เส้นทางเที่ยวชมดอกไม้ช่วงหน้าหนาว พฤศจิกายน 2559 – กุมภาพันธ์ 2560

เส้นทางเที่ยวชมดอกไม้ช่วงหน้าหนาว พฤศจิกายน 2559กุมภาพันธ์ 2560

01

ฤดูแห่งการท่องเที่ยว ชมความงามของดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายสายพันธุ์ ที่พร้อมจะออกดอกเบ่งบานรอเราไปชมความงาม และสีสันที่สดใส หากใครยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี เรามี เส้นทางเที่ยวชมดอกไม้ช่วงหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559กุมภาพันธ์ 2560 มาฝากกัน

เดือนพฤศจิกายน

ทุ่งดอกหงอนนาค จังหวัดปราจีนบุรี

02

ขอบคุณรูปภาพจาก : คุณ ประสงค์ จันทร์เปล่ง www.facebook.com/max9161

หากอยากชมความงามของดอกไม้สวยๆ Trave.mthai แนะนำอีกหนึ่งสถานที่ “ศักดิ์สุภา รีสอร์ท”จังหวัดปราจีนบุรี ที่นี่มีทุ่งดอกหงอนนาค สีม่วงนับหมื่นๆ ต้น บานสะพรั่ง บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ รอให้ทุกคนมาชมความงามกัน ดอกหงอนนาคได้ขึ้นชื่อว่าเป็น น้ำค้างกลางเที่ยง เพราะดอกนี้จะเบ่งบานในตอนเช้าถึงตอนบ่าย 2 เท่านั้น หลังจากนั้นดอกก็จะหุบตัว โดยเริ่มเบ่งบานตั้งแต่เดือนกรกฏาคมถึงประมาณเดือนธันวาคม

ที่อยู่ : หมู่ที่ 4 28 ตำบล สะพานหิน อำเภอ นาดี ปราจีนบุรี 25220

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

03

ขอต้อนรับเข้าสู่ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทุ่งดอกบัวตองกำลังบานสะพรั่งรอให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความสวยงาม เหลืองอร่ามไปทั่วทุกพื้นที่ของดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 500 ไร่ บนความสูงกว่า 1,600 เมตร นับเป็นทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่และสวยที่สุดในประเทศไทย ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรบริเวณทุ่งดอกบัวตอง เป็นต้น

ทั้งนี้ ดอกบัวตอง จะออกดอกบานสะพรั่งเต็มที่ในช่วงวันที่ 15 – 30 พฤศจิกายน นับเป็นทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่และสวยที่สุดในประเทศไทย โดย 1 ปีจะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

นอกจากที่ดอยแม่อู่คอแล้ว ก็สามารถไปชมดอกบัวตองได้ที่สองข้างทางหลวงบริเวณดอยแม่เหาะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทุ่งดอกบัวตองดอยหัวแม่คำ จังหวัดเชียงราย และทุ่งดอกบัวตองแม่เมาะ (โรงไฟฟ้าแม่เมาะ) จังหวัดลำปาง

ทุ่งดอกเก๊กฮวย สะเมิง

จังหวัดเชียงใหม่

04

ดอกเก๊กฮวยจะออกดอกบาน ช่วงปลายๆ เดือนตุลาคม ถึง กลางเดือนธันวาคม บานที่สุดในช่วงพฤศจิกายน และปีละ 1 ครั้งเท่านั้น อีกทั้งกลิ่นของดอกเก๊กฮวยก็หอมรัญจวนใจซะจริงๆ >,<

เทศกาลชมดอกไม้บานบนลานหิน

จังหวัดมุกดาหาร

05

ขอบคุณภาพจาก A man of smile (Au Teerapat Bupphapibul)

ณ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. – 30 พ.ย. 2560 ชมดอกดุสิตาบานบนลานหินและดอกไม้ป่านานาชนิด ที่ลานมุจลินทร์ เพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติ ประติมากรรมหินเทิบ ดอกไม้ป่า ธารน้ำตก และวิวทิวทัศน์ไทย-ลาวแบบ 360 องศา

ข้อมูลการติดต่อ ททท. สำนักงานนครพนม +66 4251 3490-1 , อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ โทร.042-601753

เดือนธันวาคม

ทุ่งคริสต์มาส อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย

06

ขอบคุณภาพ http://www.thaipocket.com/

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 – 31 มกราคม 2560 ต้นคริสต์มาสกว่าแสนต้น บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ท่ามกลางบรรยากาศของฤดูหนาว ในงาน เทศกาลต้นคริสต์มาสภูเรือ บริเวณทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูเรือ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ซึ่งงานนี้นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมความงามได้ทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับช่วงเวลา กลางคืนจะมีการประดับประดาด้วยโคมไฟหลากสีให้ได้ชม อีกทั้งยังมีการแสดงดนตรีซิมโฟนีออเคสตรา และศิลปินต่างๆ มาร่วมแสดงด้วย

ทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล จังหวัดลพบุรี

07

ขอบคุณรูปภาพ http://www.traave.com/

จังหวัดลพบุรีขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกทานตะวันมากที่สุดของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 9 อำเภอของจังหวัด และในบริเวณเขาจีนแลก็เป็นทุ่งทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัดลพบุรี นอกจากที่นี่แล้วก็ยังสามารถไปชมทุ่งทานตะวันได้อีกที่อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก หรือหากคิดจะขับรถเที่ยวชมตามทาง ก็สามารถไปเก็บภาพดอกทานตะวันสวยๆ กันได้ที่ “เส้นทางดอกทานตะวัน” ระหว่างจังหวัดสระบุรีและจังหวัดลพบุรี เส้นทางระหว่างอำเภอแก่งคอย อำเภอมวกเหล็ก อำเภอวังม่วง และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ดอกกาแฟบานในหุบเขา อำเภอท่าแซะ

จังหวัดชุมพร

08

แหล่งปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าแหล่งใหญ่ในแถบภาคใต้ของบ้านเรา นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพสวยงามของไร่กาแฟในบรรยากาศเย็นสบายแล้ว พวงดอกกาแฟสีขาวสะอาด ก็สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก

เดือนมกราคม

ดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย

09

ขุนช่างเคี่ยน จังหวัดเชียงใหม่

เขตสถานีวิจัยและศูนย์อบรมการเกษตรที่สูง ตั้งอยู่ในเส้นทางไปยังดอยสุเทพ เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งยอดนิยมของจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากจะได้ชมดอกไม้บานแล้ว ยังจะได้ชมการเพาะปลูกพืชเมืองหนาวที่สถานีเกษตรแห่งนี้อีกด้วย

10

ขอบคุณภาพ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ขุนวาง

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

จังหวัดเชียงใหม่

ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโครงการหลวงดอยอินทนนท์ มีจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่น่าสนใจอยู่ 2 แห่ง คือ บริเวณแปลงดอกไม้เมืองหนาว ด้านหน้าของศูนย์วิจัยฯ และบริเวณด้านในโครงการเกษตรฯ จะมีทางเดินที่โอบล้อมด้วยอุโมงค์สีชมพู “อุโมงค์ซากุระ” อยู่ถัดจากกลุ่มร้านค้าและร้านกาแฟ

ดอกทิวลิป เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม

จังหวัดเชียงราย

11

ขอบคุณภาพ http://dreamdestinations.tourismthailand.org

เทศกาลชมดอกทิวลิปประจำปีที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังที่สุดของเมืองไทย งานนี้จะมีการจัดแสดงดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ งานประติมากรรมดอกไม้ และไฮไลท์เด่นที่สุด คือ ดอกทิวลิปหลากสีสันจำนวนมากที่หาชมได้ยากในบ้านเรา

ทุ่งดอกเบญจมาศ อำเภอวังน้ำเขียว

จังหวัดนครราชสีมา

12

ขอบคุณภาพ HolidayThai.com

แหล่งปลูกดอกเบญจมาศที่ใหญ่สุดของเมืองไทย ในช่วงเดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีงานเทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก”

ถนนดอกสุพรรณิการ์ (ดอกฝ้ายคำ)

จังหวัดนครนายก

13

ขอบคุณภาพ www.skyscanner.co.th

เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ในช่วงต้นปีจะผลัดใบทิ้งเหลือไว้แต่พุ่มดอกสีเหลืองสดใสเต็มต้น ดอกฝ้ายคำนี้เป็นต้นไม้ที่ทางจังหวัดนครนายกจะปลูกไว้ริมถนนหลักหลายสาย

เดือนกุมภาพันธ์

ป่าดอกเสี้ยว อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

ป่าเหมี้ยง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง

14

ขอบคุณภาพ www.skyscanner.co.th

ดอกไม้ป่าสีขาวที่จะออกดอกบานสะพรั่งพร้อมกันในช่วงเดินกุมภาพันธ์ ณ บริเวณริมถนนแจ้ซ้อน-ป่าเหมี้ยง หมู่บ้านป่าเหมี้ยง และบริเวณลานดอกเสี้ยวในเขตอุทยานฯ นอกจากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะมีงานชมดอกไม้ป่า “งานดอกเสี้ยวบานที่บ้านป่าเหมี้ยง” อีกด้วย

ทะเลบัวแดง-บัวชมพู หนองหาน

อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

15

ขอบคุณภาพ www.skyscanner.co.th

แหล่งชมดอกบัวแดงที่โด่งดังที่สุดและใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เพราะนอกจากจะได้ชมดอกบัวแดงบานสะพรั่งเต็มหนองหานแล้ว ในช่วงวันวาเลนไทน์ยังมีกิจกรรมงานแต่งงานหมู่ประจำปี “งานวิวาห์ล้านบัว” อีกด้วย ช่วงเวลามาชมดอกบัวบานที่ดีที่สุดของวัน คือ ระหว่างช่วงเช้า 6.00 น. – 11.00 น.

วังบัวชมพู จังหวัดหนองคาย

16

ขอบคุณภาพ www.skyscanner.co.th

หนองน้ำธรรมชาติที่มีพื้นกว่า 2,000 ไร่ เป็นจุดชมบัวชมพูยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง และหากไปชมในช่วงเช้าตรู่ จะได้เห็นนกน้ำท้องถิ่น เช่น นกเป็ดน้ำและนกกระยาง อีกด้วย

ดอกตาเบบูญ่าสีเหลือง ถนนเหลืองปรีดิยาธร

จังหวัดสุพรรณบุรี

17

ดอกตาเบบูญ่าจะออกดอกสีเหลืองอร่ามริมสองข้างทางถนนหลวงหมายเลข 3502 (ระหว่างอำเภอสามชุกและอำเภอด่านช้าง) ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จนทำให้ถนนเส้นนี้เป็นหนึ่งในถนนที่สวยที่สุดของเมืองไทยในช่วงดอกไม้บานราว 2 สัปดาห์

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : www.skyscanner.co.th, http://www.traave.com/, www.thaipocket.com, A man of smile (Au Teerapat Bupphapibul), www.facebook.com/max9161, Travel MThai

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้าน Slip Pa Cafe (สิปป คาเฟ่) สุดเท่ผสมความเป็นไทยแท้

ร้าน Slip Pa Cafe (สิปป คาเฟ่) สุดเท่ผสมความเป็นไทยแท้

01

ศิลปะเราไม่เก่าเลย คงเป็นคำนิยามของคาเฟ่สุดเท่ที่แฝงตัวอยู่ในโรงแรมขนาดกะทัดรัดในชื่อเดียวกันได้อย่างเหมาะเจาะ เมื่อที่นี่นำความเป็นไทยมาผสานกับการตกแต่งแบบสมัยใหม่ได้อย่างไม่ขัดเขิน ด้วยการใช้ความเนี้ยบ เรียบของสีขาวและดำมาขับเน้นความสวยงามของภาพวาดบนผนัง รวมถึงข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ตามวิถีชุมชนของคนอยุธยา ร่วมด้วยผลงานประติมากรรมของศิลปินชื่อดัง เรื่อยไปจนถึงโตีะและเก้าอี้ จนเรากล้าพูดเลยว่าคาเฟ่แห่งนี้ไม่ได้ต่างอะไรไปจากแกลเลอรีดีๆเลยล่ะ

02

03

แน่นอนว่าอาหารของ Slip Pa Cafe ก็ไม่ทิ้งความเป็นไทย หากเกิดจากการผสมผสานทางรสชาติของวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น และเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังของอาหารตำรับเก่า จนออกมาเป็นเมนูแสนอร่อยกินง่ายแบบไม่ต้องมานั่งเกร็ง เริ่มกันด้วยข้าวแมวร้องไห้

04

ข้าวแมวร้องไห้

ข้าวที่แมวจะต้องหลั่งน้ำตา เมื่อเนื้อปลาของเราได้ล่องหนไปอยู่ในข้าวผัดน้ำพริกปลาทูรสแซ่บ ก่อนจะเสิร์ฟพร้อมก้างปลากรอบ กินได้ตลอดตัวและซุปใสรสหวานซดคล่องคอ

ตามด้วยข้าวผัดอยุธยา ที่นำสัญลักษณ์ของจังหวัดอยุธยาอย่างดอกโสนมาเพิ่มกิมมิกความอร่อยให้กับข้าวสวยร้อนๆ พร้อมกับน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอดตัวโต ชะอมทอด และชุดผักสดหรือจะลองของกินเล่นกินเพลินอย่างกระทงทอง 3 ไส้ 3 รสชาติได้แก่ ไส้ซอสขาวรสหวานอมเปรี้ยว ไส้ลาบหมูเผ็ดปลายลิ้น และไส้ผัดกะเพราะหมูที่หอมขึ้นจมูก

05

ข้าวผัดอยุธยา

06

กระทงทอง 3 ไส้

ปิดท้ายกันที่ของหวานอย่างเต้าส่วน กับไอศกรีมกะทิ ซึ่งเพิ่มความหอมมันให้กับเต้าส่วนสูตรธรรมดาอีกขั้นด้วยไอศกรีมกะทิที่ยิ่งกินก็ยิ่งสดชื่น

ที่อยู่: 2/7 ถ.โรจนะ ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลา: 09.30 – 18.30 น.

โทร: 089-695-9909

ขอบคุณข้อมูลจาก MbookStore: Gourmet & Cuisine issue196 : Nov 2016

เรียบเรียงโดย: Travel MThai

 

 

 

 

 

หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว

หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว

01

ฝนตก นํ้าท่วม รถติด ลองหาเวลาพักผ่อนกันบ้างมั้ย เป็นห่วง ผมคิดว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคย เห็นภาพ โฮมสเตย์ที่ดอยหลวงเชียงดาว มากันบ้างแล้ว บรรยากาศที่นั่นสุดยอดมาก ผมได้ข่าวจากกลุ่มในเฟสบุคว่ามีโฮมสเตย์เปิดใหม่ วิวแจ่มมาก ผมเห็นรูปแล้วไม่รอช้า ออกเดินทางไปสัมผัส แล้วนำมารีวิวให้ได้ชมกันครับ

02

เริ่มต้นกันก่อนที่การเดินทางครับ อันดับแรกเลย พาตัวเองไปที่เชียงใหม่ครับ จะรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน รถส่วนตัว ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์และความสะดวกเลยครับ ส่วนใครที่อยู่เชียงใหม่อยู่แล้ว ก็นะ (อิจฉา) ผมเลือกไปรถทัวร์ครับ ป.2 379 บาท (งก) 555 ออกจากหมอชิต 19.50 ครับ ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 7 โมงเช้ากว่าๆ จากนั้นก็พาตัวเองไปสถานีขนส่งช้างเผือกครับ จะโบกรถแดง ก็ประมาณ 40 บาท หรือจะไปรถคิว 20 บาท ครับ ขนส่งช้างเผือกอยู่ไม่ไกลครับ ถ้ารถแดงไม่พาอ้อม ฮาาาาา ถึงแล้ว

03

จากนั้นเดินเข้าไปเลยครับ มองหารถสีส้มที่เขียนว่า เชียงใหม่-ท่าตอน เขียนง่ายมาก รถออกทุกครึ่งขั่วโมงครับ

04

เจอรถแล้ว ยังขึ้นไม่ได้ ไปซื้อตั๋วก่อนนะครับ ใกล้ๆกันเลย บอกไปเชียงดาวโลด 40 บาท

05

ได้ตั๋วแล้วขึ้นรถโลดดดด อย่าลืมบอกเด็กรถด้วยนะครับ ว่าจอดโลตัสเชียงดาวให้ด้วยโว้ยยยยยยย (อย่าโว้ยตามผมนะ เดี๋ยวโดนถีบลงรถ)

06

จากนั้นก็ตามสะดวกครับ จะนอน ฟังเพลง ชมวิว ก็ตามใจ รถวิ่งประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงแล้วครับ ลงตรงโลตัส ได้เลย แนะนำให้หาข้าวกินก่อนครับ หรือจะหาซื้อขนมไปกินก็ได้ แต่รีบๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีรถขึ้น ไม่งั้นได้เหมารถล่ะ ค่าใช้จ่ายบาน

07

ถ้าพร้อมแล้วก็ให้เดินตรงมาอีกนิดนึงครับ จะเจอสี่แยก ให้มองหาร้านแสงจันทร์ครับ แล้วเลี้ยวขวาไปอีกนิด จะเจอคิวรถที่ไปเมืองคองครับ ลองถามชาวบ้านเค้าจะแนะนำและช่วยหารถชาวบ้านที่ขึ้นไปครับ พูดง่ายๆ ติดรถชาวบ้านไปนั่นล่ะ บอกว่า จะไปบ้านระเบียงดาวก็ได้ครับ แถวนั้นเค้ารู้กัน ช่วยค่ารถให้สัก 50 บาทครับ ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่ถนนดีครับ

08

ตัดภาพมาอยู่บนรถเลยละกัน ทริปนี้ผมไปคนเดียวครับ ได้เพื่อนใหม่มาด้วย นั่งกินลมชมวิวอยู่หลังกระบะกันเพลินเลย

09

จุดนี้ผมเห็นตอนขากลับ ทะเลหมอกตรงนี้สวยมากครับ แต่แวะไม่ได้ ติดรถเค้ามา T_T เกรงใจ

10

ประมาณ ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ ทางลงบ้านระเบียงดาว เดินไปจะเจอบ้านระเบียงดาวเลยครับ แต่ที่ผมจองไว้ต้องเดินลงเนินไปอีกนิด ไม่ไกลครับผม

11

เดินลงเนินมานิดนึงสังเกตทางซ้ายตามรูปเลยครับ จะเป็นทางลงไปบ้านลีซู หรือเดินเลยไปถามที่บ้านสายหมอกก็ได้ครับ เค้าซี้กัน

12

หรือก่อนขึ้นก็โทรหาน้องต้าก็ได้ครับ เค้าดูแลอยู่ที่นั่น บริการและดูแลดีมากครับ จากนั้นก็ไปที่บ้านพักกันเลย ที่นี่เพิ่งเปิดได้ 3 อาทิตย์ครับ เลยยังใหม่มาก ^^

13

มีที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มหนาๆ อย่าคิดว่ามันหนาเกินนะครับ ถ้าฝนตกนี่ หนาวเลยทีเดียว

14

มีห้องนํ้าในตัวครับ เตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟันมาเองนะครับ

15

วันที่ผมไปนี่ เหมือนเป็นเจ้าของโฮมสเตย์เลยครับ พักอยู่คนเดียว 555 เงียบ สงบมาก พระอาทิตย์จะตกด้านหลังโฮมสเตย์ครับ ทำให้ระเบียงข้างหน้านี่ร่มรื่นครับ มีเสื่อ มาปูนอนได้เลยครับ ลมเย็น มีโต๊ะไว้ทานข้าว หรือวางของได้ครับ

16

ลมเย็นเกินจนผมเผลอหลับครับ T_T ตื่นมาอีกทีช่วงเย็นๆ เลยลองออกไปเดินชมวิวครับ ที่นี่เค้าเป็นเครือญาติกัน ลองเดินเข้าไปชมวิวได้ทุกที่ครับ

17

ลองขึ้นไปที่บ้านสายหมอกครับ ช่วงนี้กำลังปรับปรุง น้องต้าแอบกระซิบ จะเปิดให้บริการเดือนหน้าครับผม

18

แสงเปลี่ยนตลอดเวลาครับ เกิดจากแสงที่ลอดผ่านเมฆ ทำให้เพลินเลยครับกับการถ่ายรูป เพลินจนน้องต้าต้องมาบอกว่า ทานข้าวได้แล้ว เตรียมข้าวไว้ที่บ้านพักแล้วครับ ช่วงนั้นฝนตั้งเค้ามาพอดี แจ่มเลย ทานข้าวเคล้าสายฝน

19

มื้อเย็นครับ อิ่มแปล้ กินคนเดียว

20

สักพักนึงฝนหยุดครับ พอมีแสงเย็นโผล่ออกมาอีกนิด

นิดเดียวจริงๆครับ แล้วฝนก็เทลงมาต่อ ผมอยู่ถ่ายรูปต่อถึงประมาณ 1 ทุ่มครับ ฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ตอนผมไปยังไม่มีไฟฟ้าครับ แต่ตอนนี้ทางน้องต้ากำลังติดตั้งระบบไฟให้ครับ เพิ่มความสะดวกสะบาย แต่คงไม่ปล่อยไฟทั้งวันครับ คงปล่อยแค่ช่วงกลางคืน เพราะอยากให้พักผ่อนกันจริงๆครับ

ลาคืนแรกด้วยภาพนี้ละกันครับ 2 ทุ่ม นอนได้ ชาร์จแบตจริงๆ หรือจะมานั่งที่ระเบียงก็ได้ครับ มีตะเกียงไฟฟ้าให้ เอาเสื่อมาปูนอน ดูหิ่งห้อยก็เพลินดีครับ แต่ของผมฝนตก นอนนนนนนน

หลังจากผ่านคืนแรก ด้วยการหลับสนิท มาสะดุ้งตื่นตอนเที่ยงคืน ที่ฝนหนักขึ้น แล้วก็หลับต่อ มาตื่นอีกทีตอน 05.30 ตามเสียงนาฬิกาที่ปลุก แต่ด้วยอากาศเย็นๆ เสียงฝนเบา เลยนอนต่อไปถึง 6 โมง ถึงได้มีสติลุกจากเตียง พอเลื่อนประตูห้องออกเท่านั้นแหละ อื้อหืออออ ฝนตก 5555 หมอกเพียบเลยย

21

เป็นไงล่ะ ฟินมั้ยย

22

หลังจากจิบกาแฟ ที่น้องต้าได้เอามาวางไว้ให้ ก็ออกไปดื่มดํ่ากับสายฝน สายหมอกกัน เปียกช่างมัน บรรยากาศเป็นใจ 555

23

หมอกมหาศาลเลยล่ะ ข้อดีของฝนตกเค้าล่ะ

หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจ กลับไปที่ห้องพัก ข้าวต้มร้อนๆ ก็รออยู่แล้วว หิวพอดีเลย บอกตรงๆ เป็นมื้อเช้าที่สุดจริงๆ

24

25

แล้วก็ออกไปถ่ายรูปต่อ ภาพนี้เวลา 09.30 ฝนหยุดแล้ว แต่หมอกก็มาเรื่อยๆ หลังจากเสพบรรยากาศจนอิ่มแล้ว ก็ให้น้องที่โฮมสเตย์พามาส่งที่ปากทาง รอโบกรถกลับเชียงดาวครับ ก็ตรงที่เราลงรถขามานั่นแหละ

26

หลังจากไปคุยตีซี้กับชาวบ้าน ได้นิดนึง เค้าก็ช่วยไปคุยกับชาวบ้านที่จะลงไปเชียงดาวให้ครับ รอดละ ได้รถกลับ ชาวบ้านที่นั่นใจดีครับ ขอแค่เรากล้าที่จะไปคุย สอบถาม ^^ แล้วก็ได้น้องใจดีพาไปส่งถึงจุดพักรถเลยครับ ขอบคุณมากคร้าบบบบ รอดละๆ

ถึงตรงนี้ก็สบายแล้ววว รอรถกลับเชียงดาวได้เลยครับ ไปรอตรงรถบัสขาล่องนะครับ ถามก่อนขึ้นนิดนึง ว่าไปเชียงใหม่ใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ขึ้นโลดดดด 40 บาท ยาวไปครับ

27

ถึงตอนนี้ ยังจำบรรยากาศตอนนั้นได้เลยครับ ยังไงถ้าจะไป ลองโทรไปคุยกับน้องต้าได้เลยครับ 091-724-7536 สอบถามการเดินทาง ได้ทุกอย่างครับ อ้อ ลืมบอกไป ค่าที่พัก 500 บาท/ 1คน + อาหาร 2 มื้อ (มื้อเย็น-มื้อเช้า) ครับ

28

ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ: https://www.facebook.com/thaibackpack

ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่: facebook ไป เที่ยว ทำ ไม