ห้องอาหาร Allamanda บุฟเฟ่ต์อร่อย ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น

พบกับ ตามรอยนักชิม และ มาเฟียฟู้ด (Mafia Food) อีกครั้งสำหรับสัปดาห์นี้ เราจะพาสมาชิก MThai Food ไปรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ ของโรงแรมมารวยการ์เด้น ณ ห้องอาหาร Allamanda ซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์ ที่พิเศษกว่าที่อื่น ทั้งอาหาร และบรรยากาศด้วยครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่า โรงแรมมารวย การ์เด้น ตอนนี้ได้ปรับปรุงใหม่อย่างต่อเนื่องรวมทั้งห้องอาหารต่างๆ ที่นี่ปรับปรุงใหม่หมดเลย ลองแวะเข้ามาทาน เข้ามาพักมากๆ  ตามผมมาเลยครับ จะพาไปชิม

1

ห้องอาหาร Allamanda เป็นห้องอาหารที่ ตั้งอยู่บริเวณล็อบบี้ โรงแรมมารวยฯ ที่นี่เปิดบริการทั้งเมนูบุฟเฟ่ต์ และเป็นแบบ A la carte นะครับ สำหรับบุฟเฟ่ต์ของห้องอาหาร อัลลามันดานั้น คิดราคาเดียวคือ 460.– ไม่มี ++ เพิ่มแต่อย่างใด พร้อมเมนูต่างๆ ให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง เรียกได้ว่าเป็น บุฟเฟ่ต์นานาชาติ เลยก็ว่าได้ครับ และที่สำคัญ นอกจากจะได้นั่งทานอาหารอร่อยๆ แล้ว ที่นี่ยังมีดนตรีสด ขับกล่อม บรรเลงเพลง เพราะๆ ให้เราฟัง ในขณะรับประทานอีกด้วย แขกที่มา ก็สามารถขึ้นไปร้องเพลงได้ ถ้าต้องการ นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของที่นี่เลยก็ว่าได้ คุ้มค่ามากๆ

2

บรรยากาศของห้องอาหารอัลลามันดานั้น เรียกได้ว่า เป็นบรรยากาศสบายๆ ตกแต่งในโทนสีครีม เย็นตา เก้าอี้นั่งพิงสบายๆ เหมาะสำหรับรับประทานอาหารกันเป็นครอบครัว แขกบางท่านมาทานทุกวัน จนกลายเป็นแขกประจำห้องอาหาร เหมือนทานอาหารที่บ้านเลยก็ว่าได้ ถือว่าเป็นกันเองมากๆ นับว่าหายากทีเดียว สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างห้องอาหารและแขกในระดับนี้นะครับ

เมนูอาหารแนะนำของ Allamanda

เอาล่ะ มาดูกันสักหน่อยว่า เมนูอาหารต่างๆ ของห้องอาหารอัลลามันดา นั้น คุ้มค่าแค่ไหน พูดไปก็ไม่เห็นภาพ เรามาดูอาหารแต่ละอย่างกันเลยดีกว่าครับ

3

ปลาปลากระพงขาวอบเกลือ เป็นเมนูที่ไม่ได้มีทุกวัน แต่จะสลับเป็นช่วงๆ เท่านั้นนะครับ

4

Seafood On Ice สำหรับอาหารทะเล สด ทั้งหอยแมลงภู่นีวซีแลนด์, กุ้ง, ปลาหมึก มีให้เลือกทานกันได้ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด สูตรพิเศษจากพ่อครัวของห้องอาหารอัลลามันดา

9

มุมอาหารสด ทั้งเนื้อ หมู กุ้ง ปลาหมึก สำหรับหยิบใส่จานให้เชฟนำไปปิ้ง ย่าง ทอด ตามลูกค้าสั่งได้เลย

10

สำหรับคนที่ชอบทาน ปลาแซลม่อนรมควัน ที่นี่ก็มีครับ หยิบใส่จาน ทานได้ไม่อั้น

13

มุมปลาดิบและข้าวปั้น ซูชิซาซิมิ สำหรับคนชอบอาหารญี่ปุ่น

14

มุมอาหารไทยๆ หลากหลายเมนู มีให้เลือกทานได้ไม่อั้น

17

มุมของทอด ทั้งปูอัด  และอื่นๆ อีกเพียบ

18

มุมนี้สำหรับคนชอบน้ำพริกแบบไทยๆ ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องน้ำพริกอร่อย

19

ส้มตำก็มี ทั้งตำไทย ตำปู เลือกทานได้ตามใจชอบ

20

มุมอาหารไทยๆ อีกมุม แนวยำ ทั้งลาบ น้ำตก และผักต่างๆ

21

สำหรับมุมของหวานบ้าง อันนี้แนวหวานๆ เย็นๆ น้ำเชื่อมสีต่างๆ มีให้เลือกเติมได้จุใจ

22

ใครชอบทานเค้ก เบเกอรี่ ผลไม้ต่างๆ ตามเทศกาล และช็อกโกแลตฟองดู ก็มีให้เลือกหลากหลาย

25

บรรยายไม่หมดจริงๆ ครับ ต้องไปลิ้มลองกันเองนะ ที่ห้องอาหารอัลลามันดา โรงแรม มารวยการ์เด้น

26

และตบท้ายด้วยดนตรีสด ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ที่เราจะทานอาหารมื้อกลางวันแล้วมีคนมาร้องเพลงให้ฟังสดๆ แบบนี้ ที่พิเศษก็คือ นอกจากฟังแล้ว ใครอยากร้องเพลง ก็เชิญขึ้นบนเวทีได้ครับ

27

มาเฟียฟู้ด, น้องเต้ฯ และ 2 เชฟใหญ่ของห้องอาหารอัลลามันดา การันตีความอร่อย

———————————————————————————————————

นอกจากบุฟเฟ่ต์แล้ว ที่ห้องอาหารอัลลามันดา ยังมีเมนูที่เป็น A la carte ให้เลือกสั่งได้อีกหลายเมนู วันนี้เราขอนำเสนอเมนูแนะนำ สำหรับ A la carte กันต่อเลย

28

ขาหมูเยอรมัน (350.-) เป็นเมนูขาหมูที่ขึ้นชื่อของอัลลามันดา เนื้อนุ่ม ไม่มันมากเกินไป

29

ซี่โครงหมูบาร์บีคิว (250.-) สำหรับคนชอบแนวบาร์บีคิว ขอแนะนำซี่โครงหมูชิ้นนี้ อร่อย นุ่มลิ้น

30

ปูนิ่มสะเต๊ะ (450.-) เป็นเมนูที่แปลกดี เอาปูนิ่ม มาใส่เครื่องปรุงของหมูสะเต๊ะ รสชาติอร่อยกว่าหมูสะเต๊ะซะอีก

31

ปลากะพงสองแม่น้ำ (400.-) ปลากะพงที่แบ่งเป็นสองส่วน ให้เลือกทานได้

32

หอยแมลงภู่ผัดฉ่า (300.-) ตบท้ายด้วยเมนูหอยแมลงภู่นีวซีแลนด์ตัวโตๆ ผัดฉ่า ติดเผ็ดนิดๆ อร่อยสะใจ

โดยรวมแล้ว ห้องอาหารอัลลามันดา เป็นห้องอาหารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทั้งราคาบุฟเฟ่ต์เองก็ไม่แพง ในราคา 460.- เน็ทๆ ไม่มี ++ และอาหารระดับนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ ในกรุงเทพฯ นะครับ หรือใครต้องการแบบเป็นจานๆ A la carte ก็มีให้เลือกสั่งได้ พร้อมทั้งฟังเพลงเพราะ จากนักร้องที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้ว ทั้งเสียงและหน้าตา ไม่ผิดหวังจริงๆ ลองแวะสัมผัสกันได้ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น

เมนู ทาร์ตหน้าผลไม้ หอมหวานได้รสชาติผลไม้

วันนี้ทาง food.mthai ได้นำเมนู อาหารสำหรับทานเล่นอย่าง ทาร์ตหน้าผลไม้ นำเสนอให้แก่สมาชิก สูตรอาหาร และวิธีการทำ เมนูต่างๆ เพื่อที่จะทำ ครัวซองต์เนยสด ที่แสนอร่อยด้วยฝีมือคุณเอง เพื่อให้ตัวคุณเองหรือเพื่อน ๆ ได้ลิ้มรสของ ทาร์ตหน้าผลไม้  ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ  ว่าจะหอมหวานนุ่มนวลขนาดไหนรสชาติของ ทาร์ตหน้าผลไม้ สุดแสนอร่อยจะเป็นเช่นไรไม่ลองทำกันเลยครับ

1

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

2

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ส่วนผสมแป้งทาร์ต  (สำหรับ 25 ชิ้น)

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์                170  กรัม
  • แป้งสาลีชนิดพิเศษ (แป้งบัวแดง)  80  กรัม
  • ไข่ไก่ (ตีให้เข้ากัน)                        2  ฟอง
  • เนยขาว                                      25  กรัม
  • เนยสดชนิดเค็มหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก     50  กรัม
  • พิมพ์ถ้วยจีบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  1.5 นิ้ว   25 พิมพ์
  • เนยขาวสำหรับทาพิมพ์

3

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

4

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ส่วนผสมหน้าผลไม้

  • ครีมชีส                                    250  กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง                                2  ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นหวาน                              100  กรัม
  • น้ำมะนาว                                2 – 3  ช้อนโต๊ะ
  • ผลไม้ต่าง ๆ เช่น แบล็กเบอร์รี่แช่แข็ง สตรอว์เบอร์รี่สด  ลูกพีชเชื่อม
  • ใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง

5

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

6

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

วิธีทำ

  1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180  องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทาเนยขาวบาง ๆ ให้ทั่วพิมพ์  เตรียมไว้
  2. ผสมแป้งทั้งสองชนิด  เนยขาว  และเนยสดเข้าด้วยกันในอ่างผสม  ใช้ฝ่ามือผสมจนเป็ดเม็ดเล็ก ๆ (ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว)  ใส่ไข่ไก่ลงคลุกเคล้าพอเข้ากัน  พักไว้ประมาณ 15 นาที
  3. กรุส่วนผสมแป้งลงในพิมพ์ให้สวยงาม  ใช้ส้อมจิ้มแป้งที่ก้นพิมพ์ให้เป็นรู (เพื่อไม้ให้แป้งพองฟูขณะอบ) นำเข้าอบประมาณ 20 นาทีหรือจนสุกเหลืองนำออกจากเตา  พักให้เย็นบนตะแกรง
  4. ทำหน้าผลไม้โดยใส่ครีมชีสลงในเครื่องผสมไฟฟ้าใช้หัวตีรูปใบไม้ตีความ เร็วปานกลางจนขึ้นฟูใส่น้ำตาลไอซิ่ง  นมข้นหวาน  และน้ำมะนาวลงตีผสมจนเข้ากัน  ปิดเครื่อง  ชิมรสตามชอบ
  5. ตักครีมชีสใส่ลงในตัวทาร์ต  ตกแต่งด้วยผลไม้ต่าง ๆ และใบสะระแหน่  แช่ให้เย็นก่อนรับประทาน

55555เมนู ”ทาร์ตหน้าผลไม้“ แสนอร่อยจาก
หนังสือในเครือ อมรินทร์
เบเกอรี่โฮมเมด

บาบีคูล Bar-B-Cool อาหารไทยฟิวชั่นเทรนด์ใหม่ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

ตามรอยนักชิมวันนี้ จะพาเพื่อนๆ เปลี่ยนแนวไปชิมอาหารที่ Food Park บนชั้น 6 ห้างเซ็นทรัล สาขาแจ้งวัฒนะกันสักหน่อย เนื่องจากได้รับคำแนะนำว่า มีร้านอาหารไทยฟิวชั่น และอาหารนานาชาติกว่า 18 ประเทศ มาให้ได้ลองชิมลิ้มลองถึงที่ และใกล้ๆ กับออฟฟิศด้วย เราก็ไม่อยากใกล้เกลือกินด่าง เลยได้โอกาสแวะไปชิมทันที

1

ร้านบาบีคูล บริเวณ Food Park บนชั้น 6 เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

ร้านบาบีคูล (Bar B Cool) เป็นร้านอาหารที่มีรสชาติเฉพาะตัว เชฟมีฝีมือในการประยุกต์อาหารและเป็นคนเดินทาง และมีโอกาสได้ชิมอาหารมากกว่า 18 ประเทศทั่วโลก และนำมาประยุกต์เพิ่มความอร่อยให้เหมาะกับคนไทย จะเห็นได้ว่าอาหารแต่ละอย่าง อร่อยกว่าต้นฉบับซะอีก ต้องไปลองชิมดู สำหรับเมนูแนะนำนั้น จะเป็นเมนูที่เราคุ้นเคย และเคยได้ยินแต่อาจจะไม่ได้ชิมสักที คราวนี้หากินได้ง่ายๆ บนห้างเลยนะ

2

Bar-B-Kool แปลได้ 2 อย่างคือ บาบีคิวเวรี่คูล เพราะเรามี Signature คือ น้ำซอสบาบีคิวรสพิเศษที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ คนหลายร้อย Confirm แล้วว่า อร่อยมาก อีกความหมายหนึ่งคือ บาร์ หรือ ร้านอาหารที่มีแต่ของคูลๆ

มาดูกันเลยว่า ที่ร้านบาบีคูล มีเมนูอะไรเด็ดๆ แนะนำกันบ้าง

เมนูแนะนำ

3

แกงซิงห์ – โรตี (69.-) อาหารของต้นตระกูลซิงห์ ที่ไม่ได้ทำขายที่ไหนมาก่อน รสชาติเครื่องเทศถึงใจพร้อมประโยชน์มากมายที่ต้องลอง

4

หมูตงปอ (59.) คนใต้มีอาหารคล้ายๆกันเรียกว่า “หมูฮ้อง” ลิ้มรสความอร่อยของหมูที่ละลายในปาก พร้อมกลิ่นเครื่องเทศหอมหวน

5

แกงพริกขี้หนู – โรตี (69.-) แกงพริกขี้หนูเดิมทีเป็นแกงที่คล้ายๆแกงเขียวหวานไทยๆ แต่ไม่ใส่มะเขือและใส่พริกขี้หนูเพื่อให้ได้ความหอมไปอีกแบบ เพิ่มกรรมวิธีของการทำซอสแบบต่างประเทศเข้าไป ทำให้แกงพริกขี้หนูของบาบีคูลอร่อยได้อีกขั้น หอมได้อีก นุ่มมันได้อีก ต้องลอง

6

สปาเก็ตตี้หมูผัดสมุนไพร (69.-) ผัดสมุนไพรแบบไทยๆ ใครว่าต้องกินกับข้าวเท่านั้น อาหารจานนี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่สุดอีกจานหนึ่ง

7

ขนมปังชีสกรอบ (20.-) เป็นขนมปังหนาพิเศษ นุ่มพิเศษของร้านมีชื่อ มาการีนที่ใช้ทาเป็น Trans fat 0% ชีสที่โรยหน้าก่อนจะนำไปจี่ไฟให้หอมกรอบ เป็นชีสคุณภาพดี

8

งานนี้มาเฟียฟู้ดของเรา ลองรีวิวอาหารบน Food Park ครั้งแรก จัดเต็มเช่นกันครับ