เปิดแล้ว! “บลูพอร์ต หัวหิน” ช้อปปิ้งมอลล์แห่งใหม่ สไตล์รีสอร์ท

เปิดแล้ว! บลูพอร์ต หัวหิน ช้อปปิ้งมอลล์แห่งใหม่ สไตล์รีสอร์ท

01

บลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ (BLUPORT Hua Hin Resort Mall) เป็นศูนย์การค้าในรูปแบบรีสอร์ท เน้นทำเลที่ตั้งติดทะเล เพิ่งเปิดตัวในวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหัวหิน เป็นแหล่งแฮงก์เอาท์และการช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ อีกทั้งยังเป็นศูนย์การค้าที่ครบวงจร ครบตามความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ

02

โครงการ BLUPORT Hua Hin Resort Mall คือ ศูนย์การค้าปลีกรูปแบบใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์  Voyage to The Port of Pleasures ศูนย์การค้าครบวงจรในรูปแบบรีสอร์ทมอลล์ บนพื้นที่กว่า 140,000 ตารางเมตร หรือกว่า 25 ไร่ ใจกลางเมืองหัวหิน ตรงข้ามโรงแรมคอนติเนตัลหัวหิน รีสอร์ท ซึ่งถือเป็นสถานที่รวบรวมรูปแบบของการช้อปปิ้งและแฮงก์เอาท์ของการช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความสุขให้นักท่องเที่ยวที่อยากพักผ่อนที่หัวหิน ให้เป็นช็อปปิ้ง มอลล์ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ

03

เป็นศูนย์การค้าครบวงจรในรูปแบบรีสอร์ท มอลล์ ที่เน้นการดีไซน์ที่แตกต่าง โดยรวบรวมจุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวริมชายทะเลมาไว้ด้วยกัน และผสมผสานกันอย่างลงตัว มีพื้นที่รวม 1.4 แสนตารางเมตร  ซึ่งประกอบด้วยร้านค้าปลีกอินเตอร์แบรนด์, ห้างสรรพสินค้า, โรงภาพยนตร์ 5 โรง, สวนสนุก Kid Play Port  & Splash Port ศูนย์การค้า, ร้านค้าแฟชั่นชั้นนำ, เทคโนโลยี, ร้านอาหารชื่อดัง, กูร์เม่มาร์เก็ต และโรงแรมแห่งใหม่ในเครือ Intercontentinental Hotels Group อีกด้วย

04

05

BLUPORT Hua Hin Resort Mall ออกแบบทั้งภายในและภายนอกอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองรีสอร์ทชายทะเลและเมืองตากอากาศชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ แซงต์โทรเปซ ริเวียร่า หมู่เกาะทะเลแคริบเบียน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเคปทาวน์ โดยนำมาผสมผสานและรังสรรค์การออกแบบทั้งภายในและภายนอกอาคารในสไตล์รีสอร์ทมอลล์ ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของศูนย์การค้าในประเทศไทยภายใต้แนวคิด “The Enchanted Journey to the Port of Pleasure” หรือ “มนต์เสน่ห์แห่งการเดินทางสู่ความหฤหรรษ์รื่นรมย์”

ที่อยู่ : ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เบอร์โทรศัพท์ : (02) 136 1250, (032) 512 420

เวลาเปิดให้บริการ : จันทร์ – ศุุกร์ : 10.30 น. – 24.00 น. / เสาร์ – อาทิตย์ : 10.00 น. – 24.00 น.

 

อ่านเพิ่มเติม: www.bluporthuahin.com

ขอบคุณข้อมูล: thaifranchisecenter.com, th.wikipedia.org และ Travel MThai

 

 

ตามล่า 5 ร้านขนมน่าหม่ำประจำกัวลาลัมเปอร์

ตามล่า 5 ร้านขนมน่าหม่ำประจำกัวลาลัมเปอร์

01

ใครที่ไปเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ช่วงนี้ นอกจากจะไปเที่ยวชมความสวยงามของจัตุรัสเมอร์เดก้า ท้าแดดเซลฟี่กับตึกแฝดสุดดัง ชอปปิ้งสุดปังกับห้างหรูหราอย่างพาวิลเลี่ยนเคแอลไปจนถึงตลาดของที่ระลึกในย่านไชน่าทาวน์แล้วนั้น ใครอยากเติมพลังการเดินทางในเมืองหลวงสุดฮอตแห่งเอเชียด้วยของหวานๆสุดพีค วันนี้ขอพาทุกท่านไปตะลุยชิม 5 ร้านขนมน่าหม่ำประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์กันเลย เริ่มจาก…

1. ร้าน Cielo Dolci

02

ร้านอิตาเลียนเจลาโต้ชื่อดัง “เชลโล โดลชี่” ในมาเลเซียที่ติดยอดฮิตรีวิวถล่มทลายจากการรังสรรค์เมนูล่าสุดอย่าง ไอศกรีมรสนาซิเลอมะก์ ที่เขย่าวงการไอศกรีมในมาเลเซียจนสั่นสะเทือนมาแล้ว โดยเจ้าของร้านชาวอิตาเลียนตั้งใจทำร้านให้เป็นแล็บ (Lab) หรือห้องทดลองการรังสรรค์ไอศกรีมที่แตกต่างและโดดเด่นแต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติความอร่อยแบบตะวันตกผสมผสานกลิ่นอายตะวันออกอย่างมาเลเซียได้อย่างลงตัว โดยขั้นตอนพิถีพิถันกว่าจะได้ไอศกรีมแต่ละรสชาตินั้นไม่ง่ายเลย เริ่มตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพจากธรรมชาติทั้งหมด การจัดเตรียมผลไม้คุณภาพดี ละลายชอกโกแลต ใส่กลิ่นและเครื่องเทศจากธรรมชาติ บดถั่วและขั้นตอนอีกมากมายที่ปราศจากการใส่สารเคมีส่วนประกอบสังเคราะห์อื่นๆ เพื่อสร้างรสชาติสด ใหม่ให้สมจริงที่สุด ทำให้ไอศกรีมที่ผลิตออกมาแต่ละรสนั้นละมุนนุ่มเนียนลิ้นราวปุยเมฆทั้งหน้าตา รูปลักษณ์และรสชาติแปลกใหม่ต้องตาต้องใจ

เมนูเลื่องลือ:  ไอศกรีมรสนาซิเลอมะก์ รสสตรอเบอรี่บัลซามิค รสคริสต์มาส รสวนิลาออฟดิอีสต์

ราคาโดยเฉลี่ย: 8.80 ริงกิต ต่อถ้วย (เลือกได้ 2 รสชาติ) เพิ่ม 1 ริงกิตหากใส่โคนวาฟเฟิล

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10:00 – 22:00 น.

พิกัด: Whimsical – Gelateria & Caffe D2-G3-05, Solaris Dutamas No.1, Jalan Dutamas 1, 50480 Kuala Lumpur

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/cielodolci/

2. ร้าน Siew Bao

03

กว่า 30 ปีที่แบรนด์ท้องถิ่นแท้ๆอย่าง Mr. Siew Bao เป็นที่ยอมรับในหมู่คนมาเลเซียเองว่าคือต้นตำรับขนมเปี๊ยะแบบจีนของแท้ ที่ก่อกำเนิดขึ้นจากเมืองสเรมบัน (Seremban) เมืองหลวงของรัฐเนกรีเซมบีลัน ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปประมาณ 50 กิโลเมตร ด้วยเคล็บลับความอร่อยตั้งแต่การคิดค้นสูตรเฉพาะ การคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันตลอดจนกรรมวิธีการผลิตจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ได้ขนมเปี๊ยะหลากเมนูที่แสนอร่อย แป้งสดกรอบนอกนุ่มในหอมกรุ่นสอดไส้ชนิดต่างๆอย่างฉ่ำๆไม่แห้งจนเกินไป อาทิเช่นไส้ไก่ ผัก หรือผลไม้ ที่ลองแค่หนึ่งคำก็ติดใจติดปากคนท้องถิ่นมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ

เมนูเลื่องลือ: ขนมเสี่ยวเปา พายกะหรี่ไก่ ทาร์ตไข่และทาร์ตสับปะรด

ราคาโดยเฉลี่ย: 1-4 ริงกิต ต่อชิ้น

พิกัด: สนามบิน KLIA 2 และห้างสรรพสินค้าในเมืองอาทิ Sunway Pyramid

เวลาเปิด-ปิด: สนามบิน KLIA 2 เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง (สาขาในห้างเปิดปิดตามเวลาห้าง)

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/Mr.SiewBao/

3.ร้าน Durian Kafe

04

เรื่องทุเรียนตัวเซียนคือ “มาเลเซีย” เพราะที่นี่จะเลื่องชื่อในการแปรรูปทุเรียนมากจนเกิดเป็น Durian Kafe ร้านขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับทุเรียนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นกาแฟทุเรียน น้ำทุเรียน พัฟทุเรียน ขนมเปี๊ยะทุเรียน ทุเรียบอบแห้ง อบกรอบ ทุเรียนทอด ชอกโกแลตทุเรียน ของที่ระลึกที่เกี่ยวกับทุเรียนทั้งหมดและที่พีคสุดคือ ไอศกรีมทุเรียน ที่เนื้อทุเรียนแน่นสุด กลิ่นหอมหวลของทุเรียนที่หอมหวานเย้ายวนเกินห้ามใจ ใครไปก็ต้องลอง และตอนนี้ Durian Kafe เปิดสาขาที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง KL Tower แล้ว ใครไปผจญภัยที่นี่ก็ไม่ควรพลาดซื้อชิมผลิตภัณฑ์จากราชาแห่งผลไม้ที่มีที่มาเลเซียที่เดียวด้วยประการฉะนี้

เมนูเลื่องลือ: กาแฟทุเรียน ไอศกรีมทุเรียน พัฟทุเรียน ชอกโกแลตทุเรียน

ราคาโดยเฉลี่ย: 2 – 10 ริงกิต ต่อชิ้น

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 09:00 – 23:00 น.

พิกัด: KL Tower, Jalan P Ramlee, 50250 Kuala Lumpur, Wilayah Persekutuan Kuala Lumpur, Malaysia

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/Durian-Kafe-Malaysia-237285226472225/

4. ร้าน Alexis Bistro

05

คนมาเลเซียขนานนามให้ร้านนี้ว่า ร้านแห่งการปฎิวัติไลฟ์สไตล์ เพราะนอกจากรูปแบบการตกแต่งร้านที่ได้รับรางวัลด้านสไตล์สุดเท่ห์ เมนูฟิวชั่นหลากหลายที่ผสมผสานรสชาติอาหารฝรั่งและเอเชียได้อย่างลงตัวจนเป็นเอกลักษณ์ของร้านมากว่า 21 ปี ดึงดูดกลุ่มคนทำงาน  ครอบครัวหรือคู่รักและเพื่อนฝูงให้มานั่งชิวกินบรรยากาศสบายๆได้ตลอดแล้วนั้น ความพีคสุคชิคของร้านนี้คือ เค้กกกกโฮมเมดดดด ที่ใช้วัตถุดิบชั้นดีและดีต่อสุขภาพปรุงรสด้วยเชฟเบเกอรี่ชั้นเอก ทำให้เค้กทุกชิ้นทุกรอบที่ทำฉ่ำกลมกล่อม เนื้อเค้กหนานุ่มเนียน อัดแน่นไปด้วยเนื้อผลไม้ ถั่วและเครื่องแต่งต่างๆที่รวมตัวกันสร้างรสชาติพิเศษจนต้องยกนิ้วให้ ที่สำคัญชื้นใหญ่มว้ากกและไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป พร้อมจิบกาแฟ ชา หรือน้ำผลไม้สดปั่นยามบ่าย จนต้องยกนิ้วให้ทั้งความสวยงามและรสชาติที่คอเค้กไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

เมนูเลื่องลือ: เค้กชอกโกแลต เมอแรงผลไม้รวม เค้กแครอท เค้กทีรามิสุ พายบานอฟฟี่

ราคาโดยเฉลี่ย: 15 – 20 ริงกิต ต่อชิ้น

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 11:00 – 22:00 น.

พิกัด: 29 Jalan Telawi 3 Bangsar Baru 59100 Kuala Lumpur, Malaysia

เว็บไซต์: http://www.alexis.com.my/

5. ร้าน VCR Coffee & Cake

06

ร้านกาแฟแสนอบอุ่นใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์แห่งนี้ เป็นแหล่งรวมคลับคนรักกาแฟสดจากทุกมุมโลก เพราะเสิร์ฟกาแฟทั้งแบบ Single Origin ที่เมล็ดกาแฟผ่านการควบคุมคุณภาพจากแหล่งผลิตเดียวหรือแบบ Blend ที่ผสมกาแฟหลายสายพันธุ์แต่มีเอกลักษณ์ ขอแนะนำให้มาที่นี่ช่วงเช้าที่ไม่ควรพลาดกับอาหารเช้าแนวสุขภาพพร้อมดื่มด่ำกาแฟสดหอมกรุ่นกลมกล่อมพร้อมสูดอากาศยามเช้าในโซนที่นั่งที่มีทั้งนอกระเบียงและในร้านที่ตกแต่งด้วยกระจกแผ่นกว้างรับแสงแห่งชีวิตที่อบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศยามสายในช่วงวันหยุดที่ชีวิตไม่ต้องเร่งรีบนัก ตึกสีดำสูงตระหง่านโดดเด่นอันเป็นที่ตั้งของร้านนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1927 ในบริเวณย่านคุกเก่าปูดู และเคยเป็นที่พักของพัสดีเรือนจำในอดีต ปัจจุบันถูกเปลี่ยนให้เป็นร้านกาแฟสุดชิค ที่ชั้นสองมีเทอเรสให้นั่งชมวิวชิวๆ ฟังเพลงดีดีอีกด้วย

 

เมนูเลื่องลือ: เมนู VCR breakfast มีผัก ไส้กรอก ไข่คน ตามด้วยกาแฟหรือชอกโกแลตร้อนกับเค้ก The King หรือเค้กกล้วยหอม

ราคาโดยเฉลี่ย: 20 – 30 ริงกิต ต่อมื้อ

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 08:00 – 23:00 น.

พิกัด: 2, Jalan Galloway, Kuala Lumpur, Malaysia

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/vcr.my/

 

ขอบคุณข้อมูล: Food MThai

 

 

 

ไม่ธรรมดา! มัสยิดที่อิหร่าน ถ้าได้เห็นข้างในแล้วต้องทึ่ง

ไม่ธรรมดา! มัสยิดที่อิหร่าน ถ้าได้เห็นข้างในแล้วต้องทึ่ง

01

Shah Cheragh เป็นมัสยิด และอนุสาวรีย์ ตั้งอยู่ในเมือง ชีราซ (Shiraz) ประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งชื่อของที่แห่งนี้มีความหมายว่า “King of the Light” ที่ข้างนอกดูเหมือนแสนธรรมดา แต่ถ้าลองได้เข้าไปด้านในแล้วจะรู้ถึงความหมายที่แท้จริง!

02

Shah Cheragh ดูภายนอกแล้วก็เหมือนมัสยิดทั่วไป เป็นที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาของชาวมุสลิม แต่ที่นี่จะมีขนาดเล็ก และมีความพิเศษเฉพาะตัว โดยชื่อที่ตั้งนี้มีความหมายว่า “King of the Light” ซึ่งพอเดินเข้ามาดูข้างในก็หายสงสัยทันทีว่าชื่อนี้มีที่มาอย่างไร

03

เพราะด้านในถูกสร้างและประดับตกแต่งด้วยกระจกนับล้านๆชิ้น ส่องแสงระยิบระยับไปทั่วพื้นที่ อีกทั้งตรงกลางยังเป็นที่ตั้งของหลุ่มศพ ภายในมีศพหุ้มด้วยเกราะเหล็กอยู่ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นถูกสร้างมาเพื่อฝังศพ แต่ในปัจจุบันไปถูกดัดแปลงมาเป็นสถานที่ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมได้ อีกทั้งยังดึงดูดผู้แสวงบุญให้มาท่องเที่ยวได้อีกด้วย

04

05

06

07

08

09

10

Source : www.boredpanda.com

เรียบเรียงโดย: Travel MThai