แนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน

01

และแล้วปี 2560 ก็ย่างกรายเข้ามาถึงเดือนแห่งความร้อนแรง ทั้งสภาพอากาศ ทั้งเทศกาล และสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ travel.mthai.com พร้อมเสิร์ฟให้คุณถึงหน้าจอ ด้วยการแนะนำ 10 ที่เที่ยวสุดร้อนแรง ประจำเดือนเมษายน เพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดีในวันหยุดยาว โดยทั้ง 10 แห่งจะไม่เกี่ยวข้องกับเทศกาลวันสงกรานต์ แต่รับรองได้ว่าวันหยุดของคุณจะต้องมีความหมาย หากได้ไปเยือนสถานที่เหล่านี้ คุณจะได้พบกับความประทับใจและความทรงจำอันแสนพิเศษ แน่นอน …

1. ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์

02
Cr. vivatchaipicture.wordpress.com

พบความมหัศจรรย์ของ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินเก่าแก่ศิลปะขอมโบราณผ่านการเวลามาร่วมพันปี จากการรังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาอันแยบยลของคนโบราณ ถ่ายทอดความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดูไศวนิกาย ที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน ก่อร่างสร้างจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถาน บนยอดภูเขาไฟสูงที่ดับสนิทแล้ว หนึ่งในหกลูกสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์

ชมและสัมผัสปรากฏการณ์แสงแรกแห่งอรุณรุ่ง ฉายแสงผ่าน 15 ช่องบานประตูของปราสาทพนมรุ้ง ถือเป็นความเชื่อและความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นดำเนินชีวิตในวันใหม่ (วันที่ 3-5 เมษายน 2558 เวลา 06.00 น.)

2. หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา

03
Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่กำบังคลื่นลมทั้งสองฤดู เนื่องจากเกาะวางตัวอยู่เป็นกลุ่มและมีอ่าวขนาดใหญ่ ทำให้เกิดแนวปะการังริมฝั่งอยู่รอบหมู่เกาะ และเกาะบริวาร นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมยังเหมาะต่อการพัฒนาของแนวปะการัง คือ น้ำใส อุณหภูมิพอเหมาะ และมีการผสมผสานของน้ำที่ได้รับสารอาหาร จากมวลน้ำเบื้องล่างที่ปะทะเกาะ ความอุดมสมบูรณ์ของแพลงตอน ซึ่งเป็นอาหารสำหรับปลาและสัตว์อื่นๆ

โดยมี กองหินริเชลิว เป็นไฮไลท์จุดดำน้ำของหมู่เกาะแห่งนี้ ที่นักดำน้ำชาวไทย และผู้มีประสบการณ์สูงหลายราย จัดให้ “ริเชลิว” เป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงาม สมบูรณ์ และหลากหลายที่สุดเทียบเท่าหมู่เกาะสิมิลัน

3. ถนนสายดอกคูณ จ.ขอนแก่น

04
Cr. www.facebook.com/ththaan

ในช่วงหน้าร้อน เป็นช่วงที่ดอกไม้หลายชนิดออกดอกบานสะพรั่งให้ได้ชม “ดอกคูน” หรือ “ดอกราชพฤกษ์” ก็เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ออกดอกในช่วงหน้าร้อนนี้ ดอกไม้มงคลชนิดนี้มีดอกสีเหลืองอร่ามที่ลักษณะเป็นช่อย้อยลงมาจากต้น งดงามรับกับความสดใสของฤดูร้อน ปัจจุบันสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามสองฟากฝั่งถนน

แต่ที่สามารถชมได้อย่างสวยงามที่สุดก็คงจะเป็นที่ “ถนนสายดอกคูน” บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น และที่บริเวณสวนดอกคูณ ริมบึงแก่นนคร ซึ่งก็งดงามเข้ากับบรรยากาศงานดอกคูนเสียงแคนเป็นอย่างมาก สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 0 4322 7714-6

4. วัดใต้น้ำ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

05
Cr. www.chillDtravel.com

อุโบสถหลังเก่า ของวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) ที่จมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งยามใดที่น้ำได้ลดระดับลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้มาเยือนเสมอๆ หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ยังไม่มีโอกาสมาเยือนเมืองบาดาล แนะนำว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน น้ำในเขื่อนจะลดลงต่ำที่สุด

 5. เกาะไข่ จ.สตูล

06
Cr. www.tourtooktee.com

เกาะไข่ เกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 25 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง เสน่ห์ของเกาะไข่อยู่ตรงประติมากรรมธรรมชาติอย่างซุ้มประตูหินอันเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา

ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะมีหาดทรายสีขาวนวลและละเอียด น้ำทะเลใสสีมรกตเห็นผืนทรายใต้น้ำได้ชัดเจน เหมาะสำหรับการเล่นน้ำและชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติกลางทะเลอันดามันทะเลรอบ ๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปะการังเขากวาง เนื่องจากเป็นเกาะที่เงียบสงบ

6. หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ

07
Cr. facebook.com/pamai.komboon

หินสามวาฬ” อยู่ในอุทยานภูสิงห์ โดยด้านล่างเป็นที่ตั้งของ “วัดป่าภูสิงห์” และมีลานธรรมขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าของก้อนหิน 2 ก้อน ที่มีลักษณะคล้ายสิงโต 2 ตัวหมอบเข้าหากัน พื้นที่บริเวณนี้สามารถขับรถขึ้นไปเองได้ เพื่อไหว้พระเป็นสิริมงคลและเดินไปยังจุดชมวิวลานธรรม

แต่หากอยากไปชมวิวยังจุดอื่นบนภูสิงห์ จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างโหด ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้นถึงจะสามารถขึ้นไปได้ และควรมีผู้ชำนาญนำทางไปด้วย เมื่อได้ขึ้นไปมีจุดแนะนำอยู่ตรง “หินสามวาฬ” พื้นที่ชมวิวใหม่ของภูสิงห์ มีลักษณะคล้ายวาฬโมบี้ดิ๊ก 3 ตัวทอดยาวบนพื้นโลก

7. วัดพระธาตุแก่งสร้อย จ.ตาก

08
Cr. อนุสาร อสท.

วัดพระธาตุแก่งสร้อย เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญยิ่งในแม่น้ำปิง ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เป็นวัดหนึ่งในแคว้นเขตดินแดนแห่งล้านนาไทย เป็นดินแดนที่อยู่ในหุบเขาลำเนาไพร รถไม่สามารถเข้าไปได้ ใช้เส้นทางน้ำคือนั่งเรือไปอย่างเดียว

โดยในทุก ๆ ปี ในช่วงเดือนเมษายน จะมีงาน ประเพณีขึ้นไหว้สาสรงน้ำพระบรมธาตุแก่งสร้อย ซึ่งจะมีชาวบ้านในพื้นที่และละแวกใกล้เคียง รวมทั้งผู้คนที่มีจิตศรัทธาจากจังหวัดอื่น ๆ มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ท่านสามารถมาท่องเที่ยวและทำบุญที่ วัดพระธาตุแก่งสร้อย ไปพร้อม ๆ กันได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้

8. หมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร

09
Cr. Little Potchara

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะทะเลชุมพร ประกอบไปด้วย เกาะทะลุ เกาะกระโหลก เกาะง่ามใหญ่ และเกาะง่ามเล็ก อยู่ห่างจากฝั่งโดยใช้เวลาเรือวิ่งราว 1 ชั่วโมง ปัจจุบัน “หมู่เกาะง่าม” นั้นถือว่าเป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักดำน้ำทั่วโลก และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามหน้าร้อนที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพรอีกด้วย

แม้ว่าทะเลแถบนี้แม้น้ำจะไม่ใสเหมือนแถบอันดามัน และไม่มีดงปะการังอ่อนสีสดมากเท่า แต่ก็รายล้อมด้วยดงปะการังดำที่หาชมได้ยากในจุดดำน้ำอื่นๆ นอกจากนี้แล้วทะเลชุมพรยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลและฝูงปลาจำนวนมาก นักดำน้ำมักพบปลากะพงแดง ปลากะมง ปลาข้างเหลืองฝูงใหญ่ เวียนว่ายไปมาอยู่เนือง ๆ

9. ทะเลน้อย จ.พัทลุง

10
Cr. adventure.tourismthailand.org

ในอำเภอควนขนุน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทลุงออกไปราว 32 กม. มีทะเลสาบขนาดใหญ่ซ่อนอยู่เคียงคู่กับหุบเขาที่นิ่งสงบ ลำน้ำแห่งทะเลน้อยถือเป็นต้นทางของทะเลสาบสงขลา ครอบครัวนกนานาสายพันธุ์ถือเป็นเครื่องยืนยันความอุดสมบูรณ์ของธรรมชาติแห่งทะเลน้อยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนกในกลุ่ม “นกน้ำ” หรือ “นกเป็ดน้ำ

นอกจากจะเป็นแหล่งดูนกแล้ว “ทะเลน้อย” ยังมีสิ่งน่าสนใจอันโดดเด่นอีกอย่างนั่นก็คือ “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” พันธุ์บัวที่มีขึ้นอยู่มากที่สุดในทะเลแห่งนี้ โดยในช่วงเช้าเหล่าบัวสายจะพาออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำ นอกจากบัวสายแล้ว ในทะเลน้อยยังมีบัวหลวง บัวบา บัวเผือน รวมไปถึงพืชพรรณน่าสนใจ อื่นๆ อาทิ ผักตบชวา จอก แหน สาหร่ายต่างๆ กระจูด กง ย่านลิเภา กก และเสม็ดที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ในพื้นที่ป่าบก เป็นต้น

10. เขาหงอนนาค จ.กระบี่

11
Cr. facebook.com/bang.tongkeawsawat

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหงอนนาค จุดชมวิว 360 องศาสุดตระการตา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยมียอดเขาสูงตระหง่านตั้งอยู่ริมทะเล อุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบขึ้นปกคลุมจนแทบไม่เห็นแสงตะวัน ที่นี่เป็นบ้านพำนักอาศัยและแหล่งอาหารของนกป่าและสัตว์ป่านานาชนิดใช้เวลาเดินเท้าเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะเป็นผู้พิชิตยอดเขาหงอนนาค

เขาหงอนนาค ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ คลองม่วง กระบี่ เลยทีเดียว โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เดือนพฤษภาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / www.muangthai.com
เรียบเรียง : Travel.MThai

สะบาย สะบาย บาร์ ราชาทะเล ร้านซีฟู้ดของสาวอารมณ์ขัน “ตุ๊กกี้ ชิงร้อย”

01

ร้านอาหารทะเลเปิดใหม่ที่ดังเปรี้ยงปร้าง คนแห่แชร์ตั้งแต่วันเปิดร้าน ด้วยความอลังการของอาหารทะเลที่วางกองพะเนินเทินทึก บนเรือขนาดใหญ่ ร้านนี้เป็นร้านของดาราตลก ตุ๊กกี้ ชิงร้อย กับหุ้นส่วนหวานใจ คุณบูบู้ กำธร ร้าน สะบาย สะบาย บาร์ ราชาทะเล บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด ทุกอย่างสด ตัวใหญ่เนื้อแน่นถึงใจ ทั้ง หอยหวาน กุ้งแม่น้ำ ปู ตักไปปิ้งกันที่โต๊ะ พร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด มีให้เลือกถึง 4 แบบ ฟ้าใส ฟ้าแล่บ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ความเผ็ดของน้ำจิ้มเพิ่มระดับความรุนแรงของฟ้าเลยค่ะ

02

ร้าน สะบาย สะบาย บาร์ ราชาทะเล ตั้งอยู่ที่ วงเวียนพระราม5 ถนนราชพฤกษ์ เดินทางมาได้สะดวก จัดเต็มเหมือนเทมาทั้งทะเลเพียงราคา 499 บาท ราคานี้รวมเครื่องดื่มด้วย ขอบอกเลยว่าคุ้มมากๆ นั่งทานได้ 1ชั่วโมง 30 นาที ใครอยากนั่งกินต่อก็แจ้งกับทางร้านให้ต่อเวลาได้ เมนูเด็ดๆ อย่างอื่นนอกจากเมนูปิ้งย่าง ก็มีให้บริการหลากหลาย และเมนูยอดฮิตที่ทุกคนมาเป็นต้องสั่งกับเมนู กุ้งระเบิดถัง สูตรของคุณบูบู้คิดค้นขึ้นเอง รสชาติจะถูกใจแค่ไหนลองสั่งมาพิสูจน์กันเลย

03 04
กุ้งระเบิดถัง

05
น้ำจิ้ม 4 รสชาติ

06
07
คุณนิวเคลียร์

08
คุณ บุ๋ม ปนัดดา

09
2 ออ นักกินตัวยง ก็มากับเขาด้วย

10
คุณแม่จูน

11
แผนที่ร้าน สะบาย สะบาย บาร์ ราชาทะเล

ที่ตั้งร้าน : วงเวียนพระราม5 ถนนราชพฤกษ์ ตำบล บางขุนกอง อำเภอ บางกรวย นนทบุรี 11130
เบอร์โทรศัพท์ : 02-1012197
เวลาเปิด-ปิด : 17.00 – 24.00 น

ขอบคุณรูปจาก : แฟนเพจ สะบาย สะบาย บาร์
เรียบเรียง : Food MThai

เที่ยวแบบ Slow Life ที่หนองคายเมืองชายโขง

01

เมื่อพูดถึงจังหวัดหนองคาย หลายคนรู้จักแค่ว่าเป็นเมืองทางผ่านไปเที่ยวประเทศลาว บางคนรู้จักแค่เรื่องราวของบั้งไฟพญานาค ใครจะรู้ว่าจังหวัดเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงแห่งนี้จะมีประสบการณ์ใหม่ๆ ที่รอให้คุณได้สัมผัส แล้วคุณจะรู้ว่า… หนองคายไม่ใช่แค่เมืองทางผ่านอีกต่อไป แต่เหมาะกับการเก็บกระเป๋าแล้วไปใช้ชีวิต Slow Life… เดินทางปั่นจักรยานไปพบกับผู้คนที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันมากกว่า มาดูกันว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง

02

ตลาดท่าเสด็จ

03

หลายคนรู้จักในชื่อ ตลาดอินโดจีน บางคนเรียกเก๋ๆ ว่าตลาดท่าเรือ เพราะในอดีตเป็นท่าเรือซื้อขายสินค้าระหว่างไทยและลาว ขาช้อปต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะปัจจุบันตลาดท่าเสด็จเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มประเทศอินโดจีน ทั้ง ไทย ลาว พม่าเวียดนาม และจีน พูดง่ายๆ ว่า มาที่เดียวเหมือนได้ช้อปพร้อมกัน 5 ประเทศ นอกจากนี้บริเวณอาคารตลาดท่าเรือ ได้จำลองบรรยากาศร้านค้าโบราณในยุคคุณพ่อคุณแม่ยังสาวๆ ลองย้อนเวลาวันวานดูสักครั้งก็ดีนะบรรยากาศที่หายากแบบนี้จะทำให้เราได้เห็นภาพว่า ยุครุ่นคุณพ่อคุณแม่นั้นมีความเป็นอยู่และใช้ชีวิตกันอย่างไร

วัดโพธิ์ชัย

04

หรือหลายคนเรียกว่า วัดหลวงพ่อพระใสหลวงพ่อพระใสถูกสร้างในอาณาจักรล้านช้าง หรือประเทศลาวในปัจจุบัน หลังจากที่ล้านช้างได้แพ้สงครามให้กับสยาม จึงได้อัญเชิญหลวงพ่อพระใสมาที่ฝั่งไทยเพื่อนำกลับไปยังกรุงเทพฯ แต่ระหว่างทางได้เกิดปาฏิหาริย์เกวียนที่อัญเชิญหลวงพ่อพระใสหักไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงได้นำมาประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัยในปัจจุบันนอกจากนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการแห่หลวงพ่อพระใสรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระ ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่ประจำภูมิภาคเลยทีเดียว

พระธาตุกลางน้ำ

05

เดิมนั้นชื่อพระธาตุหล้าหนอง ตามตำนานกล่าวว่าสร้างมาพร้อมกับพระธาตุพนมพระธาตุแห่งนี้สร้างเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์เดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง แต่เมื่อน้ำหลากกระแสน้ำจึงได้พัดพาองค์พระธาตุจมลงสู่กลางแม่น้ำโขงอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ยามน้ำลดก็จะเห็นตัวพระธาตุได้มากหน่อย เพราะในช่วงหน้าแล้งส่วนฐานของพระธาตุจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้เราชมได้อย่างเต็มตา แต่ถ้าใครยังอยากสัมผัสพระธาตุใกล้ๆ ก็สามารถนั่งเรือหางยาวลัดเลาะลำ น้ำโขงออกไปชมรอบๆ พระธาตุก็ได้ และปัจจุบันก็ยังได้สร้างพระธาตุจำ ลองขึ้นมาใหม่ในตำแหน่งเดิมบนชายฝั่ง เพื่อให้ผู้คนได้มาสักการะบูชาด้วย

ชุมชนธาตุใต้

06

ชุมชนที่ใช้ชีวิตร่วมกันกับสายน้ำ ผู้คนในชุมชนแห่งนี้จะหาเลี้ยงชีพด้วยการประกอบอาชีพหาปลาเป็นหลักด้วยอุปกรณ์พื้นบ้านที่เรียกว่า “เบ็ดเผือก”แค่ฟังชื่อก็งงไปตามๆ กัน เบ็ดเผือกที่ว่านี้มีหลักการคล้ายๆ กับเบ็ดตกปลาทั่วไปแต่จะใช้สายสลิงยาว 20 เมตร แทนเอ็นตกปลา แถมเหยื่อที่ใช้ก็สุดแปลกเพราะใช้ขนมชั้น บางทีก็ใช้ลูกชิ้น ซึ่งก็เป็นเหยื่อชั้นดีที่ทำให้จับปลาได้จำนวนไม่น้อยสงสัยปลาแถวนี้คงติดขนมหวานกันซะแล้ว

สะพานมิตรภาพไทย – ลาว

07

เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างหนองคายและเมืองท่านาแล้ง แขวงเวียงจันทน์ในประเทศลาว เราสามารถเดินขึ้นสะพานเที่ยวชมบรรยากาศกลางแม่น้ำโขงอันเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างไทยและลาวได้อย่างใกล้ชิดได้ แต่เดินได้เพียงครึ่งทางของสะพานเท่านั้นนะ เพราะอีกครึ่งทางจะเป็นเขตของประเทศลาวไปแล้ว

ตลาดแคมของ

08

ตลาดแคมของเป็นภาษาอีสานแปลว่า ตลาดริมแม่น้ำโขง ที่นี่จะเปิดทุกๆ วันเสาร์ ณ ตลาดริมโขงนี้จะมีการจำ หน่ายสินค้าท้องถิ่น ของฝาก อาหารมากมาย เรียกได้ว่าขาช้อป ขากินกิน ห้ามพลาดเด็ดขาด

หากใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่แล้วคิดอยากจะออกมาใช้ชีวิต Slow Life ในแบบฉบับคนริมแม่น้ำโขงสักครั้ง ก็ให้เตรียมเก็บกระเป๋าแล้วลองมาเที่ยวที่หนองคายสักคืน มาสัมผัสวิถีชีวิตมาลองกินอาหาร มาชมที่เที่ยวสวยๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องเล่า ณ หนองคายเมืองชายโขงแห่งนี้ ที่พร้อมจะแบ่งปันความสุขให้แก่นักเดินทางทุกคนเสมอ

เครดิตจาก : นิตยสาร Weekend ฉบับเดือนสิงหาคม 2016
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : www.mbookstore.com
เรียบเรียงโดย : Travel MThai