ฉู่ฉี่ปลาหมึกยัดไส้ เมนูเด็ดจากไมโครเวฟ

อะไรที่ง่ายๆ ใครๆ ก็ชอบ ยิ่งเวลาน้อยลงขั้นตอนน้อยลงและอุปกรณ์น้อยลง จึงเหมาะกับคนสมัยใหม่ ถ้าพูดถึงเรื่องการทำอาหารของคนที่พื้นที่น้อย ในห้องมีแค่ไมโครเวฟอย่างเดียวที่สามารถให้ความร้อนแก่อาหารได้ วันนี้ food Mthai มาแนะนำสูตรอาหารที่สามารถทำจากไมโครเวฟได้กับเมนู ฉู่ฉี่ปลาหมึกยัดไส้ จากไมโครเวฟ

Chucheeส่วนประกอบ

  • ปลาหมึกสดทั้งตัว
  • หมูสับ
  • กระเทียม พริกไทยโขลกละเอียด
  • พริกแกง
  • กะทิ
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปึก
  • ใบมะกรูด
  • พริกชี้ฟ้าแดง

วิธีทำ

  1. นำปลาหมึกมาล้างทำความสะอาด พักเอาไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  2. นำหมูสับมาผสมกับกระเทียมพริกไทยที่โขลก ใส่น้ำปลานิดหน่อยแล้วนวดให้เข้ากันดี
  3. นำหมูสับที่ผสมแล้วยัดลงไปในตัวปลาหมึก ไม้ต้องยัดให้เต็มจนเกินไป เผื่อพื้นที่ให้หมูขยายตัว ยัดเสร็จแล้วก็เอาไม้จิ้มฟันมากลัดไว้ให้ทั่วทั้งตัว
  4. นำภาชนะสำหรับเข้าเวฟ ใส่น้ำลงไป ปิดฝาและเวฟด้วยไฟแรงประมาณ 2 นาที แล้วค่อยใส่ปลาหมึกตามลงไปในน้ำ
  5. ปิดฝาแล้วเวฟอีกครั้งด้วยไฟแรงอีก 5 นาที จนปลาหมึกสุก
  6. ตักปลาหมึกที่สุกแล้วขึ้นมาใส่จาน ดึงไม้ที่กลัดไว้ออก
  7. ทำน้ำแกงสำหรับราด โดยนำพริกแกงละลายกับน้ำกะทิประมาณ 1 ถ้วย ปิดฝา และเวฟด้วยไฟแรงประมาณ 2 นาที
  8. จากนั้นนำออกมาปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ชิมรสให้เค็มหวานกลมกล่อม ปิดฝาแล้วเวฟอีกประมาณ 2 นาที แล้วใส่ปลาหมึกลงไปเวฟต่ออีกประมาณ 1 นาที
  9. เสร็จแล้วก็นำออกมาโรยด้วยใบมะกรูดซอย พริกชี้ฟ้าซอย พร้อมเสิร์ฟ
Mbookstore - ปลาหมึก

สูตร ฉู่ฉี่ปลาหมึดยัดไส้ – หนังสือ ไมรโครเวฟ เชฟในบ้าน

 

ชาบูพรีเมี่ยม ส่งตรงจากญี่ปุ่น ที่ KAGONOYA (คาโกะโนยะ) สาขา The Walk เกษตรนวมินทร์

สวัสดีครับชาว FoodMThai วันนี้ รายการตามรอยนักชิม ขอเอาใจคนรักความพรีเมี่ยมในแบบ ชาบูและอาหารญี่ปุ่นเป็นพิเศษเพราะเราจะพาทุกท่านไปชิม ชาบูพรีเมียม อิมพอร์ทมาจากประเทศญี่ปุ่น ที่บอกได้เลยว่า นอกจากต้นตำหรับที่ญี่ปุ่นแล้ว ก็มีที่ประเทศไทยที่เดียวในโลก ที่ ร้าน KAGONOYA  (คาโกะโนยะ) สาขา The walk เกษตรนวมินทร์กันขึ้นชื่อถึงความพรีเมี่ยมแล้วรับรองไม่ธรรมดาแน่นอนครับ จะมีอะไรให้เราอิ่มอร่อยกันบ้าง ตามมาเลยครับ
ป้ายหน้าร้าน Kagonoya

อิ่มอร่อยกับเนื้อสุดพรีเมี่ยม ที่ KAGONOYA (คาโกะโนยะ)

เข้ามาถึง ในร้าน ก็เหมือนนั่งอยู่ที่ญี่ปุ่น จริงๆเพราะภายในร้านกว้างขวาง ที่นั่งรองรับลูกค้าได้เยอะพอสมควร และบรรยากาศร้านยังตกแต่งด้วย ไม้ไผ่ เฟอร์นิเจอร์ จัดวางอย่างสวยงาม ในแบบ Japanise style ใครชอบบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ไม่ควรพลาด

บรรยากาศหน้าร้าน Kagonoya

มาถึงหน้าร้านแล้ว

บรรยากาศภายในร้าน โปร่ง ไม่อึดอัด หอมกลิ่นน้ำซุปชาบูอบอวลทำให้น้ำลายสอ เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียวเชียว โต๊ะ เก้าอี้้ ค่อนข้างสะอาด พนักงานก็ยิ้มแย้มเป็นกันเองตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่น

ภาพบรรยากาศกาศภายในร้าน Kagonoya

บรรยากาศ ภายในร้าน

มาถึงเมนูต่าง ๆ ของทางร้านกันบ้าง เมนู บุฟเฟต์ ของที่นี่มีพระเอกเป็นเนื้อ ที่ทำมาจากวัวที่เลี้ยงด้วยธัญพืช เป็นเวลา 220 – 300 วัน และอย่างที่บอก ว่านอกจากที่ญี่ปุ่นแล้ว Kagonoya มีสาขาอยู่ที่ประเทศไทยแห่งเดียว เมนูพรีเมี่ยมเซทของ ทางร้าน ด้วยน้ำซุปที่มีให้เลือกถึง 6  ชนิด เรียกได้ว่าเลือกได้ตามความชอบกันเลย

เมนูร้าน Kagonoya Japanese Restauran

มีเมนูยักษ์ ตั้งหน้าร้าน ให้เลือกกันก่อนเข้าไปชิม

ว้าวๆ มาเริ่มกันเลย อาหารเต็มโต๊ะขนาดนี้สมเป็นชาบูระดับพรีเมี่ยมจริงๆ ตัวน้ำซุปชาบูมีให้เลือกถึง 6 รสชาติด้วยกัน น้ำซุปสาหร่าย, น้ำซุปแกงกะหรี่, น้ำซุปโซบะโชยุ, น้ำซุปสต๊อกไก่, น้ำซุปสุกี้ยากี้ และ น้ำซุปกิมจิ ใครชอบแบบไหนก็เลือกได้เลย น้ำซุปไปแล้วก็มาถึงรายการของเนื้อๆ เน้นๆ มีทั้งเนื้อออสเตรเลีย, เนื้อหมูพิเศษ, เนื้อคาโกะโนยะ, ผักสดอนามัย, เส้นอุด้ง, ในส่วนของซีฟู้ดก็มีหอยแมลงภู่ตัวใหญ่, กุ้ง นอกจากนั้นก็ยังมีปลาแซลม่อนชิ้นโตอีกด้วย

พรีเมี่ยมบุฟเฟต์  Kagonoya

อาหารหลากหลายเสิร์ฟไม่อั้นในพรีเมี่ยมบุฟเฟต์ จาก Kagonoya

ชุดบีฟไคเซกิ คาโกะโนยะ แบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น (ฺBeef Kagonoya Kaiseki Set) ประกอบไปด้วยซูชิ 3 ชิ้น, ซุปมิโซะ, ไข่ตุ๋น และ ชาบูหม้อไฟกระดาษ มาเป็นเซทขนาดนี้ทานคนเดียวขอบอกเลยว่าอิ่มจนถึงมื้อเย็นกันเลย ซูชิกับชาบูร้อนๆ เป็นอะไรที่เข้ากันลงตัวดีทีเดียว ผักทอดกรอบ และไม่อมน้ำมัน

beef kaisaki set ร้าน kagonoya

เมนู บีฟไคเซกิ เซท ราคา 590 บาท

ชุดหมูคัตซึโทจิ เซท (Kutsutoji Set)  หรือ หมูทอดราดไข่ในกระทะร้อน กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล เสริฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น มิโซะซุป และผักดอง ด้านใต้จานเป็นเตาเล็กๆ เจ้าหน้าที่จะจุดไฟให้ก่อนทาน รับรองว่าจะได้ทานข้าวหมูคัตซึแบบร้อนๆ ชุ่มไข่กันไปเลย อาหารญี่ปุ่นนี่พิถีพิถันดีจริงๆ

Kutsutoji Set Kagonoya

เมนู หมูคัตสึโทจิ เซท ราคา 320 บาท

ดูจากท่าทางของพิธีกรเราในวันนี้ คงไม่ต้องพูดถึงว่าอาหารที่อยู่ตรงหน้ามันอลังการขนาดไหน ขึ้นชื่อว่าชาบูพรีเมี่ยมแล้วหล่ะก็ จัดเต็ม แน่นอน แถมวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นก็คุณภาพล้วนๆ พูดเลยว่าต้องมาทานให้ได้ที่ร้าน Kagonoya (คาโกะโนยะ) ชาบู ที่มีให้เลือกทั้งหมดถึง 9 สาขาด้วยกัน

พรีเมี่ยมบุฟเฟต์ Kagonoya ร้านอาหารญี่ปุ่น

ลุยกันเต็มที่ กับ Premium Buffet ที่ร้าน Kagonoya

อยากจะบอกว่าทั้งเนื้อหมู หรือ เนื้อคาโกะโนยะ ต่างก็นุ่ม ละลายในปาก สมกับเป็นพรีเมี่ยมชาบูจริงๆ วิธีการทานชาบูนำเนื้อผ่านน้ำร้อนที่เดือด แก่วงไปมาซัก 3-4 ครั้ง แค่นี้ก็รับประทานได้แล้ว หรือสำหรับทานที่ต้องการเพิ่มรสชาติ นำเนื้อมาจุ่มลงในไข่ไก่ก่อน เพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก

kagonoya shabu

ชาบู Kagonoya Set

ชุดชาบู ชาบูเนื้อคาโกะโนยะ, ชาบู ชาบูหมูพิเศษ และชาบู ชาบูเนื้อออสเตรเลีย หั่นแล่บาง พอโดนน้ำร้อนจุ่มนิดเดียวก็สุกพร้อมรับประทานได้ทันที ไม่เหนียว แถมละลายในปากได้เลย ท่านใดที่ชอบเมนูเนื้อแนะนำอย่างยิ่ง

kagonoya-set-shabu-1

มาถึงของหวานของทางร้าน Kagonoya กันแล้ว เมนูนี้ชื่อว่า ชาเขียว วาราบิโมจิ (Green Tea Warabi Mochi) ลักษณะจะคล้ายแป้งโมจิของญี่ปุ่น โรยด้วยผงชาเขียวแท้ ราดหน้าด้วยน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวแบบฉบับของขนมญี่ปุ่น กัดลงไปแล้วเด้งๆนุ่มๆลื่นๆ ได้กลิ่นหอมของมัจฉะ หรือ ชาเขียวแบบเต็มๆ

Green Tea Warabi Mochi ร้าน Kagonoya

เมนู ชาเขียว วาราบิโมจิ ราคา 90 บาท

มาที่เมนูของหวานจากร้าน Kagonoya อีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ พุดดิ้งชาเขียว (Green Tea Pudding) เนื้อพุดดิ้งนุ่ม ละมุน ละลายในปาก รสชาติไม่หวานมาก หอมกลิ่นชาเขียวแท้ๆ ใครเป็นแฟนชาเขียวต้องไม่พลาดนะครับ

Green Tea Pudding ร้าน Kagonoya

เมนูพุดดิ้งชาเขียว ราคา 80 บาท

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับชาบูพรีเมี่ยมร้าน Kagonoya (คาโกะโนยะ) สาขา The Walk เกษตรนวมินทร์ ท่านใดสนใจมาทานกันได้ เพราะมีให้เลือกถึง 9 สาขา สะดวกที่ไหนไปที่นั่นได้เลย ร้านเปิดวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 11.00 น.- 22.00 น. ว่าด้วยเรื่องชาบูพรีเมี่ยมอาหารญี่ปุ่นแล้วต้องมาลองกันให้ได้นะครับ

ทั้ง 9 สาขาได้แก่ สาขามาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ชั้น2, สาขาเมกะบางนา (ใก้ลอิเกีย), สาขาเค วิลเลจ ชั้น2, สาขาเดอะวอคค์ เกษตรนวมินทร์, สาขาเมอร์คิวลี่ วิลล์, สาขาเดอะวอคค์ ราชพฤกษ์, สาขาพาเซโอทาวน์, สาขาซีคอนแสควร์, สาขาเสนาเฟส เจริญนคร

เค้กแก้ว สุดฮิตกับเมนู Raspberry Cream Brulee

เค้กแก้ว ยอดฮิต กำลังเป็นที่นิยม สำหรับเค้กจิ๋วๆ น่ารักๆ ที่มาให้แก้วรูปทรงต่างๆ นอกจากถ้วยชาม หรือถาดห่อขนม แก้ว ก็เป็นภาชนะที่ใส่ขนมประเภทอบได้ดีเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาทำเครมบรูเล่ในแก้วกับเมนู Raspberry Cream Brulee ในแก้ว ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

cake01

ส่วนผสม

  • วิปปิ้งครีม 400 กรัม
  • ผงวานิลลา 2 ช้อนชา
  • ไข่แดง 5 ฟอง
  • น้ำตาล 80 กรัม
  • ราสเบอรี่แช่แข็ง 80 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว

วิธีทำ

  1. นำวิปปิ้งครีมขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาล คนจนพอเดือด จึงค่อยๆ เทลงในอ่างผสมที่มีไข่แดง
  2. เติมผงวานิลลา และราสเบอรี่ คนจนเข้ากันจึกตัดใส่ถ้วย และนำไปอบที่อุณภูมิ 170 องซาเซลเซียส นานประมาณ 20-25 นาที (ใช้วิธีอบแบบรองน้ำ โดยนำน้ำร้อนเทใส่ถาด แล้วจึงวางถ้วยขนมลงบนถาด) เสร็จแล้วให้นำออกจากเตา และแช่เย็นจนเซตตัว
  3. เมื่อขนมเซตตัวดีแล้วให้โรยน้ำตาลลงบนหน้า เพื่อทำน้ำตาลคาราเมล โดยเกลี่ยน้ำตาลให้ทั่ว แล้วจึงใช้ไฟรนจนเป็นสีน้ำตาลสวยงาม
  4. ตกแต่งหน้าขนมด้วยช็อกฌกแลต ผลราสเบอรี่ และใบมิ้นต์

cake - 2

ยังมีอีกหลายเมนูที่สามารถทำ เป็นเค้ก แก้วได้ เก็บไอเดียต่างๆ ทำไว้เป็นของขวัญให้คนพิเศษ หรือทำไว้รับแขกก็ได้ค่ะ

เค้กแก้ว - mbookstore

เค้กแก้ว – Raspberry creme brulee

คลิกอ่าน – หนังสือเค้กแก้ว