9 ที่เที่ยวสมุทรปราการ “เมืองปากน้ำ” ที่ห้ามพลาด!

1

จังหวัดสมุทรปราการ หรือที่เราเรียกกันว่า เมืองปากน้ำ .. จังหวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 29 กิโลเท่านั้น ซึ่งที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจซ่อนตัวอยู่หลายที่เลยล่ะ ทั้งธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว และอาหารการกิน มีเวลาวันเดียวก็เที่ยวได้ แถมเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ^^

9 ที่เที่ยวสมุทรปราการ
“เมืองปากน้ำ” ที่ห้ามพลาด!

  1. บางกระเจ้า

2

บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้

  1. สถานตากอากาศบางปู

3 4 5

สถานตากอากาศบางปูนั้น เป็นบริเวณที่เป็นป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ ที่มีการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และแหล่งอาศัยของนกนานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนกนางนวล ที่อพยพหนีหนาวจากไซบีเรียมาในช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี โดยมีจำนวนนกไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัวในแต่ละปี และมีจำนวนนกกว่า 200 ชนิดที่อาศัยอยู่ ณ ที่นี่

  1. เมืองโบราณสมุทรปราการ

6 7 8 9 10

สถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาเราย้อนกลับไปในอดีต ภายในมีเมืองโบราณจำลอง ได้เราได้เรียนรู้เรื่องราววิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในสมัยก่อน รวมไปถึงมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำอีกมากมาย ทั้ง ตลาดน้ำ นั่งรถราง ไหว้พระ ปั่นจักรยาน เป็นต้น

ตลาดนัด ตลาดบก ทุกวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ต้นเดือน ภายในตลาดบก มีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งงานแฮนด์เมด งานประดิษฐ์ หัตถกรรม ของเล่นโบราณ ของใช้ ของฝาก อาหาร เครื่องดื่ม ที่ได้คัดสรรมาให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกรับประทานหลากหลายมากมาย ในบรรยากาศ ตลาดนัดโบราณ วันวานที่ยังมีชีวิต และพลาดไม่ได้สำหรับคนรักสุนัข มีการสาธิตการฝึกสุนัข ทำตามคำสั่งโชว์ความสามารถพิเศษของสุนัขแสนรู้

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น.
ค่าเข้าชม : www.ancientcitygroup.net
รวมบริการ : รถราง จักรยาน และเรือ (สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าเที่ยวชมได้ และมีบริการเช่า รถกอล์ฟไฟฟ้า )

การเดินทาง :

  • รถยนต์ส่วนตัว : ใช้เส้นทางด่วน ปลายทางที่สำโรง-สมุทรปราการ ถึงสามแยกสมุทรปราการ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท (ไปทางบางปู) ประมาณ กม. 33 เมืองโบราณจะอยู่ทางซ้ายมือ
  • รถโดยสารสาธารณะ : ใช้รถโดยสารปรับอากาศ สาย ปอ. 511 (สายใต้ใหม่-ปากน้ำ) ลงที่สุดทางแล้วต่อรถสองแถวสาย 36 ซึ่งจะวิ่งผ่านหน้าทางเข้าเมืองโบราณ

สอบถามเพิ่มเติม : 02-323-4094-9
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : เฟสบุ๊คเมืองโบราณ สมุทรปราการ

  1. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
    (The Erawan Museum)

11 12 13 14

พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย เรียนรู้ศิลปะและศาสนา ที่ส่งเสริมให้คนในสังคม สมัยใหม่ได้รู้จักหลักแห่งศาสนาทั้ง ๔ ด้วยเจตนารมณ์และอุดมคติของ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ซึ่งต้องการถ่ายทอดและปลูกฝังด้วยจิตวิญญาณของนักปราชญ์ เพื่อให้มนุษย์ร่วมโลกได้ มีโอกาสเข้าถึงศิลปะและศาสนา อันเป็นรากฐานของอารยธรรม

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.ancientcitygroup.net

  1. บางกอก ทรี เฮ้าส์
    (Bangkok Tree House)

15 16 17

ที่พักแนว Eco ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และทำให้เราได้อยู่กับบรรยากาศที่เงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ ใครจะคิดว่ามีที่พักแบบนี้อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ด้วย การตกแต่งของที่นี่จะมาจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่แทบทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ก็ออกแนวออร์แกนิค รวมไปถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาช่วยทดแทนบางส่วน

นอกจากจะเป็นที่พักแล้ว ที่ตั้งของ บางกอก ทรี เฮ้าส์ ยังอยู่ไม่ไกลจากบางกระเจ้า เราสามารถปั่นจักรยานมาทานของอร่อยๆ ที่นี่ได้ เปิดให้บริการร้านอาหาร เปิดเฉพาะวันศุกร์ – วันอาทิตย์  เวลา 10.00 – 22.00 น. อาหารมีหลากหลาย รวมไปถึงมีอาหารแบบออร์แกนิคด้วย

  1. ไมอามี่ บาซาร์ บางปู

18 19 20

เป็นอาณาจักรความสุข ไลฟ์สไตล์มอลล์ ความสนุกครบวงจรแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางปู บนเนื้อที่กว่า 35 ไร่ ตอบรับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตทั้งร้านอาหาร ร้านนั่งเล่นชื่อดัง ให้คุณสังสรรค์กับครอบครัวหรือเพื่อนแบบสบายๆ พร้อมทั้งร้านค้าแฟชั่นสุดทันสมัย และซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมง ให้คุณช้อปปิ้งได้อย่างเพลิดเพลินตลอดวัน

  1.  Sanctuary Café & Restaurant

21 22 23

Sanctuary Café & Restaurant ให้บริการอาหารคาว ขนมหวาน รวมถึงเครื่องดื่มหลากหลายประเภท จากบ้านเก่าแก่กว่าร้อยปี ปรับปรุงให้กลายมาเป็นร้านอาหารและร้านขนมหวานแนววินเทจ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราทานข้าวอยู่ที่บ้าน แสนอบอุ่น

ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท ซอย 29 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ สมุทรปราการ 10270

โซนร้านอาหาร : อังคาร-อาทิตย์ 11.00 – 22.00 น.
โซนร้านกาแฟ :ทุกวัน 6.30 – 21.30 น.
โซนสวน : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 17.00 – 22.00 น.

ขอบคุณรูปภาพ : เฟสบุ๊ค SanctuaryPaknam

  1. Ceramic Coffee By Sailom Bangpu

24 25 26

ร้านกาแฟสุดชิค ตกแต่งไตล์โมรอคโค โดยจุดเด่นของเขานอกจากจะเป็นร้านกาแฟแล้ว เจ้าของร้านได้นำเอาชิ้งานเซรามิกต่างๆ ที่ตนเองชื่นชอบมาตกแต่งร้าน ทำให้ดูแปลกตาและทำให้เป็นจุดเด่นของร้านอีกด้วย และถ้าใครสนใจที่นี่ก็มีงานเซรามิกน่ารักๆ จำหน่ายเช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม : เฟสบุ๊คสายลมบางปู, Sailom Bangpu
เปิดให้บริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-21.30 น.
ที่ตั้ง : ซอยเทศบาลบางปู 72 จ.สมุทรปราการ

  1. Bougain Cafe & Crafts

27 28

Bougain Cafe & Crafts คาเฟ่เปิดใหม่ในย่านสำโรง ร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย สร้างบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะต้นเฟื่องฟ้า ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน Bougain นั่นเอง ส่วนเมนูของหวานนั้น ไฮไลท์ก็คงจะเป็นฮมเมดเบเกอรี่ และกาแฟที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี บรรยากาศเหมาะกับการมานั่งชิลท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศเงียบสงบ

ที่ตั้ง : ซอยสันติคาม 13 อำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
เปิดให้บริการ : วันธรรมดา (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.
ข้อมูลเพิ่มเติม : Bougain Cafe & Crafts

 

‘Hamburger straws’ เทรนด์ใหม่ในญี่ปุ่น แชร์ภาพเบอร์เกอร์เสียบหลอดกระหน่ำลง IG

1

ผู้นำเทรนด์ไอเดียแปลกๆ แต่ใช้ได้จริงก็ต้องยกให้ประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ ตอนนี้เป็นกระแสของการลงรูปอาหารใน Instagram คือการนำเบอร์เกอร์ไว้ด้านบนแก้วน้ำ หรือเรียกว่า Hamburger strawsแล้วนำหลอดมาเสียบตรงกลางเบอร์เกอร์ทะลุลงไปที่เครื่องดื่ม ถือว่าเป็นเทรนด์ที่แปลก แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกันนะ

2

ไอเดียนี้ไม่ได้ใช้กับเบอร์เกอร์ได้อย่างเดียว ยังใช้ได้กับโดนัท ซึ่งมีรูตรงกลางอยู่แล้ว ไม่ต้องเจาะให้เสียเวลา

3

4

ถือของกินทั้งหมดได้มือเดียวโดยไม่ต้องถืออย่างละข้าง แถมกินสะดวกอีกด้วย อีกมือนึงที่ว่างอยู่ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเก๋ๆ

เรียบเรียงโดย Food MThai

ครั้งหนึ่งคนเดียว ที่ “Bibury” หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอังกฤษ

1

เมื่อ Wanna be Thai traveler มาเที่ยวคนเดียวที่ “Bibury” หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอังกฤษ ในวันที่สัญญาณมือถือเข้าไม่ถึง เคยไปเที่ยวคนเดียวไหม? ไม่สิ… ต้องถามว่า ทำไมถึงคิดจะไปเที่ยวคนเดียว เท่? ติส? เบื่อ? ไม่มีคนคบ? หรือ หนีใครมา? สำหรับเราแล้ว ครั้งนี้ ‘เราจำเป็น’ ต้องไปคนเดียว เพราะเราอยากเห็นที่นี่จากปากคำบอกเล่าของใครบางคนจนเราหลงใหลที่นี่ตั้งแต่ยังไม่รู้เลยว่ามันอยู่ส่วนไหน และถ้าเราไม่มาคนเดียว เราจะไม่ได้มีโอกาสมาที่นี่แน่ๆ

2

 “Bibury” หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอังกฤษ

Bibury ลือกันว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดของประเทศอังกฤษ ที่นี่งดงามจนต้องมนต์ แต่ที่เราต้องมนต์ไม่ใช่แค่ความสวยงามของหมู่บ้านนี้ แต่มันคือสเน่ห์ของการมาที่นี่คนเดียว ทั้งที่การเดินทางมาที่นี่ใช้เงินมากโข ต้องต่อรถจากที่เราอยู่หลายต่อมาก นั่งรถไฟ ต่อรถบัส หลายเที่ยว ใช้เวลาค่อนวัน

อีกทั้งที่พักที่นี่ก็ราคาแพงใช้ได้เลยทีเดียว แต่เพราะเหตุผลหลักที่มาอังกฤษคือที่นี่ เรายอมนอนโรงแรมเล็กๆ ในวันอื่นและใช้จ่ายอย่างประหยัดเพื่อให้ได้มาที่นี่ซักคืน ใครๆ คงเคยเป็นแบบนี้กันบ้างแหละ ถ้าคุณรักมันเข้าจริงๆ

3

การเดินทางมา Bibury จากลอนดอนนั้นเราจะตั้งไปขึ้นรถไฟฟ้ามาที่สถานี Paddington เพื่อมาขึ้น GWR (Great Western Railway) มุ่งไปลงที่ Moreton-in-Marsh และต้องเดินไปต่อรถบัสไปลง Market Place เพื่อจะต่อรถบัสอีกคันไปลงที่ Bibury ซึ่งรถบัสที่เข้าไปวันนึงมีไม่กี่เที่ยว ถ้าตกรถจะต้องรออีกสองชั่วโมงเพื่อได้คันต่อไป

4

ตอนเราไปเราออกจาก Cambridge ซึ่งเรียกได้ว่าไกลโขมาก ต้องต่อรถไฟมารถใต้ดินเพื่อมาสถานี Paddington แต่เราวางแผนอย่างดีแล้วว่าลงที่นี่เหลือเวลาไปหารถบัส ไม่ยากๆ ต่อๆไปอีก ถึงพอดี เพราะที่นี่ GoogleMap เจ๋งมาก บอกตารางเวลาที่ชัดเจนสุดๆ รถมาเมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่ เรียกว่าหายห่วงได้เลย

5

แต่ระหว่างนั่งรถ GWR มาลง Moreton-in-Marsh รถไฟเกิดดีเลย์!!! เห้ย ชิบหายละ ลุ้นมาก เพราะพอถึงสถานีจะต้องไปต่อรถบัส มีเวลาไม่ถึง 5 นาที ซึ่งใน Google เขียนว่า ขึ้นรถที่ Coin Exchange เราออกไปหา ไม่มีป้ายบอกเลย และที่สำคัญ อินเตอร์เน็ตที่นี่ห่วยมาก โหลดอะไรไม่ขึ้นเลย เราถามทางคนแรก เขาบอกเราให้ไปทางขวา เรารีบไปพอซักพักถามอีกคน เค้าบอกให้ไปทางซ้าย เอ่า เห้ย!!!! เอาไงเนี่ย เวลาก็ไม่มี ตกรถแน่ๆ

6

ตกรถแล้วครับ หาป้ายไม่เจอ วิ่งแทบตาย สุดท้ายขอยอมแพ้ แต่ไม่เป็นไร ยังมีอีกคัน(ต้องรออีกสองชั่วโมง) เราต้องหาให้เจอก่อนว่าไปขึ้นรถตรงไหน แต่ก็นะ มือถือดันไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต เอาวะลองไปถามป้าคนนั้นละกัน

7

ป้าคนนี้ นั่งรถเข็นไฟฟ้า คล้ายๆรถป็อป พอเราถาม แกก็บอก แกไม่รู้หรอก แต่แกรู้ว่าใครรู้ ให้ตามป้ามา แล้วป้าก็มาส่งเราที่ tourist information เราขอบใจป้ามากๆ ที่อุตสาห์มาส่งเราถึงที่

ป้าแกบอกว่า ‘No need to say thanks just come here closer’ เราก็งงๆ เข้าไปใกล้ๆ ป้าก็เลยกอดเราและหอมแก้มเราทีนึง บอกเราว่า ‘ขอให้เดินทางปลอดภัยนะพ่อหนุ่ม’ โห่ย เราเขิลล์มากเลย ป้าน่ารักมาก ถึงต้องรอรถอีกสองชั่วโมง ก็นับว่าคุ้มมากที่ได้ประสบการณ์ที่น่ารักแบบนี้กลับบ้าน ^^

8

คราวนี้พอรถคันถัดมาเราไม่พลาดแล้ว ได้ขึ้นรถบัสละ เราต้องนั่งรถบัสคันแรกเพื่อไปต่อคันที่สอง ซึ่งระหว่างต่อจะมีเวลาซัก 5 นาที ให้ลงจากรถบัสไปต่ออีกรถบัสนึง นั่งรถบัสก็สังเกตว่าส่วนมากคนขึ้นรถบัสจะเป็นคนแก่ๆ พร้อมกับหมา (หมาที่นี่ขึ้นรถบัสได้ด้วย)

นั่งมาเรื่อยๆ อินเตอร์เน็ตไม่มี เลยดูวิวสองข้างทาง โห่ย มันสวยมาก อยากแวะทุกป้ายเลย แต่แวะไม่ได้เพราะรถบัสอีกคันเป็นเที่ยวสุดท้าย ถ้าพลาดก็หมดกันรถไป Bibury

9

และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีก (นี่เราจะซวยไปถึงไหน) ด้วยคนขับบัสคันนี้เป็นผู้หญิงที่น่าจะมาแทนใครสักคน ขับรถไม่ค่อยถนัดทำให้แกขับรถไปโดนร่มร้านค้าทิ่มเข้ามาในหน้าต่างระบายอากาศของรถบัส เราเลยลุกไปเอาออกให้ ฝรั่งชื่นชมเราใหญ่ยกมือให้เลย เยี่ยมมาก!

10

แต่ว่าเจ้าของร้านเลยออกมาทะเลาะกับคนขับรถ นานเลยทีนี่ แล้วจะทันรถไหมเนี่ย เราหันไปคุยกับคนข้างๆ เค้าเลยบอกเราว่า ปกติคนขับคนนี้ไม่ได้ขับรถนี้ เธอมาแทนและยังไม่ค่อยเก่ง อ้าว ครับ จะตกรถไหมเนี่ยยยยย

สุดท้ายเรามาถึงสายไป สิบห้านาที แต่ยังดีที่รถคันต่อไปเขารู้ว่าคันนี้มาช้าเลยจอดรออยู่ เห้ออ รอด เกือบไป

11

และในที่สุดเราก็มาถึง หมู่บ้านที่สวยที่สุดในอังกฤษ Bibury เรามาพักโรงแรม Swan Hotel ซึ่งใครมานี่ก็ต้องพักโรงแรมนี้แหละ มันมีแค่นี้ (รู้สึกจะมีอีกที่ต้องเดินไปหน่อยนึงนะ) ขึ้นไปดูห้อง โห่ยยยยย ห้องใหญ่มากกกก (สำหรับคนเดียว และตอนอยู่ที่ Cambridge เรานอนห้องใต้บันไดเล็กๆมากเอง) สบายละคืนนี้ ชอบตรงที่ตากผ้าเช็ดตัวแบบอุ่น ตอนอาบน้ำเสร็จมาเช็ดตัวนี้ฟินสุด

12

13 14 15

เสร็จแล้วก็ลงไปถ่ายรูป โอ้ว สวยมากที่นี่ บรรยากาศก่อนค่ำเงียบสงบมาก มีทางเดินเล็กๆ เดินเข้าไปดูหมู่บ้านเก่า เจอนก เจอเป็ด เจอหงส์ เจอต้นไม้ใหญ่ โอ้ววว เหมือนนั่งเครื่องย้อนเวลามาอยู่ที่นี่ และที่สำคัญ ที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือ (อาจจะเป็นเฉพาะเครือข่ายเราก็ได้นะ)

16

เพราะไม่รู้จะเล่นมือถือไปทำไม เราเลยอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น ดื่มด่ำมันมากขึ้น ใช้ชีวิตช้าลงแต่เวลากลับเหลือเยอะขึ้น ผิดกับตอนที่อยู่ในเมืองเราใช้ชีวิตรวดเร็ว แต่เร็วมากเท่าไหร่เวลากลับไม่เคยพอซะที อาจเพราะโลกทำให้สิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตเรากลับกลายเป็นมันค่อยๆ สำคัญกับชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ

17

เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่แปลกที่เรากลับไม่มีเวลาให้พักอย่างสบายๆได้เต็มที่ ผิดกลับที่นี่ เครื่องมืออำนวยความสะดวกที่เราเอามา มันแทบใช้ไม่ได้ และไม่จำเป็นเลย แต่เรากลับได้มิตรภาพที่ดี ได้เห็นธรรมชาติที่น่าหลงไหล สองข้างทางที่น่าจดจำกว่าจอมือถือที่มีทั้งโลกอยู่ในนั้น

18

เรามาที่นี่คนเดียวแต่ได้รู้จักกับสิ่งต่างๆรอบตัวที่ไม่เคยสังเกตมากขึ้น และที่สำคัญเราติดต่อคนไกลยากขึ้น แต่มันก็ทำให้ความคิดถึงที่มีต่อกันมากขึ้นเช่นกัน และความคิดถึงนี้เองที่ทำให้ความสุขที่เราได้เจอกันเพิ่มมากขึ้น

เรามาที่นี่ใช้เวลาเดินทางร่วม 14 ชั่วโมง เพื่อมาพักที่นี่แค่หนึ่งคืน แต่มันคุ้มค่าและน่าจดจำ เหลือเพียงอย่างเดียวที่น่าเสียดาย….. ‘ที่นี่สวยนะ อยากให้เธอมาอยู่ด้วยกันตรงนี้จัง’

19

20 21 22 23 24

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก เพจเฟสบุ๊ค Wanna be Thai traveler

ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/wannabethaitraveler/และ  instagram wannabethaitraveler