#จากวันที่พ่อไม่อยู่ ให้ภาพอยู่แทนความรัก

1

ภาพส่วนหนึ่งจากความรักและภักดี เพื่อน้อมรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช #จากวันที่พ่อไม่อยู่ ให้ภาพอยู่แทนความรัก

2

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ หนูคิดถึงพ่อ
ภาพถ่ายโดย พรพรรณ ฮวดหุ่น

เด็กน้อยสัมผัสภาพวาดของพ่อ อย่างสนอกสนใจ

3

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ ผมบำเพ็ญเพียรถวายพ่อ
ภาพถ่ายโดย จักร์วินทร์ ภู่สวาสดิ์

ภาพประทับใจแห่งการตั้งจิตภาวนาถวายพ่อ ท่ามกลางสายฝน หน้าพระบรมมหาราชวัง

4

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ ฉันเชิดชูความรักของพ่อ
ภาพถ่ายโดย ประยุทธ ทองสวัสดิ์

ความรักของพ่อไม่เคยหายไปไหน ยังอยู่กับเราคนไทยเสมอ

5

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ หนูเดินทางไปกราบพ่อ
ภาพถ่ายโดย วสันต์ วณิชชากร

ความน่าเอ็นดูสร้างรอยยิ้ม เด็กน้อยฝ่าฝนเบาๆ เพื่อเข้ากราบพระบรมศพ โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด

6

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ เราทำดีเพื่อพ่อ
ภาพถ่ายโดย ธนโชติ ธนวิกรานต์

นักศึกษาผู้สละตนเพื่อส่วนรวม ด้วยการร่วมดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่ เพื่อสุขอนามัยของพี่น้องคนไทยที่เดินทางเข้ากราบพระบรมศพ

7

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ ฉันสอนลูกให้รักพ่อ
ภาพถ่ายโดย วสันต์ วณิชชากร

ถ่ายทอดความรักจากรุ่นสู่รุ่น สำคัญยิ่งนักที่ต้องปลูกฝังเยาวชนให้ซาบซึ้งและตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

8

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ ฉันเก็บความทรงจำของพ่อ
ภาพถ่ายโดย วิชาญ โพธิ

เป็นบุญที่ได้สัมผัสของที่พ่อรัก ด้วยสองตาอย่างใกล้ชิด ผ่านนิทรรศการเย็นศิระฯ ร่องรอยการใช้งานสะท้อนแบบอย่างให้เราเสมอ

9

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ หมู่เฮามุ่งมั่นมากราบพ่อ
ภาพถ่ายโดย วสันต์ วณิชชากร

การเดินทางไกลแค่ไหน ชาวเขา ชาวดอย ไม่กล้าเรียกมันว่าความลำบาก เพราะมิอาจเทียบเท่าการเดินทางของพ่อ เพื่อฟื้นฟูดูแลชีวิตพวกเขา

10

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ เราอุทิศตนเพื่อพ่อ
ภาพถ่ายโดย กนกพล เอี่ยมสุข

ลูกเสือจิตอาสา อุทิศตนอำนวยความสะดวกให้คนชราและผู้พิการที่เดินทางเข้ากราบพระบรมศพ จุดเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ของหัวใจเด็กๆ

11

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ ผมไม่ย่อท้อเพื่อพ่อ
ภาพถ่ายโดย วสันต์ วณิชชากร

ไม่มีคำว่าอุปสรรค สำหรับหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี

12

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ เรารับรู้ความรักจากพ่อ
ภาพถ่ายโดย แพรวพรรณ ศรีดาวทอง

ไม่ใช่ภาพบังเอิญ เราเชื่อว่าพ่อยังเฝ้าดูเราอยู่เสมอ

13

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ เราสรรเสริญพระบารมีของพ่อ
ภาพถ่ายโดย นพกร นาคทับทิม

รวมกันด้วยภักดี เพื่อสรรเสริญพระมหากรุณาธิคุณของพ่ออันหาที่สุดมิได้

14

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ เราจะอยู่เพื่อพ่อ
ภาพถ่ายโดย วสันต์ วณิชชากร

สายฝนไม่หนักเกินความรัก เราเรียนรู้เพื่อจะอยู่ ป้องกัน แก้ไข ดำเนินไปตามรอยพ่อ

15

#จากวันที่พ่อไม่อยู่ ลูกขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป
ภาพถ่ายโดย วสันต์ วณิชชากร

จะเกิดกี่ครั้ง ก็ขอให้เกิดยังแผ่นดินของพ่อ

 

ลัดเลาะเที่ยวเมืองโลซานน์ ดินแดนเล็กๆ ริมทะเลสาบเลอม็อง

1

ลัดเลาะเที่ยวเมืองโลซานน์
ริมทะเลสาบเลอม็อง

ถ้าพูดถึง โลซานน์ เชื่อว่าคนไทยคงรู้จักดี เพราะนอกจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ครั้งหนึ่งยังเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8  รัชกาลที่ 9 และสมเด็จย่าด้วย … โลซานน์เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม โอบล้อมด้วยทะเลสาบเจนีวาและหุบเขาน้อยใหญ่ลดหลั่นกันไป บรรยากาศดี เงียบสงบ และมีความคลาสสิคจากการเป็นเมืองเก่า แต่ละปีจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเมืองจำนวนมาก

มหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral)

2

ขอบคุณรูปภาพจาก: Lausanne_Cathedral

มหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral) หรือวิหาร Notre-Dame  วิหารเก่าแก่แห่งเมืองโลซานน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ด้านในโอ่อ่าและงดงามด้วยกระจกหลากสี 105 บาน และหน้าต่างกุหลาบ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของโลกยุคกลาง ว่าด้วยพระเจ้าคือผู้สร้างโลก จักรราศี และธาตุต่างๆ รวมถึงมีแท่นบูชา เสาวิหารเก่าแก่ และออร์แกนหลังใหญ่ที่มีท่อลมกว่า 7,000 ท่อ จากตรงนี้เราสามารถเดินไปยังจุดชมวิวเมืองโลซานน์ ที่อยู่ด้านหลังวิหารได้ เพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดิน และวิวสวยๆ รอบเมืองโลซานน์

3

4

************************************************************************

พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก
(Olympic Museum)

5

ขอบคุณรูปภาพจาก: theolympicmuseum

เมืองโลซานน์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งโอลิมปิก เพราะเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC ฉะนั้นมาถึงเมืองนี้แล้ว ต้องไม่พลาดชม พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Olympic Museum) ด้านในเป็นที่เก็บเรื่องราวความเป็นมาของการแข่งขันโอลิมปิกตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน เต็มไปด้วยสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับกีฬาโอลิมปิกมากกว่า 10,000 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้านักกีฬา ถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล คบเพลิง มาสคอต ฯลฯ ถ้าคิดว่ามาเดินดูพิพิธภัณฑ์จะน่าเบื่อ คิดใหม่ได้เลย เพราะที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แบบอินเตอร์แอกทีฟ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งผู้เข้าชมสามารถสนุกไปด้วยพร้อมๆ กับได้ความรู้ไปด้วย

6 7 8 9

เมื่อเดินออกมาด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ จะพบกับประติมากรรมทีเกี่ยวกับกีฬาและนักกีฬาประเภทต่างๆ เช่น รูปปั้นนักวิ่ง นักกรีฑา นักปั่นจักรยาน นักฟุตบอล ลู่วิ่งจำลอง หรือแม้แต่รูปปั้น six pack ก็มีให้เห็นด้วย

10 11 12 13

คบเพลิงหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ ที่มีไฟจุดติดอยู่ตลอดเวลา

************************************************************************

ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ
(Le Pavillon Thailandais)

14

ขอบคุณรูปภาพจาก: thaiembassy

15

เดินเลียบไปตามทะเลสาบเจนีวาเรื่อยๆ ก็จะพบกับศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ (Le Pavillon Thailandais) ตั้งโดดเด่นอยู่ในสวนสาธารณะเดอนองตู  (Le Denantou) ลักษณะเป็นศาลาทรงจัตุรมุข ทำจากไม้สักและไม้เนื้อแข็ง สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และฉลองครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ โดยสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2552

************************************************************************

ทะเลสาบเจนีวา

16

ขอบคุณรูปภาพจาก: lake-geneva-switzerland

17

ขอบคุณรูปภาพจาก: maiboroda

มาถึงเมืองโลซานน์แล้ว อย่างน้อยต้องไปเดินเล่น-นั่งเล่นริมทะเลสาบเจนีวา หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่าทะเลสาปเลอม็อง ดูฝูงหงส์ขาวแหวกว่ายอยู่บนผืนน้ำใสสะอาด โดยมีเทือกเขาแอลป์ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง และเพลิดเพลินกับการเล่นเรือใบและกรรเชียงเรือ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชาวสวิสนิยมเล่นกันในช่วงฤดูร้อน

ความจริงแล้วสวิตเซอร์แลนด์ยังมีอีกหลายเมืองที่สวยไม่แพ้โลซานน์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป อย่างสะพานไม้ชาเปลในเมืองลูเซิร์น ยอดเขาจุงเฟราสุดโรแมนติกที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี หรือย่านเมืองเบิร์น เมืองเก่าแก่ที่มีหอนาฬิกาเป็นจุดเด่น ที่ทุกชั่วโมงจะดังและมีรูปปั้นสัตว์เด้งออกมา บอกได้เลยว่าสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีเสน่ห์มากๆ ที่ควรมาเที่ยวสักครั้ง รับรองว่าเมื่อมาครั้งหนึ่งแล้ว จะต้องอยากกลับมาอีกหลายๆ ครั้งชัวร์!

 

ภาพความทรงจำ รัชกาลที่ ๙ ขณะทรงประทับ ณ สวิตเซอร์แลนด์

1

อย่างที่เราทราบกันดีกว่า ครั้นเมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ยังทรงพระเยาว์นั้น พระองค์ได้เสด็จฯ มาประทับที่ ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาเล่าเรียน ระหว่างปี  พ.ศ. ๒๔๗๖ – ๒๔๙๔

เมืองโลซานน์เมื่อ ๘o ปีที่แล้วเป็นเมืองสงบ อากาศดี มีภูมิประเทศงดงาม แวดล้อมด้วยทะเลสาบและเทือกเขาสูงตระหง่าน บ้านเรือนสร้างอยู่บนเนินเขาลดหลั่นลงไป เป็นเมืองที่เหมาะสมทุกประการสำหรับเจ้านายในราชสกุลมหิดลที่จะได้ทรงศึกษาเล่าเรียนและรักษาพระพลานามัย

2

รูปถ่ายของ รัชกาลที่ ๘ และ รัชกาลที่ ๙ ขณะประทับที่ เมืองโลซาน ณ วันที่ ๒๒ กันยายน ปี ๑๙๓๕ ทรงเล่นของเล่นที่ได้รับมาเป็นของขวัญวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๑๐ ปี

ภาพความทรงจำ รัชกาลที่ ๙
ขณะทรงประทับ ณ สวิตเซอร์แลนด์

หลังจากสมเด็จพระบรมราชชนกทิวงคตในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุไม่ถึงสองพรรษา ได้ทรงประทับอยู่เมืองไทย กระทั่งมีพระชนมายุ ๕ พรรษา จึงทรงเข้าศึกษา ณ โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพฯ

3

พระอิริยาบถของรัชกาลที่ ๘ และ รัชกาลที่ ๙ เมื่อครั้งทรงประทับ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

กระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๗๖ จึงเสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินีและพระเชษฐา เพื่อทรงศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเมียร์มองต์ (Miremont) ในวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ

4

(Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) Cr. www.ensr.ch

จากนั้นทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเอกอล นูเวล เดอ ลา ซืออีส โรมองต์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) ต่อมาทรงได้รับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ (Bachelier es Lettres) จาก โรงเรียนมัธยมคลาซีค กังโตนาล (Classique Cantonal) แห่งเมืองโลซานน์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘

5

รัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙

6
รัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ และครู

7

รัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ และครู

และในปีเดียวกันนั้นทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์ (Université de Lausanne) โดยทรงเลือกศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์

8

910

เมอร์ซิเออร์ Guy-François Tavweney (ซ้าย) เป็นพระสหายร่วมห้องเรียน(มัธยม) และนั่งโต๊ะเรียนติดกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ เมอร์ซิเออร์ Bernard Bonny (ขวา) เป็นพระสหายร่วมห้องเช่นกัน

11

วิลล่าวัฒนา (Villa Vadhana)ป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสวิตเซอร์แลนด์ เมืองปุยยี นอกเมืองโลซาน หันหน้าไปทางทะเลสาบเจนีวา (ทะเลสาบเลม็อง) และมองเห็นเทือกเขาแอลป์

12

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเรือใบ ทะเลสาบเลอมอง

อีกทั้งทรงเลือกทะเลสาบเลอมอง (Lac Leman) เขตปุยยี (Pully) เป็นสถานที่พักผ่อนอยู่เสมอ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงเรือใบและกรรเชียงเรือเล่นในทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชาวสวิสนิยมในช่วงฤดูร้อน

13

ทั้งสามพระองค์ประทับพักผ่อนพระอริยาบทที่ริมทะเลสาบเลอมอง และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจอยู่ริมทะเลสาบแห่งนี้ปะปนกับชาวสวิสโดยทั่วไป

14

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้ากัลยาณิวัฒนา ได้ทรงเล่าถึง สถานรับเลี้ยงเด็กชอง โซเลย์ ว่า ได้เสด็จฯ ไปประทับที่ซอง โชเลย์แห่งนี้ ๓ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ ระหว่างที่พระบรมราชชนกเสด็จฯ กลับประเทศไทยเพื่อไปถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดยทรงเล่าว่าเมื่อเสด็จฯ ไปประทับครั้งแรกว่า “…แม่คงนึกได้ว่าทูลหม่อมฯ เคยรับสั่งว่า ดร.ฟรานซิส แชร์ ชาวอเมริกัน ที่เคยเป็นที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศไทย ได้เล่าถวายว่าที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งชื่อว่า ชอง โซเลย์ ดร.แชร์เองเคยนำลูกไปพักที่นั่น จึงทราบว่าเขาดูแลเด็กอย่างถูกอนามัยเพราะเจ้าของเป็นแพทย์ แม่จึงตัดสินใจว่าจะพาลูกไปฝากที่สถานที่แห่งนี้…”

15

รัชกาลที่ ๘ และ รัชกาลที่ ๙ ทรงเล่นกีฬาสเก็ต ขณะประทับอยู่ที่ สวิตเซอร์แลนด์

16

รัชกาลที่ ๘ และ รัชกาลที่ ๙ ทรงเล่นกีฬาฮอกกี้ ขณะประทับอยู่ที่ สวิตเซอร์แลนด์

17

รัชกาลที่ ๙ ทรงปั่นจักรยานจิ๋ว

18

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กับ คุณติโต และ คุณติต้า

ภาพที่หลายคนเห็นในโซเชียลภาพนี้นั้น คือ คุณ “ติโต” แมวเพศผู้ สายพันธุ์ วิเชียรมาศ สีน้ำตาล ดวงตาสีฟ้า ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเลี้ยงคู่กับคุณ “ติต้า” แมวเพศเมีย เมื่อครั้งประทับอยู่ ณ พระตำหนักวิลล่าวัฒนา สมาพันธรัฐสวิส ประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๗ และเป็นแมวทรงเลี้ยงนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ในขณะนั้น

ภาพของคุณติโต และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ถ่ายโดยนาย Dmitri Kessel เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๑๙๔๙
ภาพชุดนี้ใช้ชื่อว่า Le Roi Du Siam

19

เปียโนไม้สีน้ำตาลยี่ห้อ Carl Hards, Stuttgart ปัจจุบันอายุไม่ต่ำกว่า ๙๐ ปี ข้อความภาษาฝรั่งเศสที่ปรากฏอยู่ด้านในฝาครอบเปียโนหลังนี้มีความหมายว่า “เปียโนหลังนี้อยู่ในถิ่นพำนักของกษัตริย์แห่งสยาม ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๔๗๗ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๔๗๘”

20

เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงศึกษาในขณะทรงพระเยาว์ เมื่อทรงมีพระชนมายุได้ ๙ และ ๗ พรรษาตามลำดับ

21 22 23

ร้านถ่ายรูป เดอ ยอง อยู่ที่ถนนเดิม ที่เดิมคืออยู่ตรงข้ามแฟลตที่ถนนทิสโซต์ (Tissot) ซึ่งเป็นแฟลตแห่งแรกที่ครอบครัวมหิดลเสด็จฯ ไปประทับเมื่อแรกไปถึง และร้านเดอ ยองก็ยังคงดำเนินกิจการร้านถ่ายรูปอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ลักษณะหน้าร้านเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

24

พระบรมฉายาลักษณ์นี้ถ่ายที่ร้านเดอ ยอง ในวันครบรอบวันประสูติ ๓ พระชันษา ของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ ๒o กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑

เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ รัชกาลที่ ๘ เสด็จสวรรคต ทำให้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ในวันเดียวกัน แต่เนื่องจากยังทรงมีพระราชภารกิจด้านการศึกษา จึงต้องทรงอำลาประชาชนชาวไทยเสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้งหนึ่งในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ เพื่อทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งเดิม ในครั้งนี้ทรงเลือกศึกษาวิชากฎหมายและวิชารัฐศาสตร์ แทนวิชาวิทยาศาสตร์ที่ทรงศึกษาอยู่เดิมเพื่อให้เหมาะสมกับการนำมาใช้ดูแลปวงชนชาวไทย

ระหว่างที่ประทับศึกษาอยู่ในต่างประเทศนั้น ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร และต่อมาได้ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๒ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ครั้นปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนครและโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคมในปีเดียวกัน หลังจากนั้นจึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรักษาสุขภาพ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามที่คณะแพทย์ได้ถวายคำแนะนำ

25

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ณ เมืองโลซาน

26

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขณะเสด็จฯ จากเมืองโลซาน ไปยังประเทศอิตาลี โดยรถไฟ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๔

27

และระหว่างที่ประทับรักษาพระองค์อยู่นั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลพระราชธิดาพระองค์แรกคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งประสูติ ณ โรงพยาบาลมองซัวซีส์ (Clinique de Montchoisi) เมืองโลซานน์ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๔

และเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์แรกเจริญพระชันษาได้ ๗ เดือน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเสด็จพระราชดำเนินนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวรหลังจากทรงประทับพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๔๗๖ ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๔  รวม 18 ปี

28

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และ นาย Max Petitpierre ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ เสด็จฯ ณ กรุงเบิร์น อย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อเจริญพระราชไมตรีระหว่างประเทศไทยและสมาพันธรัฐสวิสให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

29

สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขณะเสด็จฯ ณ กรุงเบิร์น อย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓

30

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และนาย Max Petitpierre ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยทหาร ณ ด้านหน้ารัฐสภาสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. ๒๕๐๓

31

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และ นาย Max Petitpierre ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ ณ งานเลี้ยงกลางคืน ที่โรงแรม Bellevue กรุงเบิร์น ปี พ.ศ. ๒๕๐๓

ขอบคุณภาพและข้อมูล  www.swissinfo.ch, เฟซบุ๊ก infodivohm,  http://www.trachoo.com/, http://opium-howtodeleteabrowsercookie.blogspot.com/, http://www.bloggang.com/, สกุลไทยรายสัปดาห์ ฉบับที่ ๓o๗๘, http://www.thaiembassy.ch/