru เท่านั้น

-ราคาดังกล่าวรวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

-Check in 14.00 hrs and Check out 12.00 noon

-ไม่สามารถใช้ได้ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง (Long Weekend) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ

-กรุณาสำรองห้องพักอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนเข้าพัก

-กรุณาสำรองห้องพักได้ที่ 02-100-7008 เท่านั้น

-ไม่สามาถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆหรือแลกเป็นเงินสดได้

-กรณีเลื่อนวันหรือยกเลิกการเดินทางต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ และ สามารถเลื่อนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

-หากของรางวัลดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทจะหาของรางวัลที่มูลค่ามากกว่าหรือเทียบเท่ามาชดเชยให้

ระยะเวลา: วันนี้ – 31 ต.ค. 60

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.hotelsthailand.com/thailand/khao-yai/zen-villa-khao-yai.html

20 สถานที่ชมทะเลหมอกสุด Unseen สัมผัสลมหนาว ในเมืองไทย

1

หนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดฮิตช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว ก็คือการขึ้นไปชมทะเลหมอกสีขาว สัมผัสลมหนาว รู้ไหมว่าหมอกหน้าฝนเนี่ยก็สวยไม่แพ้ช่วงหน้าหนาวเหมือนกันนะ ^^ เรามี 20 สถานที่ชมทะเลหมอกสุด Unseen สัมผัสลมหนาวในเมืองไทย มาฝากกัน เก็บกระเป๋าไปตะลุยหมอกกันดีกว่า

20 สถานที่ชมทะเลหมอกสุด Unseen
สัมผัสลมหนาว ในเมืองไทย

  1. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

2

ใครหลายคนต่างยกให้ ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย เป็นอันดับหนึ่งสถานที่ชมทะเลหมอกยอดฮิตของเมืองไทย สวยกว่าที่ตาเห็น ทะเลหมอกสีขาวแผ่ทอดยาวไกลสุดลูกตา ทิวทัศน์ของภูเขาเล็กใหญ่สลับไปมา เป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยจุดชมวิวจะอยู่บริเวณแนวชะง่อนหน้าผาหลักของภู สามารถเริ่มชมทะเลหมอกกันได้ตั้งแต่ช่วงฤดูฝนไปจนตลอดฤดูหนาว

ภูชี้ฟ้า อยู่ระหว่างรอยตะเข็บชายแดนไทย–ลาว เป็นหน้าผาสูงเป็นแนวยาวไปตามแนวชายแดน บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” จุดที่สูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,200 ถึง 1,628 เมตร เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว

นอกจากนั้นหากมาเยือนในช่วงปีใหม่ก็จะได้ชมประเพณีพื้นบ้าน “โยนลูกช่วง” ของชาวม้งที่จะแต่งชุดประจำเผ่าสีสันสวยงามมาร่วมประเพณีโยนลูกหินของหนุ่ม-สาวม้ง และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม ก็จะเป็นช่วงชม “ดอกเสี้ยว” หรือ “ดอกชงโคป่า” ที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณภูแห่งนี้

ที่ตั้ง : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

  1. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

3

ขอบคุณภาพจาก K. itjung

ดอยสูงสมชื่อ “เสมอดาว” ที่นอกจากจะเป็นจุดชมดาวยามค่ำคืนแล้ว ยังเป็นทั้งจุดชมแสงแรกและแสงสุดท้ายแห่งวัน และเป็นจุดชมทะเลหมอกสวยงามในยามเช้าอีกด้วย ที่สำคัญในบริเวณไม่ไกลกันก็ยังมีจุดชมวิวอีกแห่งที่ผาหัวสิงห์ซึ่งในบริเวณนี้สามารถมองเห็นวิวได้ไกลแบบรอบด้าน 360 องศา และสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำน่านและตัวอำเภอนาน้อยได้อีกด้วย ที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ. นาน้อย จ. น่าน

  1. ดอยหลวงเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่

4

ขอบคุณรูปภาพจากคุณ Popumon Papulop (facebook.com/thaipapulop)

ดอยหลวงเชียงดาว หรือดอยเชียงดาว มีความสูง 2,225 เมตร เป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์ที่ความสูง 2,565 เมตร และดอยฟ้าห่มปกที่ 2,288 เมตร ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว อยู่ทางทิศเหนือของเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางหลวงสายเชียงใหม่-ฝางประมาณหลักกิโลเมตรที่ 72  หากผ่านไปตามเส้นทางดังกล่าวจะสังเกตเห็นเทือกเขาสูงชันทางด้านซ้ายมือนั่นล่ะคือ ดอยหลวงเชียงดาว

หากคุณขึ้นมาถึงยอดดอยหลวงเชียงดาว คุณจะพบกับอีก 2 ดอยอยู่เบื้องหน้า นั่นก็คือ ดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิด เป็นภาพที่งดงามจับตา ราวกับหลุดมาจากสรวงสวรรค์

  1. กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่

5

ขอบคุณภาพ http://www.จอมทอง.com

กิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ตั้งอยู่บนระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำ เราสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้แบบพาโนรามา อีกทั้งที่สันเขานี้จะมี ต้นกุหลาบพันปี สีแดงสด ออกดอกให้ชมความงามกันด้วย

  1. ห้วยน้ำดังจังหวัดเชียงใหม่

6

ขอบคุณภาพจาก K.Eknarin

อุทยานฯ แห่งนี้มีชื่อเสียงในการเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว ที่นี่ครอบคลุมท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยตั้งอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อนที่ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธารและมีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย

ไฮไลท์อยู่ที่ 

  • จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว ทั้งยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับความงามอันน่ามหัศจรรย์ของทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ นอกจากนี้ ในช่วงปลายฤดูหนาวจะสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม
  • ห้วยน้ำรู หรือ ดอยสามหมื่น ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว ซึ่งมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ ทัศนียภาพสวยงาม ชมการปลูกกาแฟอาราบิกาและไม้ผลเมืองหนาว
  1. พะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรี

7

เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ1,207เมตร มีทะเลหมอกให้ชมแทบจะตลอดปี ซึ่งเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและต้นไม้ ที่พร้อมใจกันคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจนกลายเป็นทะเลหมอกหนาตา ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันอย่างเต็มที่

ในช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มควันแห่งความหนาวสีขาวนวลปกคลุมทั่วหุบเขา เมื่อเริ่มจางลงบริเวณเบื้องล่างจะปรากฏภาพป่าดงดิบอันแสนชุกชุม มีเทือกเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตาอยู่ด้านหลังโดยจุดชมทะเลหมอกจะมีอยู่ 2 แห่งคือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่30 และ 36

  1. ภูลังกาจังหวัดพะเยา

8

ขอบคุณภาพจาก theTripPacker

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหยวนและป่าน้ำลาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยม

วนอุทยานภูลังกานั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยววนอุทยานภูลังกาแห่งแรกที่คุณจะองไม่ควรพลาดไปเยือน คือ “ภูเทวดา” เป็นยอดดอยที่สวยงาม มีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว และฤดูหนาว

  1. ภูทอกจังหวัดเลย

9

จุดชมวิวภูทอก อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สถานที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสปุยของทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิดแบบสุด ๆ ถ้าหากมองในระยะไกลเบื้องหน้าจะเห็นวิวทะเลหมอกขาวโพลนตัดกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ซึ่งนอกจากวิวของทะเลหมอกแล้วยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิว 360 องศา แบบพาโนราม่าของเมืองเชียงคานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแก่งคุดคู้และลำน้ำโขง ด้วยภูแห่งนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบบริบูรณ์ด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์

  1. ภูทับเบิกจังหวัดเพชรบูรณ์

10

ขอบคุณภาพจาก muztongraphy

ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ยังคงเป็นแหล่งชมทะเลหมอกยอดนิยมไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย

  1. ดอยแม่ระเมิง จังหวัดตาก

11

ดอยแม่ระเมิง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เมย ที่คุ้มค่าน่าไปและไม่ไกลเหมือนจุดชมทะเลหมอกแห่งอื่น คือ ทะเลหมอกสวยในฝัน ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่มีผิดหวัง หากคุณไปตรงวันเวลา ถูกฤดูกาล ทุกเช้าก่อนรุ่งสางรอชมตะวันขึ้นกับทะเลหมอกมองได้ 180 องศา จุดชมวิวที่ดีที่สุดก็คือม่อนกิ่วลม ก่อนกลับแวะไปชมหมู่บ้านกะเหรี่ยง 200 ปี เป็นของแถม จะรู้ว่าทำไมผู้คนอยู่ลึกกลางขุนเขาไม่เคยย้ายถิ่นฐานยาวนานถึง 200 ปี

  1. ดอยอ่างขางจังหวัดเชียงใหม่

 

12

ขอบคุณภาพจาก https://sites.google.com/site/theiywthalehmxk/

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะ 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อน

ดอยอ่างขางมีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 17องศาเซลเซียส เราจึงสามารถไปเที่ยวดอยอ่างขางได้ตลอดทั้งปี ในช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงหน้าร้อนแต่ก็ไม่ร้อนจัด ส่วนดอยอ่างขางหน้าฝนถือเป็นช่วงโลว์แต่ก็ไม่หนาวมากและได้ชมหมอกสวย ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมเป็นช่วงไฮซีซั่นของที่นี่ เพราะมีอากาศหนาวและนักท่องเที่ยวนิยมไปดูปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็ง

  1. ดอยแม่ตะมาน สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ เชียงใหม่

13

ขอบคุณภาพจาก http://www.เที่ยวเชียงใหม่.com/topiv/42

ดอยแม่ตะมาน ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว เมื่อมองจากยอดจุดชมวิวของที่นี่ คือ สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ สามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงาม ทะเลหมอกสีขาว และลมนาวพัดปลิวตามลม นักท่องเที่ยวนิยมมากางเต็นท์ รอชมทะเลหมอกตอนพระอาทิตย์ขึ้น  กลางคืนจะเห็นดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

14

นอกจากนี้เรายังสามารถชมความงามของดอกพญาเสือโครง ในมุมมองที่สวยงามในอีกแบบ ซึ่งจะผลิบาน เต็มที่ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม

  1. ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย

15

ดอยผาตั้ง มีความสูงประมาณ 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นยอดดอยในเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นเส้นแบ่งเขตไทย-ลาว อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 30 กิโลเมตร ดอยผาตั้ง ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ชาวท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ คือ ชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นหนึ่งสีสันแห่งวัฒนธรรมชนเผ่า

  1. ดอยเมี่ยง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

16

ดอยเมี่ยง จ.แม่ฮ่องสอน สวรรค์เมืองหมอกป้ายแดง ที่ปักหมุดอยู่สูงประมาณ 1,600 เมตร ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า ความสุขโดยสัมผัส คือการไปยืน ณ จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทิวทัศน์ของเมืองปายได้อย่างสวยงาม แบบสุดสายตา 360 องศา ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดโชยสบายทุกฤดูกาล

  1. ม่อนพูนสุดา อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก

17

ขอบคุณภาพ : thetrippacker.com

ม่อนพูนสุดา ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่เมย ตั้งตามชื่อปรมาจารย์นักถ่ายภาพของเมืองไทย อ. พูน เกษจำรัส และภรรยา คุณพูนสุดา ผู้ซึ่งเป็นผู้เข้ามาถ่ายภาพทะเลหมอกเป็นคนแรกในม่อนแห่งนี้ และที่น่าสนใจ คือ ในบริเวณม่อนพูนสุดา ยังมีจุดชมทะเลหมอกในบริเวณใกล้ๆ กันอีก 2 แห่ง คือ ม่อนกิ่วลมและม่อนครูบาใส ที่สามารถเดินทางเข้าไปชมได้อย่างสะดวกโดยทางรถยนต์ทั้ง 3 จุด

ม่อนพูนสุดาขึ้นชื่อเรื่องการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกที่มีความงามของสีทองสะท้อนปุยเมฆเป็นที่สวยงามน่าอัศจรรย์ใจ นอกจากนั้นป่าเขาในบริเวณนี้ก็ยังมีความงามอุดมสมบูรณ์ มีเส้นทางลัดเลาะศึกษาธรรมชาติ และในช่วงปลายฝนต้นหนาวนั้นก็ยังเป็นจุดชมดอกไม้ป่านานาพันธุ์ เช่น ดอกบัวตอง และดอกกระทือสีแดง เป็นต้น

  1. ภูชี้เพ้อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

18

ขอบคุณภาพ skyscanner.co.th

เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยงามจับตา ทั้งยังใกล้กับทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อู่คอและสามารถมองเห็นวิวทุ่งดอกบัวตองเหลืองอร่ามได้จากภูแห่งนี้ด้วย ถือเป็นจุดชมธรรมชาติอันซีนที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากนัก การขึ้นไปชมวิวทะเลหมอกที่นี่จะต้องเดินทางมาชมก่อนรุ่งสาง ไม่สามารถกางเต็นท์พักแรมบนภูชี้เพ้อได้ แต่สามารถพักแรมได้ที่ดอยแม่อู่คอซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน และรถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นสมบุกสมบันเท่านั้นจะสามารถขึ้นภูได้ ทั้งนี้จะต้องเดินเท้าขึ้นด้านบนอีกร่วม 1 กิโลเมตร

  1. ดอยแม่จอก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

19

ขอบคุณภาพ skyscanner.co.th

ดอยสูงกว่า 1,424 เมตรที่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าแบบพาโนรามา ดอยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนสถาน ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ของเขาน้อยใหญ่ที่เรียงรายสลับกันมากมาย และในช่วงเช้าที่มีหมอกหนาปกคลุมยอดเขาเบื้องล่างก็ประหนึ่งเหมือนมหาสมุทรปุยหมอกที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยผุดขึ้นเต็มไปหมด ในบริเวณดอยแม่จอกแห่งนี้มีบริการบ้านพักและสามารถทำเรื่องขออนุญาตกางเต็นท์พักแรมค้างคืนได้

  1. ภูหัวฮ่อม จังหวัดเลย

20

ขอบคุณภาพ skyscanner.co.th

เขตเทือกเขาสลับซับซ้อนที่มีจุดชมทะเลหมอกในยามเช้าและจุดชมพระอาทิตย์ตกดินขึ้นชื่อ มากไปกว่านั้นยังสามารถมองเห็นขอบแดนธรรมชาติระหว่างไทยและลาวได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีจุดชมนกสำคัญ ในบริเวณนี้ติดกับพื้นที่ของสมรภูมิรบในอดีต “สมรภูมิร่มเกล้า” และถัดไปราว 4 กิโลเมตรก็เป็นที่ตั้งของน้ำตกตาดเหือง ที่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามที่สุดในแถบนี้

  1. ห้วยอีสัน จังหวัดหนองคาย
    จังหวัดอุดรธานี

21

ขอบคุณภาพ skyscanner.co.th

จุดชมทะเลหมอกภาคอีสานที่ถือว่าเป็นอันซีนไทยแลนด์ เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าทะเลหมอกนั้นมีให้ชมที่ยอดดอยในภาคอีสานเช่นกัน จุดชมทะเลหมอกจุดนี้สามารถมองไปได้ไกลและเห็นทะเลหมอกลอยเด่นเหนือลำน้ำโขงที่ทอดกั้นระหว่างประเทศไทยและลาว โดยจะมีบริการรถอีแต๋นของชาวบ้านในพื้นที่พานักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทะเลหมอกบนยอดภูในช่วงเช้าทุกวันของฤดูกาลนี้ ในระหว่างเวลา 05.30-9.00 น. เนื่องจากเป็นพื้นที่ๆ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำรถยนต์ส่วนบุคคลขึ้นไปได้

  1. เขาไข่นุ้ย จังหวัดพังงา

22

ขอบคุณรูปภาพจาก My Life My Travel

จุดชมวิวทะเลหมอกแห่งภาคใต้ที่มีความงามของทิวหมอกไล่ระดับที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น จัดเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวธรรมชาติแนวอันซีน เขาไข่นุ้ยมีจุดชมทะเลหมอก 2 จุด คือ บริเวณด้านบนและด้านล่างของเขา ที่ทั้ง 2 แห่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์ทะเลหมอกในมุมที่สวยงามต่างกัน

23 24

นอกจากนั้นไฮไลท์เด่นของที่นี่ก็คือ สามารถมาชมได้ทั้งวิวทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ชมทิวทัศน์ขุนเขาและท้องทะเลอันดามันในมุมสูง การเข้าไปชมต้องติดต่ออบต. ทุ่งมะพร้าวเพื่อขอบริการพาเข้าชม เพราะการเดินทางขึ้นไปค่อนข้างลำบากและมีความสูงชัน

สถานที่ตั้ง บ้านฝายท่า ต. ทุ่งมะพร้าว อ. ท้ายเหมือง จ. พังงา

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : th.wikipedia.org, http://thai.tourismthailand.org/, https://www.skyscanner.co.th

 

10 ที่กิน-เที่ยวหัวหิน ชิคๆ ต้องรีบไปเช็คอิน เดี๋ยวจะเอ้าท์!

1

ทะเลใกล้กรุงเทพฯ นอกจากพัทยา ชลบุรีแล้ว อีกหนึ่งที่โปรดปรานของใครหลายๆ คนก็ต้องเป็น “หัวหิน” แน่นอน เพราะไม่ว่าจะช่วงไหนที่นี่ก็ได้รับความนิยมอยู่เสมอ มีสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ เปิดใหม่ที่รอให้เราไปเช็คอินอยู่ตลอดเวลา ^^ วันนี้เราเลยอยากแนะนำ 10 ที่กิน-เที่ยวหัวหินชิคๆ มาฝากกัน ต้องรีบไปเช็คอินกันนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเอ้าท์ซะล่ะ!

10 ที่กิน-เที่ยวหัวหิน ชิคๆ
ต้องรีบไปเช็คอิน เดี๋ยวจะเอ้าท์!
.

  1. Seenspace Hua Hin (ซีนสเปซ หัวหิน)

2 3 4

Seenspace (ซีนสเปซ) บีชมอลล์ติดทะเลสุดชิลแห่งแรกของหัวหิน นอกจากเราจะได้พักผ่อนชิลๆ ริมทะเลแล้ว ที่นี่ก็ยังเป็นศูนย์รวมของร้านอาหาร และร้านค้ามากมาย รวมถึงยังมีกิจกรรม ตลาดนัดหัวหินติดทะเล ให้เราได้นั่งทานของอร่อย เคล้าไปกับเสียงดนตรีสดเพราะๆ อีกด้วย!

5

ยิ่งตอนนี้ซีนสเปซ ได้ปรับปรุงโซนต่างๆ เพิ่มที่พักสุดหรูเข้ามา รวมไปถึงเปิดโซนใหม่ OASIS เหมาะกับเวลาช่วงเย็นๆ ชวนเพื่อนหรือหวานใจมานั่งทานของอร่อยทั้งคาวหวาน ริมสระน้ำติดชายหาดและทะเลหัวหิน เป็นอะไรที่ฟิลกู๊ดมากๆ และอีกหนึ่งคาเฟ่สายบีช ที่สาวๆ เห็นแล้วต้องหลงรักแน่ๆ กับ Sretsis Mermaid Bar สีชมพู๊ ชมพู หรือจะเป็น Burning Day Light Dessert Bar ที่ร้านตกแต่งได้สวยงามและลงตัวมากๆ ถ่ายรูปออกมาให้บรรยากาศเหมือนอยู่เกาหลีเลยล่ะ ^^

ขอบคุณรูปภาพ Seenspace huahin
เปิดให้บริการ : ทุกวัน 11.00 – 21.00 น
โทรศัพท์ 092 350 0035

  1. Air Space Hua Hin

6 7 8

ร้านอาหารสุดชิคที่กำลังมาแรงไม่แพ้กัน! ร้านจะเน้นกระจกและไม้ซะส่วนใหญ่ โดยมีธีมตกแต่งตามชื่อร้านเลยก็คือเรื่องการบิน  แต่งตัวอาคารเหมือนโรงเก็บเครื่องบิน ภายใยก็มีลูกเล่นต่างๆ อาทิ แผนที่ หรือเครื่องบินจำลองที่ห้อยอยู่บนเพดาน ร้านแอร์ สเปซ แบบออกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งร้านอาหาร และคาเฟ่ ร้านอาหาร มีโซนอินดอร์ และเอา้ท์ดอร์ เรื่องรสชาติอาหารเรียกได้ว่าอร่อยและถูกปากคนไทยมากๆ รวมไปถึงของหวานก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

ขอบคุณภาพ Air Space Hua Hin
เปิดให้บริการ : ทุกวัน 09.00 – 23.00 น.
โทรศัพท์ 063 916 0999

  1. Scoop Beach Cafe’ Hua Hin
    (สกู๊ป บีช คาเฟ่ หัวหิน)

9 10 11

12

13

Scoop Beach Cafe’ (สกู๊ป บีช คาเฟ่) คาเฟ่ติดทะเลที่พกความน่ารักมาพร้อมกับความอร่อย ทั้งของหวาน ไอศกรีม และเครื่องดื่ม หลายคนคงเคยเห็นร้านสกู๊ป บีช หรือเคยไปกันมาแล้ว สาขาแรกที่พัทยา (ข้างโรงแรมวีรันดา พัทยา) ตอนนี้ได้มาเปิดสาขาที่สองที่ หัวหิน งานนี้การตกแต่งของเขาน่ารักและจัดเต็ม เสริ์ฟความอร่อยแล้วยังมีพร๊อบให้สาวๆ ได้ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมกันอีกด้วย

ขอบคุณภาพ Skoop Beach Café
เปิดให้บริการ : ทุกวัน 09.00 – 20.00 น.
โทรศัพท์ 098-250-6881

  1. 1d+ Day Artist Café

14 15

ร้านอาหารและคาเฟ่ บรรยากาศอบอุ่นและน่ารักมากๆ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เรียบง่ายแต่ดูดี เน้นโทนสีขาว-ดำ นอกจากจะได้ลิ้มรสของอร่อยทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และของหวานแล้ว ที่นี่ก็ยังมีโซนแกลอรี่ภาพถ่าย ด้านหลังของอาคารก็จะเป็นที่นั่ง ให้ความรู้สึกเหมือนมานั่งเล่นที่หลังบ้านเพื่อน ที่รอบๆ จะมีกระโจมปลูกผัก เป็นอีกกนึ่งร้านที่เราชอบมากๆ เลยล่ะ ^^

ที่ตั้ง : 108/410 หัวหิน 101 ( ร้านอยู่ตรงข้ามคอนโด เชโลนา เขาเต่า หัวหิน ) ตำบล หนองแก อำเภอ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
ขอบคุณภาพ : 1d+ Day Artist, @Thekew, @asundaybaker
เปิดให้บริการ : ทุกวัน 09.00 – 20.00 น.
โทรศัพท์ 032 908 355

  1. Chocolate Factory Hua Hin

16

แน่นอนว่าร้านนี้ของอร่อยทั้งอาหาร เครื่องดื่ม มีของหวานขึ้นชื่ออย่างช็อคโกแลต แต่ละสาขานั้นก็จะมีความพิเศษที่แตกต่างกัน อย่างในหัวหิน การตกแต่งร้านก็จะเป็นสไตล์โคโลเนี่ยล-โมเดิร์น เน้นนำเสนออาหารทะเลแบบฟิวชั่นฟู้ด โดยจะมีเมนูหลักที่ขาดไม่ได้เลยก็เช่น สลัด ซุป พาสต้า พิซซ่า ซีฟู้ด เป็นต้น ส่วนเรื่องของหวานคงไม่ต้องพูดถึง ช็อคโกแลตอร่อย อีกทั้งยังมีขนมปังและเค้กอีกมากมาย

ขอบคุณรูปภาพ http://huahin.town/pr/grand-opening-chocolate-factory/
เปิดให้บริการ : ทุกวัน 09.00 – 22.00 น.
โทรศัพท์ 061 172 8887

  1. Vanilla Factory Hua Hin

17 18 19

ร้านกาแฟเล็กๆ สไตล์วิเทจ เน้นเสิร์ฟความอร่อยทั้งเครื่องดื่ม และของหวานที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านก็คือ บิงซู มีหลากหลายหน้า หลายรสชาติให้ได้เลือกกัน มีรสชาติแปลกๆ เช่น บิงซูลอดช่อง บิงซูทุเรียน บิงซูมะม่วง ด้วยนะ หรือจะเป็น Honey Toast ขนมปังกรอบ รสชาติอร่อย

ขอบคุณรูปภาพ Vanilla Factory Huahin
เปิดให้บริการ : ทุกวัน 11.00 – 22.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)
โทรศัพท์ 063 883 7997

  1. Inu Cafe

20 21

ร้านนี้สายรักสัตว์ รักสุนัขต้องมา! เพราะร้านนี้นอกจากจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ มีของคาวหวานและเครื่องดื่มต่างๆ ให้เล่นซื้อเลือกกินกันแล้ว ยังมีสุนัขสุดน่ารัก นิสัยขี้เล่นอย่างสายพันธุ์ชิบะ มานั่ง มานอนเล่นกับเราอีกด้วย ^^

ที่อยู่ : ถนน แนบเคหาสน์ ตำบลหัวหิน อำเภอ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
เปิดทำการ :
 11.00 – 20.00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)
เฟสบุ๊ค : Inu Cafe’

  1.  White Home Hua Hin

22

ร้านเบเกอรี่แสนหวาน เหมาะกับสาวๆ สไตล์มุ้งมิ้งอย่างเราเป็นที่สุด! ตั้งอยู่เลียบถนนแนบเคหาสน์ บ้านสีขาวหลังเล็กๆ ที่ข้างในตกแต่งโทนสีขาว ดูโปร่งสบาย ออกแนววินเทจนิดๆ ที่นี่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ รวมไปถึงเบเกอรี้อบร้อนๆ จากเตา กลิ่นหอมอบอวนจริงๆ ^^

เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น.
เฟสบุ๊ค : White Home Hua Hin

  1. Bliss cafe and restaurant

23 24 25

26

อีกหนึ่งคาเฟ่สายหวาน ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ และโทนสีที่มีสีสันสดใส ภายในมีมุมน่ารักๆ มากมาย รวมไปถึงแบ่งออกเป็นโซนๆ ไว้ให้เราเลือกนั่งได้ตามอัธยาศัย ที่นี่เสิร์ฟทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของหวาน และเบเกอรี่ต่างๆ ตั้งอยู่ปากซอยหัวหิน 82

ขอบคุณรูปภาพ bliss cafe huahin82

  1. Big Fish & Bar Hua Hin

27 28 29

Big Fish & Bar ตั้งอยู่ในโรงแรม Hua Hin Marriott Resort & Spa ตกเย็นมานั่งทานอาหาร ฟังเพลง ชมพระอาทิตย์ ได้บรรยากาศสุดๆ มีโซนที่นั่งแบบ indoor ติดบีช สำหรับนั่งชิลๆ รับลมทะเลยามเย็น หรือจะเป็นโซน outdoor ก็ไม่ทำให้เสียบรรยากาศสไตล์บีช ด้วยกระจกบานใหญ๋ที่มองเห็นวิวชายหาดหัวหิน ส่วนอาหารที่นี่ก็จะเน้นเป็นประเภท Seafood & Grill รับประกันความสดใหม่จากทะเล

ที่ตั้ง :  ในโรงแรม Hua Hin Marriott Resort & Spa
เปิดให้บริการ : 11.00-23.00 น.
เหสบุ๊ค : Big Fish & Bar Hua Hin