7 ที่เที่ยวหลบฝน ในกรุงเทพ เดินชิลล์ ตัวไม่เปียก กระเป๋าไม่ฉีก

7 ที่เที่ยวหลบฝน ในกรุงเทพ เดินชิลล์
ตัวไม่เปียก กระเป๋าไม่ฉีก

ฝนตก รถติด หงุดหงิด อารมณ์เสีย ปัญหาเหล่านี้พาลให้ไม่อยากออกจากบ้านไปไหน บางคนเดินเที่ยวอยู่ดีๆ ท้องฟ้าก็ดูสดใสดีนะ แต่จู่ๆ ฝนก็กระหน่ำลงอย่างอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำยังไงล่ะทีนี้? สุดท้ายทางเลือกเดียวที่จะหลบฝนได้คือห้างสรรพสินค้า ถ้ารู้สึกเบื่อกับกิจกรรมเดิมๆ แบบนี้ล่ะก็ Travel.mthai มีที่เที่ยวหลบฝน เด็ดๆ ในกรุงเทพ เดินชิลล์ ตัวไม่เปียก กระเป๋าไม่ฉีก มาบอกต่อกัน

1. ศูนย์การเรียนรู้และการออกแบบ TCDC

ขอบคุณภาพจาก tcdc

กำลังเดินหาของกินอร่อยๆ แถวบางรักอยู่ดีๆ ฝนก็เทลงมาซะงั้น เข้าไปหลบฝนที่ TCDC เลยค่ะ  ตั้งอยู่ตรงอาคารไปรษณีย์กลางบางรัก ย่านเจริญกรุง เป็นศูนย์การเรียนรู้และการออกแบบ ที่รวบรวมหนังสือ วารสาร มัลติมีเดียต่างๆ ตลอดจนวัสดุภัณฑ์เพื่อการออกแบบ มาให้เราศึกษาค้นคว้า บางครั้งมีการจัดนิทรรศการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้วย ช่วยกระตุ้นความคิดสรรค์ และไอเดียใหม่ๆ ได้เยอะเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก Thailand Creative & Design Center(TCDC)

*****************************************************

2. หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ

ขอบคุณภาพจาก Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

เสพงานศิลป์ หาแรงบันดาลใจกันต่อที่ หอศิลป์กรุงเทพฯ ศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมอันหลากหลาย สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายในมีทั้งหมด 10 ชั้น แบ่งเป็นส่วนนิทรรศการหลัก อยู่ชั้น 7, 8, 9 มีงานศิลป์หมุนเวียนมาแสดงเรื่อยๆ ให้เราชมต่อเนื่องทั้งปี และชั้น L-5 จะเป็นส่วนนิทรรศย่อย ห้องสมุด ห้องประชุม ร้านขายสินค้าทำมือ รวมไปถึงคาเฟ่ ให้นั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจ

*****************************************************

3. มิวเซียมสยาม

ขอบคุณรูปภาพจาก : Museum Siam

อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด ภายในมีชุดนิทรรศการถาวร บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ได้อย่างน่าสนใจ นำเสนอผ่านสื่อมัลติมีเดียที่ทันสมัย ให้เรามีส่วนร่วมและสนุกสนานไปด้วยได้ ช่วยกระตุ้นต่อมความความคิด ความสงสัย อยากรู้ นำไปสู่การตั้งคำถาม และขวนขวายหาคำตอบด้วยตัวเอง

Credit : news.mthai

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการชุดหมุนเวียน ซึ่งตอนนี้กำลังจัดแสดงนิทรรศการชุด “ชาย หญิง สิ่งสมมุติ” ว่าด้วยเรื่องความหลากหลายทางเพศ และความเท่าเทียมกันระหว่างชายหญิง ทลายกรอบเรื่องเพศที่เราขีดขึ้นมา ให้เข้าใจและยอมรับในเพศภาวะทั้งของตัวเราเอง และของคนอื่นมากขึ้น สามารถไปชมกันได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 .. 2561  (ปิดทุกวันจันทร์เวลา 10.00 – 18.00 .

*****************************************************

4. บ้านศิลปินคลองบางหลวง

ขอบคุณภาพจาก บ้านศิลปิน คลองบางหลวง artisthousebkk

บ้านไม้เก่าแก่อายุกว่าร้อยปี ริมคลองบางหลวง แห่งนี้ เปิดเป็นอาร์ตแกลเลอรี่ แสดงงานศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งภาพวาด ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ งานแกะสลักและงานจิวเวลรี่ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้โบราณ ของกลุ่มศิลปินหลายแขนง อีกทั้งยังจัดสรรพื้นที่ทำเป็นร้านขายของที่ระลึก มีมุมร้านกาแฟ ให้ได้สั่งเครื่องดื่มมานั่งจิบพร้อมชมวิวทิวทัศน์ริมคลอง นอกจากนี้ทุกวันเวลาบ่าย 2 โมง ที่บ้านศิลปินจะมีการแสดงหุ่นละครเล็กฟรีอีกด้วย

*****************************************************

5. The common ทองหล่อ

ขอบคุณภาพจาก : The COMMONS

ฝนตก รถติด ถอยหลังก็ไม่ได้ ให้ขับต่อไปก็คงไม่ถึง งั้นแวะเดินเล่น นั่งเล่นฆ่าเวลาที่ The common คอมมูนิตี้มอล ย่านทองหล่อ ซอย 17 ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Wholesome living” เน้นการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจสุขภาพ ตัวอาคารตกแต่งสไตล์ลอฟท์ โครงสร้างแบบเปิดโล่ง แซมด้วยต้นไม้สีเขียว ได้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย เหมือนมาพักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

โดยด้านในแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่  Market, Village, Play Yard, Top Yard มีร้านค้า ร้านอาหาร และร้านคาเฟ่ ตกแต่งเก๋ๆ อยู่หลายร้าน ให้เราเพลิดเพลินไปกับอาหารแสนอร่อย พร้อมนั่งชิลสโลว์ไลฟ์ได้แบบไม่สิ้นสุด

*****************************************************

6. STYLENANDA Pink Hotel
& Pink Pool Cafe

Credit : teen.mthai

STYLENANDA PINK HOTEL เนรมิตตึกใจกลางสยามสแควร์ ซอย 5 ทั้งตึกเป็นสีชมพู ตกแต่งภายในสวยงาม ตามคอนเซ็ปต์ PINK WONDERLAND มีสินค้าเพียบ และมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ชิคๆ ถึง 4 ชั้น ฟินไม่แพ้สาขาออริจินัลที่เมียงดง ประเทศเกาหลีเลย โดยชั้น 1 จะมีเครื่องสำอางค์ ชั้น 2 มีเครื่องสำอางค์ แถมด้วยเสื้อผ้าน่ารักๆ ชั้น 3 มีเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ส่วนชั้นสุดท้ายที่ถือเป็นไฮไลท์เลยก็คือ Pink Pool Cafe คาเฟ่ที่ทำเครื่องดื่มและขนมออกมาได้คิวท์สุดๆ ซึ่งจำลองบรรยากาศเหมือนนั่งทานอยู่ริมสระว่ายน้ำ รับรองถ่ายรูปมุมไหนก็เป๊ะปังแน่นอน

*****************************************************

7. ท้องฟ้าจำลอง

นอนดูดาวในร่ม ตัวไม่เปียก ที่ท้องฟ้าจำลองกันดีกว่า ชื่อเต็มๆ ก็คือ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ เช่น การแสดงท้องฟ้าจำลอง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลกใต้น้ำ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตยุคในโดเสาร์ ฯลฯ ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ในอาคารท้องฟ้าจำลอง ให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศ จัดแสดงการฉายภาพดาวในจักรวาล ซึ่งตำแหน่งของกลุ่มดาวที่ฉาย ยังตรงกับตำแหน่งจริงๆ ของดาวบนฟ้าในวันที่ไปชมอีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ

สูดไอดิน ฟินไอหมอก กับ 11 เส้นทาง ที่เที่ยวหน้าฝน เย็นชุ่มฉ่ำ

สูดไอดิน ฟินไอหมอก กับ 11 เส้นทาง
ที่เที่ยวหน้าฝน เย็นชุ่มฉ่ำ

เข้าหน้าฝน เที่ยวไหนดี? travel mthai ชวนออกไปสัมผัสความเขียวชอุ่มของดอกไม้ใบหญ้า ลุยน้ำตก ผจญภัยล่องแก่งให้สาแก่ใจ กับ 11 เส้นทาง ที่เที่ยวหน้าฝน บอกเลยถึงฝนตกจะเฉอะแฉะ แต่ก็ไม่ทำให้ทริปเที่ยวของเราสะดุด แถมธรรมชาติในช่วง Green Season นี้ยังสดชื่นสบายตามากๆ ด้วย

  1. บ้านป่าปงเปียง จ.เชียงใหม่

บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นาขั้นบันไดที่สวยงามสุดๆ แห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว ต้นข้าวเขียวขจีลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ กว้างไกวสุดสายตา

************************************************************

  1. น้ำตกทีลอซู อุ้มผาง จ.ตาก

สุดยอดน้ำตกแห่งเมืองไทย ทีลอซู ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก สามารถเข้าถึงได้ด้วยการล่องแพยาง หรือ ไม้ไผ่ ลัดเลาะสารพันแก่ง ฝ่าฟันสายน้ำอันเชี่ยวกราด ผ่านป่าเขาลำเนาไพร บอกเลยว่าคุ้มค่า เมื่อดั้นด้นไปถึง จะตกตะลึงกับความงดงาม อลังการของน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ สูงถึง 300 เมตร หากใครปีนขึ้นไปเที่ยวชมบริเวณน้ำตกชั้นบนสุดในเวลาช่วงเช้าก็จะพบว่า มีพลังแห่งแสงที่สาดส่องผ่านละอองน้ำที่ฟุ้งกระจาย เกิดปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำพาดผ่านอย่างน่าอัศจรรย์

************************************************************

  1. ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก

ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก รอยต่อระหว่างจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ที่เที่ยวน่าฝน ที่ได้รับความนิยมคือ ลานหินปุ่ม ผาชูธง หรือ ลานหินแตก นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความละลานตาของมอสสีเขียวสดตัดกับแนวพื้นหินสีน้ำ รวมถึงผจญภัยในป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา รับรองว่าถูกธรรมชาติมอมเมาจนลืมแสงสีแน่นอน

************************************************************

  1. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก

คอเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ ต้องไม่พลาด ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก ทั้งมันส์ ทั้งท้าทาย ด้วยเส้นทางของลำน้ำที่ยาวกว่า 8 กิโลเมตร  เต็มไปด้วยเกาะแก่งน้อยใหญ่ถึง 17 จุด ซึ่งต้องใช้ความชำนาญขั้น expert เนื่องจากมีความยากสูงถึงระดับ 5 และยากติดอันดับต้นๆ ของการล่องแก่งในประเทศไทย (ล่องแก่งอย่างไรให้เซียน ดู เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการล่องแก่ง)

************************************************************

  1. ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติไกรทอง
    จ.ชัยภูมิ

ขอบคุณภาพจาก : thailandscanme

ฝนตกโปรยปรายมาพร้อมกับความเขียวสดของดอกไม้ใบหญ้า และธรรมชาติสุดสดชื่น อย่างที่ทุ่งดอกกระเจียว ในอุทยานแห่งชาติไกรทอง ความพิเศษของที่นี่อยู่ที่ดอกกระเจียวมี 2 สี คือ สีม่วงอมชมพู (ดอกบัวสวรรค์) และ ดอกกระเจียวสีขาว (ดอกบัวเทพอัปสร) 

************************************************************

  1. ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
    จ.ชัยภูมิ

ต่อจากอุทยานแห่งชาติไกรทอง เราสามารถเที่ยวต่อที่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม  ดอกกระเจียวบานสะพรั่งรับหยาดฝนกระจายทั่วไปตั้งแต่ลานหินงามจนถึงจุดชมวิว ออกดอกเป็นสีชมพูอมม่วงในช่วงต้นฤดูฝน ประมาณมิถุนายน ถึง สิงหาคมของทุกปี

************************************************************

  1. ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์

เดินป่า ลุยฝน นอนเต้นท์ สัมผัสไอหมอกและชมวิวสวย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันน่าหลงใหล พิสูจน์คำร่ำลือที่เขาว่า ภูสอยดาว เป็นป่าฝนธรรมชาติที่สวยที่สุด ดุจดังสวรรค์กลางดิน โดดเด่นด้วยลานป่าสนสามใบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เต็มไปด้วยทุ่งดอกหงอนนาค แผ่ปกคลุมทั่วทั้งภู

************************************************************

  1. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือ “น้ำตกห้วยขมิ้น” เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ด้วยความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยป่าเขา และต้นไม้นานาพันธุ์ที่แสดงถึงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีทั้งหมดเจ็ดชั้นได้แก่ ชั้นว่านดง ม่านขมิ้น วังหน้าผา ฉัตรแก้ว ไหลจนหลง ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า

************************************************************

  1. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

ใครว่าภูเขาเที่ยวได้แต่หน้าหนาว หน้าฝนก็ไปได้ โดยเฉพาะที่ ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ แหล่งปลูกกะหล่ำปลีลูกโตที่ใหญ่สุดในประเทศไทย มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งหน้าฝน หมอกยิ่งเยอะกว่าหน้าหนาว มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว ให้เราโอบกอดกันจุใจ

************************************************************

  1. ล่องแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

แก่งหินเพิง แหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย รอคุณมาล่องแก่ง กิจกรรมยอดนิยมของคนผจญภัยหัวใจสีเขียว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี แก่งหินเพิง เป็นแก่งน้ำใสที่ท้าทายผู้รักธรรมชาติและการผจญภัยให้เดินทางมาทดสอบความมันส์ รับรองว่าสนุกสะใจ ชุ่มฉ่ำกันแน่นอน

************************************************************

  1. น้ำตกกรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช

ขอบคุณภาพจาก : thailandhotelforums

น้ำตกกรุงชิง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ. นครศรีธรรมราช สภาพภูมิศาสตร์เป็นป่าดิบชื้นหนาแน่นตั้งแต่ที่ราบต่ำจนถึงเชิงเขา มีความสูงถึง 7 ชั้น มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ น้ำตกกรุงชิง จึงเป็น สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน ที่ได้รับความนิยม และถูกขนานนามว่า “สวรรค์ของนกแดนใต้” เพราะเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

ธรรมชาติหน้าฝนนี่สวยงามสุดๆ แล้ว เก็บกระเป๋าแล้วออกไปสูดไอดิน กลิ่นไอฝน ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวที่มองไปทางไหนก็รู้สึกผ่อนคลาย ^^

 

10 ที่เที่ยวเดือนมิถุนายน แบกเป้ลุยฝน ชมธรรมชาติสวยในไทย

10 ที่เที่ยวเดือนมิถุนายน
แบกเป้ลุยฝน ชมธรรมชาติสวยในไทย

ทำงานมาครึ่งปี รู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนแรง คงต้องหาเวลาพักกายพักใจสักหน่อย ตามเราไปเที่ยวชมธรรมชาติสวยๆ ในไทย ดอกไม้ น้ำตก ภูเขา นาข้าว หมอกจางๆ อากาศเย็นๆ ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีที่หากไม่ไปปีนี้ ก็ต้องรออีกยาวเลยทีเดียว มาดูกันว่า ที่เที่ยวเดือนมิถุนายน ช่วงต้นฤดูฝนแบบนี้ เรามีที่ไหนมาแนะนำบ้าง

  1. เทศกาลดอกกระเจียวบาน จ.ชัยภูมิ

เข้าสู่ช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. ของทุกปี ดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วง ต่างพากันบานสะพรั่ง ชูช่อล้อสายลมและสายหมอก ละลานตาทั่วทั้งผืนป่า ซึ่งที่จังหวัดชัยภูมิ จะมีการจัดเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน สามารถไปความงามกันได้ที่อุทยานป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหง

************************************************************

  1. เทศกาลพลุนานาชาติ พัทยา

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่ทุกคนรอคอย สำหรับ เทศกาลพลุนานาชาติ เมืองพัทยา กับการโชว์พลุดอกไม้ไฟสีสันตระการตาประกอบ แสง สี และเสียงดนตรี สว่างเจิดจ้าทั่วฟ้าเหนือทะเลพัทยายามค่ำ โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2561 บริเวณชายหาดพัทยากลาง ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ห้ามพลาดนะจ๊ะ!

************************************************************

  1. เทศกาลผีตาโขน จ.เลย

ชื่อเต็มๆ ของงานนี้ก็คือ ประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบต่อกันมายาวนานของชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เด็กและผู้ใหญ่จะออกมาร้องเล่นเต้นรำ ใส่สุด ใส่หน้ากาก กันอย่างสนุกสนาน แห่ขบวนไปรอบๆ เมือง

โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16- 18 มิถุนายน 2561 สถานที่จัดงานหลักจะอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด ลากยาวไปจนถึงวัดโพนชัย

************************************************************

  1. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

ช่วงต้นฤดูฝน อากาศบบนยอดภูทับเบิกกำลังเย็นสบาย ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มเป็นสีเขียวดูสบายตา ความอเมซซิ่งอย่างนึงที่มาพร้อมความชุ่มฉ่ำของหยาดฝนคือ เรามีโอกาสเห็นทะเลหมอกขาวโพลนตลอดวัน และยังได้ชมแปลงกะหล่ำปีขนาดใหญ่ ที่ชาวบ้านปลูกไว้เต็มหมดทุกแปลง มองเห็นกว้างไกลสุดขุนเขา

************************************************************

  1. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก

สายเที่ยวแอดเวนเจอร์ ต้องไม่พลาด ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก ทั้งมันส์ ทั้งท้าทาย ด้วยเส้นทางของลำน้ำที่ยาวกว่า 8 กิโลเมตร  เต็มไปด้วยเกาะแก่งน้อยใหญ่ถึง 17 จุด ซึ่งต้องใช้ความชำนาญขั้น expert เนื่องจากมีความยากสูงถึงระดับ 5 และยากติดอันดับต้นๆ ของการล่องแก่งในประเทศไทย

************************************************************

  1. อ่างเก็บน้ำวังบอน จ.นครนายก

ขอบคุณรูปภาพจาก : tat8

ชื่นชมธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ กันที่ อ่างเก็บน้ำวังบอน จังหวัดนครนายก ซึ่งอยู่ในความดูแลผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ มีสารพัดกิจกรรมให้ทำแก้เบื่อ ตั้งแต่ทั้งเดินป่า ดูนก ตกปลา เช่าจักรยานปั่นรอบๆ โรยตัวจากหน้าผา และพายเรือแคนูไปชมน้ำตกแบบใกล้ชิด ใครติดใจไม่อยากกลับ สามารถกางเต็นท์นอนชิลล์ๆ ริมทะเลสาบได้ด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก : tourismnakhonnayok

************************************************************

  1. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าโปร่ง มีต้นน้ำมาจากผืนป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบไปด้วยน้ำตกชั้นเตี้ยๆ จำนวน 7 ชั้น สายน้ำไหลลดหลั่นกันลงมาผ่านชั้นหิน ลักษณะคล้ายแก่งกว้างๆ ที่มีแอ่งน้ำตื้นๆ รองรับหลายจุด สามารถลงเล่นน้ำ หรือปูเสื่อนั่งพักผ่อนกันตามสบาย

************************************************************

  1. ยอยักษ์ บ้านปากประ จ.พัทลุง

บ้านปากประ จ.พัทลุง เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ริมทะเลสาบ มีความโดดเด่นของยอขนาดยักษ์ ที่ชาวบ้านทำไว้ใช้ดักจับปลาและสัตว์น้ำ ตามวิถีดั้งเดิม โดยเฉพาะปลาลูเบร่ ซึ่งมีขนาดเล็กมาก จึงต้องทำตาข่ายถี่แบบกระชอนช้อนลูกน้ำ แต่ขยายให้ใหญ่กว่า นอกจากชุมชนชาวประมงที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นจุดชมแสงแรกแห่งอรุณรุ่งที่งดงามจนไม่อาจละสายตา

************************************************************

  1. อำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก

ขอบคุณรูปภาพจาก : ที่นี่ อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

เนินมะปราง เป็นอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดพิษณุโลก ที๋โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงามของภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน ทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย แห่งที่สอง พื้นที่ส่วนใหญ่ทำการเกษตร ทั้งทำนา ทำไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด และทำสวนผลไม้ มีอากาศเย็นสบายตลอดปี

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด เช่น ถ้ำเดือนถ้ำดาว ด้านในเต็มไปด้วยหินงอกหินงอกสวยงาม, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล จะเห็นฝูงลิงอ้ายเงี้ยะอยู่รอบๆ ถ้ำ, กางเต็นท์นอนกลางต้นไม้ที่บ้านสวนชมวิวและโฮมสเตย์บ้านรักไทย มีไฮไลท์เป็นชิงช้าบนต้นไม้ แกว่งไปชมวิวไปได้แบบอลังการสุดๆ

************************************************************

  1. อำเภอปัว จ.น่าน

ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ และยังหอบเอาความชุ่มชื้นมาพร้อมกับความเขียวขจีของทุ่งข้าว อย่างที่อำปัว จังหวัดน่าน อำเภอเล็กๆ แสนโรแมนติก เหมาะกับการใช้ชีวิตสโลไลฟ์ แม้เดือนมิ.ย. ต้นข้าวจะยังไม่โตเต็มที่ เพราะชาวบ้านเพิ่งเริ่มดำนากัน แต่ภาพที่ได้คือผืนนาสีน้ำตาลกว้างไกลตัดกับต้นกล้าสีเขียว เป็นอะไรที่สวยงามไปอีกแบบ

หากคุณขับรถมาเอง แนะนำให้ขับไปตามเส้นทางถนนหลวงหมายเลข 1256 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนลอยฟ้าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ตลอดสองข้างเต็มไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติของขุนเขาและต้นไม้ จะฟินมากถ้าลดกระจกหน้าต่างลง ให้ลมเย็นๆ ปะทะร่างกาย

ขอบคุณรูปภาพจาก : thailandtopvote