3 กิจกรรมยอดฮิตสุดฟิน ที่วังน้ำเขียว!

01

เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนกันแล้ว โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ไทย ที่หลายคนเริ่มมองหาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนกันดี “วังน้ำเขียว” ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนึงนะคะ ที่น่าสนใจ แถมยังได้รับฉายาว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสานอีกด้วย เพราะให้บรรยากาศที่ดีแบบสุดๆ ที่พักวังน้ำเขียวก็น่ารัก สะดวกสบายและปลอดภัย ให้เราจัดเต็มได้อย่างไม่มีผิดหวัง

สำหรับใครที่วางแผนจะไปวังน้ำเขียวเรียบร้อยแล้วล่ะก็ ลองมาดูกันค่ะ ว่ามีกิจกรรมสุดฟินอะไรบ้าง ที่คุณไม่ควรพลาด!

1. ชมกระทิง ฝูงสุดท้ายที่เขาแผงม้า

02

อย่างที่รู้กันดีว่าในปัจจุบัน กระทิงถือเป็นสัตว์ที่หาชมได้ยาก แต่ที่วังน้ำเขียว คุณจะได้ชมกระทิงฝูงสุดท้าย ซึ่งอยู่ที่เขาแผงม้านี่เอง โดยพวกมันจะอยู่กันเป็นฝูง ใช้ชีวิตออกหากินตามธรรมชาติ เป็นภาพที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจและน่าชมเป็นอย่างมาก แถมยังได้ศึกษาวิถีชีวิตของกระทิงไปพร้อมๆ กันอีกด้วย มาแล้วก็อย่าลืมถ่ายภาพเหล่าฝูงกระทิงไปอวดเพื่อนๆ กันด้วยนะคะ

2. ผจญภัย ณ บ้านผางามรีสอร์ท

03

สำหรับใครที่รักในการผจญภัยและกิจกรรมโลดโผนแสนสนุก ที่บ้านผางาม ก็เป็นอีกแห่งที่จะทำให้คุณสนุกกันอย่างไม่รู้ลืมเลยล่ะค่ะ เพราะที่นี่คุณจะได้พบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และถือเป็นแหล่งโอโซน อันดับ 7 ของโลกที่มีกิจกรรมการผจญภัยสนุกๆ มากมาย

04

ไม่ว่าจะเป็น การโรยตัวจากหน้าผา, ปีนผาจำลอง, ผางามลอยฟ้า, TarZan Tour, Rope Challenge และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่จัดเต็มกันได้ตลอดทั้งวัน ส่วนที่พักวังน้ำเขียวราคาถูก และปลอดภัยในบริเวณใกล้ๆ ก็มีเดือนธารารีสอร์ท ที่จัดตกแต่งอย่างสวยงามและน่าพักสุดๆ เลยล่ะค่ะ

3. ชมวิวสวย ที่ผาเก็บตะวัน

05

ปิดท้ายกันที่กิจกรรมสุดโรแมนติก อย่างการชมวิวสวยๆ ที่ผาเก็บตะวัน การยิงกระสุนเมล็ดพันธุ์พืช และการเดินชมธรรมชาติ ของวังน้ำเขียวที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆ นอกจากนี้ในช่วงเช้าของที่นี่ ยังสามารถมองเห็นวิวหมอกที่ปกคลุมเนินเขาได้ตลอดทั้งแนว เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและน่าประทับใจแบบสุดๆ

06

ยิ่งในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ บรรยากาศที่นี่ยิ่งดีสุดๆ ไปเลย แถมไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องที่พักกันด้วยนะคะ เพราะที่วังน้ำเขียวมีที่พักราคาประหยัดและสะดวกสบายอยู่มากมาย

ซึ่งทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณข้อมูลจากทางเดือนธารา รีสอร์ท ด้วยนะคะ ที่ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมน่าเที่ยว ที่รับรองเลยว่า ไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังกันแน่นอน!

ติดตามรายละเอียดได้ที่ : https://www.facebook.com/Duaentara/
เรียบเรียงโดย : Travel MThai

 

หน้าร้อนเที่ยว เมืองบาดาล ที่ สังขละบุรี

01

เมืองบาดาล หรือ วัดวังก์วิเวการามหลังเก่า อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของตำบลหนองลู อำเภอ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่แห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) ที่มีชื่อเสียงทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

02 03 04

สำหรับ วัดวังก์วิเวการามหรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี พ.ศ.2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 220 กิโลเมตร

05

ในระยะแรกมีเพียงกุฏิและศาลา มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ แม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ในปี พ.ศ.2505 ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้ใช้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งตั้งตามชื่ออำเภอเดิม คืออำเภอวังกะ-สังขละบุรี ซึ่งต่อมาถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอ ก่อนที่จะยกฐานะเป็น อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ.2508

06

หน้าร้อนเที่ยว เมืองบาดาล หรือ วัดวังก์วิเวการาม ที่ สังขละบุรี

07

ต่อมาปี พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี เหลือเพียงซากปรักหักพังของวัดและอาคารบ้านเรือน

08

ปัจจุบันอุโบสถหลังเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำ ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ซึ่งยามใดที่น้ำได้ลดระดับลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้มา เยือนเสมอๆ หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ยังไม่มีโอกาสมาเยือนเมืองบาดาล แนะนำว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งจะเห็นเมืองบาดาลได้คือ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายนที่น้ำในเขื่อนลดลง ต่ำสุด

09
10

สำหรับการเดินทาง จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามทางหลวงหมายเลข 323 สายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ- สังขละบุรี แล้วเช่าเรือหางยาวท่องเที่ยวในทะเลสาบ รวมทั้งไปเยี่ยมชมเมืองบาดาล

11 12

ขอบคุณข้อมูล : travel.thaiza.com / wiki
ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ค สังขละบุรี – Sangklaburi / thai-tour.com
เรียบเรียง : Travel Mthai

เกาะไหง ทรายสุดขาว ทะเลสุดสวย เสน่ห์เมืองตรัง

01

ทะเลสวยงาม ชายหาดที่แสนสงบ ช่างหายากซะเหลือเกินจริง! ทะเลที่ไหนมีชื่อเสียงดัง ย่อมเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน มาเดินกันตรึมบนชายหาด ทะเลสวยสงบที่เราวาดฝัน สลายลงไปทันที งานนี้ไม่กลัว Travel MThai พาสมาชิกมิตรรัก ไปรู้จักท้องทะเลอีกหนึ่งแห่ง ที่สวยงาม สงบ ธรรมชาติยังอยู่ครบ แถมผู้คนยังไปเที่ยวไม่มากนัก นั่นคือเกาะไหง เกาะสวยงามฝั่งทะเลอันดามัน กันครับ

02

เกาะไหง เป็นเกาะที่มีหาดทรายสีขาวดังแป้ง ยาวตลอดแนวฝั่งตะวันออก ตามแผนที่แล้ว เกาะไหงเป็นแหล่งกำบังคลื่นลมจากมหาสมุทรได้ดี ตั้งอยู่อยู่ในเขตรอยต่อของจังหวัดกระบี่ และตรัง แต่ว่าตามพื้นที่ตั้งแล้ว เกาะไหง ถือว่าเป็นเกาะที่อยู่ในเขตจังหวัดตรัง มากกว่ากระบี่ สำหรับการเดินทางจาก ท่าเรือปากเมง ในจังหวัดตรัง จะสะดวกกว่าสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปเกาะไหงโดยตรง แต่ก็มีนักท่องเที่ยวไม่น้อย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เลือกที่จะเดินทางจาก เกาะลันตา มายังเกาะไหง

03

เกาะไหง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีความเงียบสงบ นักท่องเที่ยวน้อยกว่าเกาะลันตามาก เป็นเกาะขนาดเล็ก ไม่มีทางรถยนต์บนเกาะ ไม่เหมือนเกาะลันตา ที่เป็นอำเภอ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เกาะไหงจึงเหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ และท้องทะเลจริงๆ ตลอดชายฝั่งตะวันออกยาว 2.2 กม. เป็นชายหาดสีขาว และแนวปะการังทางปลายเกาะ ทางตะวันออกเฉียงใต้เกาะ มีอ่าวเล็กๆ แถวท่าเรือเป็นแหล่งดำน้ำตื้นชั้นเยี่ยม หากเราเดินต่อไปทางใต้จะพบ แหลมกวนอิม (สงสัยชาวบ้านแถบนี้ เขาดูแล้วลักษณะคล้ายเทวรูปเจ้าแม่กวนอิม)

04

นอกจากนี้ มีจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ เป็น อ่าวโกตง มีหาดทรายยาว 1 กม. เป็นที่ตั้งของ Koh Ngai Paradise บนเขาทิศเดียวกันนี้ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เราสามารถดำน้ำเล่นแถวนี้ได้ หรืออาจจะถามเจ้าหน้าที่ให้พาไปจุดชมวิว น่าจะใช้เวลาเดินเท้าสัก 2 กม. เพื่อไปถึงยอดเขาชมวิวทะเลตรังทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก

05

จุดเด่นของเกาะไหง คือ น้ำทะเลใส ไม่ไกลนัก ทางปลายเกาะจะมีแหล่งดำน้ำตื้น (snorkeling) ชั้นยอดอยู่ ไม่ควรพลาดหากได้มาเยือน ที่พักบนรีสอร์ทบนเกาะไหง เป็นจุดชมหมู่เกาะน้อยใหญ่ได้สวยงาม ชาวต่างชาตินิยมมาอาบแดด อ่านหนังสือริมหาด หรือหากชอบดำน้ำ ก็สามารถเช่าอุปกรณ์ ได้ที่รีสอร์ท ราคาประมาณ 50 บาท หรือซื้อทัวร์เที่ยว 4 เกาะ ราคา 700 บาท/คน มีขายอยู่ทุกวัน  สี่เกาะที่ไม่ควรพลาดคือ เกาะเชือก เกาะม้า ถ้ำมรกต (เกาะมุก) อยู่อีกด้านของเกาะต้องมุด และลอยตัวเข้าไปในถ้ำ และเกาะกระดาน หรืออีกทริปที่น่าสนใจคือ เกาะรอก ขึ้นเหนือไปทางเกาะลันตา ประมาณ 29 กม.จากเกาะไหง ราคาจะสูงอีกหน่อย ประมาณ 1200 บาท/คน โดยเรือเร็ว รวมค่าเข้าอุทยานฯ หมู่เกาะลันตา

06

สำหรับนักดำน้ำลึก เราสามารถเรียนคอร์ส Scuba ได้ที่นี่ หรือเลือกดำน้ำตื้นแทน ส่วนคนที่ยังไม่พร้อม สามารถพายเรือแคนู เที่ยวหมู่เกาะใกล้เคียง ว่ายน้ำเล่นริมหาด หรือเดินป่าศึกษาธรรมชาติหลังเกาะ แทนกันก็ได้

ถ้าหากนักท่องเที่ยวท่านใด มีแผนจะไปเที่ยวทะเลในช่วงปลายปีนี้ แบบใกล้ชิดธรรมชาติ ห่างไกลจากผู้คนพลุกพล่านในจำนวนมาก ที่เกาะไหง คืออีกหนึ่งท้องทะเลอันเงียบสงบ และยังมีธรรมชาติที่สวยงามแบบเพียวๆ รอเราอยู่ในตอนนี้ ถ้าไปเที่ยวช้ากว่านี้ เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตท้องทะเลแห่งนี้ ยังคงสวยงามเหมือนเดิมหรือเปล่า? เหมือนหลายๆ ที่เคยประสบชะตากรรมเช่นนี้มาก่อน จริงมั้ย!?

07 08

ขอบคุณข้อมูลและภาพ : เกาะไหงดอทคอม / tourresorthotel.com / thailandlandscape.com / trangeasytravel.com

เรียบเรียงโดย : Travel MThai