“Oymyakon” หมู่บ้านที่หนาวที่สุดในโลก! ติดลบถึง -71.2°C

“Oymyakon” หมู่บ้านที่หนาวที่สุดในโลก! ติดลบถึง -71.2°C

01

แค่ฤดูหนาวมาเยือนบ้านเรา ภาคเหนือหนาวจนอุณหภูมิติดลบ เราก็ดีใจกันแล้ว แต่ที่ “Oymyakon” หมู่บ้านในประเทศรัสเซีย พวกเขาต้องอยู่กับความหนาวเหน็บ ด้วยอุณหภูมิติดลบกว่า -50 องศาเซลเซียส! และยาวนานเป็นเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียว … >,<

02

The ‘Road Of Bones’ เส้นทางที่จะพาเราเข้าไปยังหมู่บ้าน Oymyakon

Oymyakon (โอมยาคอน) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตสาธารณรัฐยาคูเตีย ประเทศรัสเซีย ฤดูหนาวของที่นี่มีอากาศติดลบนานกว่าครึ่งปี อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย -50 °C แต่อย่างไรแล้วก็ยังมีฤดูร้อนให้อุ่นกายกันบ้าง ช่วงราวๆ 3 เดือน อุณหภูมิก็สูงขึ้นมาเฉลี่ยประมาณ 30 °C เรียกได้ว่าหนาวก็หนาวจัด ร้อนก็ร้อนจัดเลยล่ะ! เคยมีการบันทึกสถิติไว้ในปี 1924 ของหมู่บ้านโอมยาคอน ช่วงฤดูหนาวมีอุณหภูมิติดลบถึง -71.2°C และช่วงฤดูร้อน มีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 34.6 °C

03

ชื่อหมู่บ้าน Omyakon มีความหมายว่า The Pole Of Cold หรือ หนาวสุดขั้ว

นอกจากนี้หมู่บ้านโอมยาคอนยังตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของขั้วโลกมาก จึงมีแสงแดดน้อยที่สุดเพียง 3 ชั่วโมงในเดือนธันวาคม กับมีแสงแดดมากที่สุดถึง 21 ชั่วโมงในเดือนมิถุนายน

แต่ถึงจะหนาวเหน็บเพียงไหน ก็ยังมีประชากรส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ ราวๆ 300,000 คน อาหารหลักของที่นี่ก็เป็นเนื้อสัตว์และปลา ไม่สามารถปลูกผักได้ เพราะอากาศที่หนาวเกินไป >,<

ภาพเหล่านี้ถ่ายโดยช่างภาพชาวนิวีแลนด์ ชื่อ Amos Chapple ซึ่งเขาบอกว่าการถ่ายภาพที่ยากที่สุดของทริปนี้ไม่ใช่เพราะอากาศหนาวที่เขาเจอ แต่เป็นเพราะกล้องและเลนส์ของเขาใกล้ถูกแช่แข็งมากกว่า!

04

ตลาดสด ในเมือง Yakutsk จะเห็นว่ามีขายแค่เพียงปลาและเนื้อสัตว์เท่านั้น

เพราะที่นี่ไม่สามารถปลูกพืชผักได้เลย

05

ชาวนาที่เลี้ยงวัว ก็ยังต้องให้ ฝูงวัว เข้าไปอาศัยอยู่ภายในบ้าน เพื่อให้ความอบอุ่น

06

07

08

ห้องน้ำ ส่วนมากจะสร้างอยู่นอกบ้าน เพราะอากาศที่หนาวจัด

ทำให้ท่อประปาแตก

09

รถที่มีนั้นต้องเก็บไว้ในโรงเก็บรถ และมีเครื่องที่ช่วยทำให้อุุ่น

หากนำออกมาข้างนอก ต้องขับตลอด เพราะถ้าหยุดเมื่อไหร่ รถอาจสตาร์ทไม่ติด

10

ถึงแม้จะหนาวมากแค่ไหน แต่ทุกคนที่นี่ก็มีรอยยิ้มให้กันเสมอ ^^

11

12

13

14

15

16

17

18

19

Source: http://www.amoschapplephoto.com/

ขอบคุณข้อมูลจาก: Travel MThai

 

 

 

 

 

 

 

รวมร้านอาหารอร่อยเรียบรางรถไฟฟ้าสายสีม่วง

รวมร้านอาหารอร่อยเรียบรางรถไฟฟ้าสายสีม่วง

01

รถไฟฟ้าเส้นทางใหม่รถไฟฟ้าสายสีม่วงของจังหวัดนนทบุรี ที่ผ่านร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย วันนี้สามารถไปกินกันได้สะดวกขึ้น เราไปดูกันว่ามีร้านไหนที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงกันบ้าง

สถานี กระทรวงสาธารณะสุข

02

03

04

ร้านสุดแซ่บเมืองยศ ถนนติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ นนทบุรี เปิดทุกวัน 11.00 – 21.00 น. เยื้องกับโรงพยาบาลศรีธัญญา อยู่ห่างจากสถานีกระทรวงสาธารณะสุข 40 เมตร

สถานีคลองบางไผ่

05

06

ร้าน Cafe’ De Fin ซอยหมู่บ้านบ้านบัวทอง 1 นนทบุรี หน้าหมู่บ้านบ้านบัวทอง เปิดทุกวัน 9.00 – 19.00 น. อยู่ห่างจากสถานีคลองบางไผ่ 400 เมตร

สถานีบางพลู

07

ร้าน Est.1920 Burger & Beer ร้านติดถนนบางกรวย-ไทรน้อย อยู่ตรงข้ามร้านญวนญี อยู่ใกล้ๆร้านชาบูนางใน เปิดทุกวัน 11.30 – 23.00 น. อยู่ห่างจากสถานีคลองบางพลู 400 เมตร บางรักใหญ่

สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ

08

09

CROFT organic cafe & garden ซอยบางรักน้อย 11 อังคาร – อาทิตย์ 9.30 – 19.00 น. อยู่ห่างจากสถานีบางรักน้อยท่าอิฐ 900 เมตร

สถานีบางรักใหญ่

10

11

ร้าน Sushi Ryu ราชพฤกษ์ ถนน ราชพฤกษ์ นนทบุรี เปิดทุกวัน 12.00 – 22.00 น. อยู่ห่างจากสถานีบางรักใหญ่ 750 เมตร

สถานีไทรม้า

12

13

ร้าน Casa de Je t’aime รัตนาธิเบศร์ นนทบุรี เปิดทุกวันยกเว้นวันอังคาร 11.00 – 22.00 น. อยู่ห่างจากสถานีไทรม้า 230 เมตร

สถานีสะพานพระนั่งเกล้า

14

15

ร้าน Shabuku รัตนาธิเบศร์ นนทบุรี สะพานพระนั่งเกล้า เปิดทุกวัน 14.00 – 22.00 น. อยู่ห่างจากสถานีสะพานพระนั่งเกล้า 600 เมตร

สถานีบางซ่อน

16

17

Shabu Indy ปากซอย ถนนกรุงเทพ-นนนท์ 36 บางซ่อ ติดตลาดสยามยิปซี เปิดทุกวัน 16.00 – 22.00 น. อยู่ห่างจากสถานีบางซ่อน  130 เมตร

สถานีวงศ์สว่าง

18

19

Queen Steak House สุดซอยซอยรัชดา39 เปิดบริการ วันจันทร์ – วันเสาร์ 11.00 – 22.00 น. อยู่ห่างจากสถานีวงศ์สว่าง 2 กิโลเมตร

สถานีเตาปูน

20

21

KumaMura Food.Espresso.Bar ติดถนนเตชะวณิช เปิดบริการ วันจันทร์ – วันเสาร์ 11.00 – 00.00 น. อยู่ห่างจากสถานีเตาปูน 1 กิโลเมตร

สถานีตลาดบางใหญ่, สถานีสามแยกบางใหญ่

22

ร้าน Akiyoshi ชั้น 3 Food Park Zone CentralPlaza WestGate เปิดทุกวัน 10.00 – 21.00 น. อยู่ห่างจากสถานีตลาดบางใหญ่ 500 เมตร และ สถานีสามแยกบางใหญ่ 2 กิโลเมตร

ยังมีอีกมากมายหลายร้าน ที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงวิ่งผ่าน มีทั้งร้านริมทางและบนห้างสรรพสินค้า หากอยากรู้ว่ามีร้านอาหารอะไรอีกบ้างที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ในวันหยุดก็ลองนั่งไปเที่ยวดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก: Food MThai

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

15 หมู่บ้านสวยทั่วโลก งดงามเหมือนต้องมนต์สะกด!

15 หมู่บ้านสวยทั่วโลก งดงามเหมือนต้องมนต์สะกด!

01

วันนี้เราจะพาไปชม 15 หมู่บ้านสวยทั่วโลก กัน! ซึ่งแต่ละที่นั้นถือว่าสวยที่สุดของแต่ละประเทศ ทั้งความงามของธรรมชาติ บ้านเรือน อีกทั้งยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย และในปัจจุบันก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

  1. Bibury, England
02

ขอบคุณภาพ https://www.facebook.com/wannabethaitraveler/

Bibury หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในแคว้น Gloucestershire, Cotswolds ขนานนามว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดของประเทศอังกฤษ และเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก หากใครได้มาที่นี่จะรู้สึกเหมือนต้องสมต์สะกด มีบ้านหลังเก่าๆ ตั้งอยู่เรียงแถว รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ รู้สึกและสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเมืองผู้ดีเก่า อีกทั้งยังมีฝูงสัตว์นก ปลา ในลำธารไหลเย็น.. เหมือนได้ใช้ชีวิตแบบเต็มที่โดยไม่ต้องรีบร้อนเหมือนอยู๋ในเมืองใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอมฮิตที่ผู้คนชอบมามากที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

  1. Smögen Village, Sweden
03

Cr. Forbes

หมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิม ตั้งอยู่บนเกาะ Smögen ชายฝั่งทะเลตะวันตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศสวีเดน อีกทั้งยังเป็นท่าเรือประมง ท่าเรือยอร์จ ผู้คนนิยมเดินทางมาพักผ่อน ท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน ที่นี่จะมีบ้านพักมีสไตล์โดดเด่น ก็คือ สร้างด้วยไม้ และแต่ละหลังจะทาด้วยสีสันสดใส ตั้งอยู๋ตามแนวชายฝั่ง ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่น่ามาสัมผัสไม่ว่าจะช่วงฤดูไหนก็ตาม

  1. Najac, France
04

Cr. Flickr

05

Cr. www-memo-fr

Najac เป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศฝรั่งเศส หมู่บ้านเก่าแก่ที่สร้างขึ้นไปตามแนวภูเขา เคยใช้ที่แห่งนี้เป็นจุดทางยุทธศาสตร์ ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ หากมองขึ้นไปยังด้านบนยอดก็จะเห็นป้อมปราการเก่าตั้งอยู่ และจากบนนั้นสามารถมองเห็นวิวเมืมองได้แบบ 360 องศา ตามทางเดินก็จะได้พบกับบ้านเรือนเก่า สงบร่มรื่น ในช่วงฤดูหนาวจะพบผู้คนในแถบนี้น้อยมากๆ ไม่ถึง 100 คน ซึ่งแต่ต่างจากช่วงหน้าร้อนที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางกันมามากมาย ไม่ขาดสาย

  1. Hallstatt, Austria

06

ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศออสเตรีย (Austria) โดยเมืองฮัลล์สตัทท์ ตั้งอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย (Upper Austria)

ความโดดเด่นของเมืองนั้น สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ก็คือความเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่มีอากาศแสนบริสุทธิ์ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเดินทางมาพักผ่อนตากอากาศ และชมทัศนียภาพสวยๆ ของตัวเมืองที่ถูกโอบล้มไปด้วยทะเลสาบและเทือกเขาสูงตระหง่าน

  1. Colmar, France
07

http://www.europeanbestdestinations.com/

เมืองกอลมาร์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของโอ-แร็ง, อาลซัส กอลมาร์เป็นบ้านเกิดของจิตรกรและช่างแกะพิมพ์มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดีผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ กอลมาร์มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้ยังคงเป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยกาศของเมืองโบราณ ในตัวเมืองเก่าก็มีพิพิธภัณฑ์ คริสต์ศาสนสถาน และร้านค้าและที่อยู่อาศัยที่คงสภาพเหมือนเมืองในยุคกลาง

  1. Reine, Norway
08

Cr.My Modern Met

Reine หมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่หลายคนเรียกกันว่า “จิตวิญญาณแห่งนอร์เวย์” อีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่โรแมนติคที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย ตั้งอยู่ห่างจากออสโลประมาณ 1,300 กิโลเมตร รอบเกาะรายล้อมไปด้วยมหาสมุทะแอตแลนติกและทะเลนอร์วีเจียน สมัยก่อนผู้คนส่วนใหญ่จะทำอาชีพจับปลา จนในปรัจจุบันก็ยังคงทำอยู่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม อีกทั้งบรรยากาศของที่นี้แสนสงบ

  1. Albarracín, Spain
08

Cr. World Beautifull Places

Albarracín (อัลบาร์ราซิน) เป็นหมู่บ้านยุคกลางตั้งอยู่บนภูเขา ทางเหนือของประเทศสเปน อยู่ห่างจากเมือง เตรวยล์ (Teruel) เพียง 3o นาที และห่างจากเมืองวาเลนเซีย (Valencia) ประมาณ 2 ชั่วโมง หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 11 มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ มีป้อมปราการและกำแพงโบราณล้อมรอบเมือง อีกทั้งเมืองนี้ยังได้รับ UNESCO world heritage ด้าสถาปัตยกรรมยุคกลางด้วย

  1. Cong, Ireland
09

Cr. www.startribune.com

Cong เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไอร์แลนด์สำหรับการตกปลา และในเรื่องประวัติศาสตร์ ที่แห่งนี้รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เงียบสงบ ที่ทำให้ผ่อนคลายในช่วงในพักผ่อนได้ดีที่สุด บริเวณใกล้เคียงก็มีโรงเรียน, พระราชวัง, พิพิธภัณฑ์ ที่มีชื่อเสียงให้เดินชม

  1. Brendan’s Adventures
10

Cr. travelindicator

11

Cr. brendans-adventures

เมืองกรูแยร์ (Gruyeres) ตั้งอยู่ในรัฐฟรีบูร์ (Fribourg) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำชีส และเป็นต้นกำเนิดของชีสกรูแยร์ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายยุคเก่า และบ้านเรือนยังคงสภาพแบบสถาปัตยกรรมยุคกลาง ในเมืองแห่งนี้เราสามารถสนุกไปกับการเดินเล่น ชมความงามของตึกรางบ้างช่อง วิถีชีวิตดั้งเดิม เดินชมปราสาทและป้อมปราการทอดยาวที่สามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของเมืองได้แบบพาโนรามา ร้านค้า ดนตรี และโรงงานชีสแสนอร่อย

  1. Bled, Slovenia
12

Cr. İlhan Eroglu

13

Cr. lakebledslovenia.com

เบล็ด (Bled) หนึ่งในสถานที่ที่โรแมนติคที่สุดในโลก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาป รายล้อมด้วยหุบเขาจูเลียนแอลป์ (Julian Alps) ซึ่งบนเกาะกลางนั้นเป็นที่ตั้งของของโบสถ์พระแม่มารี (Assumption of Mary) หรือโบสถ์อัสสัมชัน (Assumption of Mary Pilgrimage Church) สร้างในศตวรรษที่ 11 ในศิลปะแบบบาโรก ประดับตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่มีการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี

นอกจากนี้แล้วยังมีอาคารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ด้านหลังโบสถ์ ที่ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับงานแต่งงานตามประเพณี เล่ากันว่าหากคู่สมรสคู่ใดได้มาโยกระฆังในโบสถ์จะมีชีวิตคู่ยืนยาว โดยเจ้าบ่าวจะต้องอุ้มเจ้าสาวขึ้นบันไดมาจากท่าเรือจนถึงประตูโบสถ์

  1. Manarola, Italy
14

Cr. http://travellingcolors.com/

มานาโรล่า (Manarola) หนึ่งในเมืองมรดกโลกของประเทศอิตาลี เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ โดยบ้านเรือนจะปลูกตามไหล่เขา ทาด้วยสีสันสดใส ด้านล่างเป็นหน้าผาที่มองเห็นทะเลได้สุดลูกหูลูกตา เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เราสามารถเดินชมบ้านเรือน วิถีชีวิตแบบเรียบง่ายได้ตลอดทางเดิน ที่ฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่น่าถึงดูด และกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ก็คือการปืนเขา

  1. Pučiśća, Croatia
15

Cr. Visit Brač

Pučiśća หมู่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศโครเอเชีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับช่วงฤดูร้อน ตั้งอยู่บนเกาะ Brač เป็นเมืองที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 2000 กว่าคนเท่านั้น

  1. Telč, Czech Republic
16

Cr. Infinite Legroom

เต้วช์ (Telč) เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐเชค สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 โดยพื้นที่ของเมืองเต้วช์จะล้อมรอบด้วยทะเลสาบทั้ง 3 ด้าน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่มรดกโลกจากยูเนสโก บ้านในนี้มีเพียง 71 หลัง ก่อสร้างด้วยอิฐปูน แต่งเติมสีสันสดใส ซึ่งแต่เดิมสร้างด้วยไม้แต่เกิดเหตุไฟไหม้ เมื่อสร้างใหม่จึงก้อด้วยหิน-ปูนแทน ในสไตล์เรเนสซอง

  1. Monemvasia, Greece
17

Cr. amusing-planet

18

โมเน็มวาเซีย (Monemvasia) ตั้งอยู่ในเขตลาโคเนีย (Laconia) หรือ Lacedaemonia ของประเทศกรีซ เป็นเมืองที่เคยแยกออกจากแผ่นดินใหญ่จากเหตุแผ่นดินไหว ในปี ค.ศ. 375 และมีประวัติศาสตร์มายาวนาน ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ อันเงียบสงบ นอกชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรเพโลพอนนีส (Peloponnese) ซึ่งเมืองนี้ยังถูกขนานนามว่าเป็น เมืองโลกลืม หรือเมืองลับแล เพราะน้อยคนที่จะรู้จัก แต่ในปัจจุบันกลับเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก หากมองจากตัวเมืองออกหาจะเลจเห็นเพียงเกาะสูงชันเท่านั้น แต่หารู้ไหม่ว่ามีหมู่บ้านที่สวยงามตั้งอยู่ทางด้านหลัง

  1. Giethoorn, Netherlands

19

Giethoorn เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ระหว่างเมือง Zwolle และ Steenwijk ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยได้รับฉายาว่าเป็นหมู่บ้านไร้ถนน เพราะผู้คนที่นี่จะสัญจรกันทางเรือ จึงมีคูคลองเล็ก ๆ ลัดเลาะอยู่รอบหมู่บ้าน บ้านทุกหลังก็จะมีเรือเป็นพาหนะประจำครัวเรือนนั่นเอง

ผู้คนที่นี่ ส่วนมากมีอาชีพเป็นชาวไร่ ฐานะค่อนข้างดี มีฟาร์มเป็นของตัวเอง บ้านแต่ละหลังถูกออกแบบให้เป็นกระท่อมสไตล์ตะวันตกมีความโดดเด่นสวยงาม ในช่วงฤดูใบไม้ผลิคาบเกี่ยวกับฤดูร้อน ถือเป็นช่วงเวลาที่พีคที่สุดในการมาท่องเที่ยวหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะจะได้ล่องเรือชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามภายในหมู่บ้าน อากาศกำลังดี รวมถึงได้รื่นรมย์กับดอกไม้ที่ผลิบานสะพรั่งต้อนรับผู้มาเยือน

Source: www.ultimateplaces.net

เรียบเรียงโดย: Travel MThai