เมนู ครัวซองต์เนยสด หอมนุ่มได้รสเนยสดแท้ๆ

วันนี้ทาง food.mthai ได้นำเมนู อาหารสำหรับทานเล่นอย่าง ครัวซองต์เนยสด นำเสนอให้แก่สมาชิก สูตรอาหาร และวิธีการทำ เมนูต่างๆ เพื่อที่จะทำ ครัวซองต์เนยสด ที่แสนอร่อยด้วยฝีมือคุณเอง เพื่อให้ตัวคุณเองหรือเพื่อน ๆ ได้ลิ้มรสของ ครัวซองต์เนยสด  ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ  ว่าจะหอมหวานนุ่มนวลขนาดไหนรสชาติของ  ครัวซองต์เนยสด สุดแสนอร่อยจะเป็นเช่นไรไม่ลองทำกันเลยครับ

1

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

2

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

 ส่วนผสม (สำหรับ 25 ชิ้น)

  • แป้งขนมปัง    500  กรัม
  • ยีสต์                  1  1/2  ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น            2   1/4  ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย           1/4  ถ้วย
  • น้ำเปล่า              1  1/3  ถ้วย
  • เนยสดชนิดเค็มห่นสี่เหลี่ยมเล็ก    70  กรัม
  • เนยเพสตตรี้                             200  กรัม
  • เนยขาวสำหรับทาถาดและอ่างผสม
  • แป้งขนมปังสำหรับทำแป้งนวล
  • ไข่แดงผสมน้ำสำหรับทาหน้าขนมปังก่อนอบ
  • แยมผลไม้ตามชอบ

3

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

4

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งและยีสต์เข้าด้วยกันในเครื่องผสมไฟฟ้าพักไว้
  2. ละลายเกลือ  น้ำตาลทราย  และน้ำเข้าด้วยกันและเทลงใน่ส่วนผสมแป้ง  ใช้หัวตีรูปตะขอตีด้วยความเร็วปานกลางจนเข้ากัน
  3. ใส่เนยสดลงผสมจนแป้งเนียนไม่ติดมือ  ทาเนยขาวให้อ่าวอ่างผสมแล้วเทส่วนผสมแป้งลงไป  คลุมด้วยพลาสติก  พักไว้ 40 นาที
  4. โรยแป้งนวลบนโต๊ะ  ตักแป้งวางลงไป  แล้วใช้ไม้คลึงแป้งคลึงให้เป็นแผ่นณุปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  หนาประมาณ 1 เซนติเมตร  ทาเนยเพสตรี้ให้ทั่วพับทบ 3 ชั้น แล้วคลึงให้เป็นแผ่นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร  ทาเนยให้ทั่วอีกครั้ง  ทำเช่นนี้จนเนยหมด (3 รอบ)  คลึงแป้งให้หนาประมาณ 1 เซนติเมตร  คลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ พักไว้ประมาณ 10 นาที
  5. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ  200 องศาเซียส  เตรียมไว้ทาเนยขาวบาง ๆ ให้ทั่วถาด เตรียมไว้
  6. ตัดแป้งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 4 X 8 นิ้วและตัดทแยงมุกเป็นรูปสามเหลี่ยม  ม้วนแป้งแต่ละชิ้นตั้งแต่ฐานขึ้นไปหาปลายแหลมสุดงอแป้งเป็นรูปพระจันทร์ ครึ่งเสี้ยว  วางเรียงในถาดพักไว้ประมาณ 30 นาที
  7. ทาไข่แดงผสมน้ำที่หน้าขนมปัง  นำเข้าอบประมาณ 20 นาทีหรือจนสุกเหลือง  นำออกจากเตา พักให้เย็นบนตะแกรง  เสริ์ฟพร้อมแยมผลไม้

 เบอเกอรี่โฮมเมด

เมนู ”ครัวซองต์เนยสด“ แสนอร่อยจาก
หนังสือในเครือ อมรินทร์
เบเกอรี่โฮมเมด

Dak galbi ทัคคาลบี้ กะทะร้อนแบบเกาหลีแท้ๆ

วันนี้ ตามรอยนักชิม และ มาเฟียฟู้ด ขอนำเสนออาหารเกาหลีแนวใหม่ ที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยเห็น และเป็นครั้งแรกของรายการเราที่นำเสนอ อาหารเกาหลีแนวนี้นะครับ ซึ่งที่ผมพูดถึงก็คือ ร้านอาหาร Dak Galbi หรือทัคคาลบี้ ซึ่งเป็นอาหารเกาหลีกะทะร้อน แบบเกาหลีแท้ๆ หาทานยากมากในบ้านเรา เอาหละครับมาดูกันเลยว่า ร้านอาหารทัคคาลบี้ จะเด็ดแค่ไหน

dalkabi1

ป้ายร้าน Dak Galbi (ทัคคาลบี้) หรือใครจะติดตามทาง Instagram ก็ตามรูปเลย

dalkabi2

ภาพบบรรยากาศภายในร้านทัคคาลบี้

ร้านทัคคาลบี้ (Dak Galbi) เป็นร้านอาหารเกาหลี แนวกะทะร้อนแท้ๆ จากเกาหลี ซึ่งผู้บริหารเป็นคนไทยแท้ๆ หนุ่มหล่อ เรียนจบใหม่ๆ เลยทีเดียว ที่ไปทานอาหารแนวนี้ที่เกาหลีแล้วชอบ ติดอกติดใจ ก็เลยมารวมตัวกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม เปิดร้านขึ้นมา และได้รับการต้อนรับอย่างดีจากคนไทยและคนต่างชาติที่ชอบอาหารเกาหลี  และได้ขยายสาขาออกมาตอนนี้ราวๆ 5 สาขา ด้วยกัน สำหรับสาขาที่เราไปรีวิว อยู่ที่สยามแควร์ ติดถนนอังรีดูนัง เจาะกลุ่มนักเรียนศึกษา และคนทำงานในย่านสยามแสควร์ได้เป็นอย่างดี และประสบความสำเร็จจริงๆ

เมนูแนะนำ

dalkabi3

Dak Galbi (ชุดซีฟู้ดผัดซอสคาลบี้) “กุ้งสด หอยใหญ่ หมึกยักษ์” ยกให้เป็นคำขวัญของอาหารกระทะนี้ไปเลยด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างดี จนเป็นที่ติดใจและชื่นชอบของใครหลายๆคน

dalkabi4

Dak Gang-jung (ทัคคัลยอง) เป็นเมนูไก่กรอบคลุกกด้วยซอสสูตรเกาหลี ซึ่งเป็นซอสที่เซฟพิถีพิถันปรุงมาอย่างดีด้วยสูตรเฉพาะของทางร้าน ทำให้ ทัคคาลยองของที่นี่ออกหวานอมเปรี้ยว เนื้อไก่ก็มีความกรอบนอกนุ่มลิ้น และสามารถเลือกอร่อยได้ทั้งใส่ชีสและไม่ใส่ชีส

dalkabi5

“Bingsu (ปิงซุบ)” เมนูสุดฮิตจากเกาหลี เมนูนี้ที่เกาหลีจะได้กิน ต้องต่อคิวยาวเป็นชั่วโมง ที่นี่มาเสริฟให้ถึงที่ ซึ่งปิงชุบก็จะมีวิธีการทานคล้ายๆ บิบิมบับหรือข้าวยำเกาหลี คือ 1. ราดด้วยถั่วแดง และท็อกป็อกกี้หวาน 2. คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน เหมือนการยำ 3. อร่อยไปกับปิงชุบได้เลยผลาดไม่ได้เลยนะครับสำหรับเมนูของหวาน

dalkabi6

ชานมกล้วย เป็นสูตรลับมาจากร้านเล็กๆ ร้านนึงที่เกาหลี เป็นสูตรพิเศษที่มีรสชาติ หอม นุ่ม ละมุน ออกมาให้ลูกค้าทัคคาลบี้เท่านั้น^^

dalkabi7

นอกจากเมนูที่กล่าวมาแล้ว ที่ ทัคคาลบี้ยังมีอื่นๆ อีกมากมายให้สั่ง พร้อมทั้ง Add on ต่างๆ ตามราคาบนเมนู ซึ่งต้องบอกว่าราคาไม่แพงอย่างที่คิด ตอนนี้เปิดบริการในห้างดังอย่าง เซ็นทรัล หลายสาขาแล้วนะครับ แวะไปชิมกันได้เลย รับรองว่าแปลกใหม่ และคุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน

พิเศษสำหรับสมาชิก MThai Food

สำหรับสมาชิก MThai.com ตอบคำถาม ลุ้นรับ Voucher มูลค่า 200.- จำนวน 10 รางวัล โดยส่งคำตอบ พร้อมชื่อที่อยู่ มาที่ food@mthai.com หมดเขตตอบคำถาม วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 นี้เท่านั้น

เมนู สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก เค้กหอมหวานนุ่มนวล

วันนี้ทาง food.mthai ได้นำเมนู อาหารสำหรับทานเล่นอย่าง สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก นำเสนอให้แก่สมาชิก สูตรอาหาร และวิธีการทำ เมนูต่างๆ เพื่อที่จะทำ สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก ที่แสนอร่อยด้วยฝีมือคุณเอง เพื่อให้ตัวคุณเองหรือเพื่อน ๆ ได้ลิ้มรสของ สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก  ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ  ว่าจะหอมหวานนุ่มนวลขนาดไหนรสชาติของ  สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก สุดแสนอร่อยจะเป็นเช่นไรไม่ลองทำกันเลยครับ

1

(เป็นเพียงภาพประกิบเท่านั้น)

ส่วนผสมฐานเค้ก (สำหรับ 15 ชิ้น)

  • แครกเกอร์ชนิดเค็มบดละเอียด                150  กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง                                             1  ช้อนโต๊ะ
  • เนยสดชนิดเค็มละลาย                       30 – 40  กรัม
  • พิมพ์ถ้วยจีบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้ว  15  พิมพ์

2

(เป็นเพียงภาพประกิบเท่านั้น)

ส่วนผสมชีสเค้ก

  • ครีมชีส                                                   420  กรัม
  • น้ำตาลทราย                                           125  กรัม
  • วานิลลาชนิดน้ำ                                           1  ช้อนชา
  • น้ำมะนาว                                                    1  ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่                                                          2  ฟอง
  • วิปปิ้งครีม                                                  50  กรัม
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ                                    65  กรัม
  • สตรอว์เบอร์รี่ท็อปปิ้งสำหรับแต่งหน้าเค้ก

4

(เป็นเพียงภาพประกิบเท่านั้น)

วิธีทำ

  1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ  180  องศาเซลเซียส  เตรียมไว้
  2. ทำฐานเค้กโดยผสมแครกเกอร์กับน้ำตาลไอซิ่งให้เข้ากัน  ใส่เนยสด  30  กรัมลงคลุกพอให้ส่วนผสมเปียกแต่ไม่แฉะ (ถ้าแห้งเกินไปให้เติมเนยอีก  10 กรัม)  นำไปกรุลงในพิมพ์  ใช้ช้อนกดให้แน่น  นำเข้าอบประมาณ 10 นาที นำออกจากเตา  พักให้เย็น
  3. ทำชีสเค้กโดยใส่ครีมชีส  น้ำตาลและวานิลลาลงในเครื่องผสมไฟฟ้า  ใช้หัวตีรูปใบไม้ตีด้วยความเร็วปานกลางจนเนียน  ใส่ไข่ไก่ลงตีให้เข้ากันทีละฟอง
  4. เติมน้ำมะนาวลงตีผสมพอเข้ากัน  ใส่วิปปิ้งครีมและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ  ตีผสมให้เข้ากันอีกครั้งแล้วเทลงในฐานเค้กที่เตรียมไว้
  5. นำเค้กเข้าอบประมาณ 30  นาที หรือจนชีสเค้กฟูขึ้นและมีสีน้ำตาลอ่อน (เมื่อขยับพิมพ์เบา ๆ จะเห็นเนื้อเค้กตรงกลางสั่น)  นำออกจากเตา  พักให้เย็นนำไปแช่ตู้เย็น  1 คืน  แต่งหน้าด้วยสตรอว์เบอร์รี่ท็อปปิ้งก่อนรับประทาน

เมนู ”สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก“ แสนอร่อยจาก
หนังสือในเครือ อมรินทร์
เบเกอรี่โฮมเมด

เบอเกอรี่โฮมเมด