เมนู ขนมปังกระเทียมเจ้าเก่า

วันนี้ทาง  food.mthai ได้นำขนมปังมานำเสนอให้แก่สมาชิกได้ดู สูตรอาหาร และวิธีการทำ เมนูต่างๆ เพื่อที่จะทำขนมปังสุดอร่อย ของอาหารจานนั้นๆ กัน ครั้งนี้ food.mthai เราจะของเริ่มกันด้วย ขนมปังกระเทียมเจ้าเก่า ซึ่งทางเราอยากให้เพื่อนๆ ได้ ลิ่มรสกันขนมปังกระเทียมสูตรนี้ว่าจะนุ่มและอร่อยขนาดไหน

1

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ส่วนผสม  (สำหรับ 4-6 ที่)

  • ขนมปังบาแกตต์หั่นหนา 1.5 เซนติเมตร  12 – 15 ชิ้น
  • เนยสดชนิดจืด                                            1-2  ถ้วย
  • กระเทียมสับละเอียด                                       2  ช้อนโต๊ะ
  • พาร์สลีย์สับละเอียด                                        1  ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น                                                     1-2  ช้อนชา
  • พริกไทยดำบด                                            1-4  ช้อนชา

2

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

วิธีทำ

  1. ตั้งเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส  ใช้ไฟบน-ล่าง  เตรียมไว้
  2. พักเนยจืดไว้ที่อุณหภูมิห้องจนนิ่มแล้วตักใส่ลงในชามผสม  ตามด้วยกระเทียมพาร์สลีย์  เกลือ  และพริกไทยดำ  ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากันดี
  3. ตักส่วนผสมเนยปาดให้ทั่วขนมปัง  วางเรียงใส่ถาดอบ  (ไม่ต้องทาเนย) นำเข้าเตาอบประมาณ 5 -7 นาทีหรือจนสุกกรอบ ยกออกจากเตา
  4. จัดใส่ตะกร้าหรือจาน  เสิร์ฟๆ  พร้อมกับซุป  สเต๊ก  หรือพาสต้าได้ตามชอบ

เมนู ”ขนมปังกระเทียมเจ้าเก่า“ แสนอร่อยจาก
หนังสือในเครือ อมรินทร์
จานอร่อย ขนมปัง

3

ห้องอาหารลูเซ่ (LUCE) อาหารอิตาเลียนแท้ๆ โดยเชฟชาวอิตาเลียน

ตามรอยนักชิม สัปดาห์นี้ เรามาชิมอาหารอิตาเลียนกัน บ้าง หลังจากที่พาไปชิมอาหารญี่ปุ่นกันหลายร้านแล้ว สำหรับอาหารอิตาเลียนที่จะแนะนำในวันนี้เป็นอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ที่หาทานได้ยากในเมืองไทย เพราะร้านที่มีส่วนใหญ่ก็จะเป็นเชฟคนไทย อาจจะไม่ได้รสชาติดั้งเดิมของคนอิตาเลียนจริงๆ แต่วันนี้เรามีห้องอาหารลูเซ่ (LUCE) ที่มีเชฟชาวอิตาเลียนแท้ๆ เป็นเชฟใหญ่ของที่นี่ รับรองว่าไม่ผิดหวังกับรสชาติแน่ๆ

1

หน้าห้องอาหารลูเซ่ (LUCE)

2

ห้องอาหารลูเซ่ เป็นห้องอาหารอิตาเลียน ทั้งอาหารและบรรยากาศส่งตรงจากอิตาเลียนแท้ๆ โดยไม่ต้องบินไปชิมไกลถึงอิตาลี ก็สามารถชิมได้ที่เมืองไทย ณ ชั้น 14 ของโรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ซึ่งภายใน ห้องอาหารลูเซ่ ได้ตกแต่งให้หรูหรา และเน้นบรรยากาศโรแมนติก ทั้งอาหารเองได้รับการปรุงพิเศษ จากเชฟ “โรแบร์โต้ เบลลิตติ” ที่บินตรงจากอิตาลี มาเพื่อทำอาหารที่ลูเซ่โดยตรง แบบนี้แล้ว จะไม่พิเศษได้อย่างไร

34

สำหรับบรรยากาศนั้น ห้องอาหารลูเซ่ ตกแต่งหรูหราด้วยโทนสีทองสลับดำ เพดานสูงโปร่ง โล่ง สบาย และประดับประดาด้วยดวงไฟเล้กๆ นอกจากนี้ ยังสามารถมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกโรงแรม เพื่อชมบรรยากาศของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนได้อีกด้วย สำหรับทางด้านนอกห้องอาหาร ยังมีสระว่ายน้ำสุดหรู ให้แขกที่มาพักที่โรงแรม ได้ลงเล่นน้ำกันอย่างสบายใจอีกด้วย

5

6

สระว่ายน้ำบนชั้น 14 ของโรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร

ตอนนี้เรามาดูอาหารแนะนำของที่นี่กันเลยดีกว่า

เมนูแนะนำ

7Handmade Ravioli Carbonara (430.-)

8

Slow-Cooked Pork Belly (650.-)

9

A Lollipop of Foie Gras Terrine (690.-)

10

White Chocolate Jelly on Nut Crumbles (420.-)

11

เชฟ “โรแบร์โต้ เบลลิตติ” บินตรงมาจากอิตาลีเพื่อมาทำอาหารที่ห้องอาหารลูเซ่เท่านั้น

12

นอกจาก 4 เมนูแนะนำแล้ว ห้องอาหารลูเซ่ ยัง มีอีกหลายๆ เมนูไว้คอยต้อนรับมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สปาเก็ตตี้, พิซซ่าแป้งบางสูตรอิตาเลียนแท้ๆ เพียบจริงๆ ครับ สำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียน ต้องไม่พลาดเมนูเด็ดๆ บรรยากาศดีๆ ของห้องอาหารลูเซ่ บนชั้น 14 ของโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร แห่งนี้ แล้วพบกับมาเฟียฟู้ดและตามรอยนักชิมของเราได้ใหม่ “อร่อยจริงเจอกัน

พิเศษสำหรับสมาชิก MThai.com

สำหรับสมาชิก MThai.com รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ เพียงแจ้งว่า รู้จักห้องอาหารลูเซ่ จาก MThai.com ครับ โดยรับสิทธิพิเศษดังนี้

1. มา 3 จ่าย 2 สำหรับอาหารชุด Business Lunch (ท่านละ 400 บาท สำหรับ 2 คอร์ส – ท่านละ 550 บาทสำหรับ 3 คอร์ส)
2. ลด 15% สำหรับค่าอาหารเมนู A la carte

เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2556 – 31 กรกฎาคม 2556 นี้เท่านั้น

 

ข้อมูลห้องอาหารลูเซ่ (LUCE)

ที่ตั้ง: Eastin Grand Hotel Sathorn ชั้น 14 ถนนสาทรใต้ สาทร กรุงเทพฯ, ยานนาวา
โทรศัพท์: 02-210-8100
เว็บไซต์: http://www.eastingrandsathorn.com
ค่าใช้จ่าย: 251 – 500 บาท

เมนู สเต็กทีโบนโคขุนพริกไทยดำ แสนอร่อย

วันนี้เราจะนำ สเต็กทีโบนโคขุนพริกไทยดำ มานำเสนอให้แก่สมาได้ดู สูตรอาหาร และวิธีการทำ เมนูต่างๆ ที่นำ  โคมาเป็น ตัวเอก ของอาหารจานนั้นๆ กัน ครั้งนี้ food.mthai เราจะของเริ่มกันด้วย สเต็กทีโบนโคขุนพริกไทยดำ ซึ่งส่วนใหญ่บ้านเราจะมีแต่  สเต๊ก หมู ไก่ เนื้อ เป็นส่วนมากวันเราเลยได้นำสเต๊ก โคขุนมาให้เพื่อนได้ลองกัน

1

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ส่วนผสม(สำหรับ 1 – 2 ที่)

  • เนื้อทีโบนโคขุนชาโรเลส์ (น้ำหนักประมาณ 350 – 380 กรัม)  1 ชิ้น
  • ไวน์แดง                                                                           1 ช้อนชา
  • บรั่นดี                                                                         1 – 2 ช้อนชา
  • ผงอโรมาต                                                                    1/4 ช้อนชา
  • ผงมัสตาร์ด                                                                   1/2  ช้อนช้า
  • พริกไทยป่น                                                                  1/2  ช้อนชา
  • เนยสดชนิดจืด                                                           1 – 2  ช้อนชา
  • น้ำมันมะกอกสำหรับย่างเนื้อ                                          1 – 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักเคียงต่างๆ เช่น ดอกกะหล่ำหั่นช่อ แครอทหั่นขวาง  ก้านบรอกโครีหั่นแท่งและถั่วลันเตาหวาน  ลวกสุกตามชอบ
  • เฟรนช์ฟรายทอดกรอบตามชอบ
  • พาร์สลีย์อบแห้งสำหรับตกแต่ง

2

ส่วนผสมซอสพริกไทยดำ

  • หอมหัวใหญ่หั่นละเอียด                       1  1/2  ช้อนชา
  • ไวน์แดง                                                    2 ช้อนโต๊ะ
  • บราวน์ซอส                                          2 – 3 ช้อนโต๊ะ
  • วิปปิ้งครีม                                                  1 ช้อนช้า
  • นมข้นจืด                                                  1 ช้อนชา
  • ซอสทาบาสโก                                     2 – 3 หยด
  • ซอสพริกศรีราชา                                       1  ช้อนชา
  • ซอสเปรี้ยวลีแอนด์เพอร์รินส์                   2 -3 หยด
  • ซอสเปรี้ยวไก่งวง                                 2 – 3 หยด
  • ผงอโรมาต                                               1 ช้อนชา
  • พริกไทยดำบดหยาบ                                 2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น                                          1/2 ช้อนชา
  • เนยสดชนิดจืด                                   1 – 2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. หมักเนื้อกับไวน์แดง ผงอโรมาต  พริกไทยและผงมัตาร์ดเข้าด้วยกันนาน  15 – 20 นาที
  2. ทำซอสพริกไทยดำโดยผัดหอมหัวใหญ่และพริกไทยดำกับเนยสดด้วยไฟกลางจนหอมใส่ ไวน์แดงลงคนให้ทั่ว  ตามด้วยบราวน์ซอสผงอโรมาต  พริกไทย  ซอสเปรี้ยวทั้งสองชนิดและซอสพริก  คนพอเข้ากัน  ชิมรสตามชอบเติมวิปปิ้งครีมและนมข้นจืด  คนให้เข้ากันอีกครั้งปิดเตา
  3. ใส่น้ำมันมะกอกลงในกะทะตั้งไฟกลางให้ร้อน  วางเนื้อหมักลงย่างทีละด้านจนสุกตามชอบ  ใส่เนยสดแล้วรอจนละลายหมดเติมบรั่นดี  ตักขึ้นพักไว้  (เก็บน้ำมันที่เหลือไว้)
  4. จัดสเต๊กลงจานเสร์ฟ  ราดด้วยด้วยน้ำมันย่างเนื้อเล็กน้อย  ระหว่างนั้นอุ่นซอสพริกไทยดำให้ร้อน  แล้วราดลงบนเนื้อ (ถ้าแห้งหรือข้นไปเติมไวร์แดงเพิ่มได้)  ตกแต่งด้วยพาร์สลีย์  รับประทานคู่กับเฟรนช์ฟรายและผักลวก

เมนู ” สเต็กทีโบนโคขุนพริกไทยดำ “แสนอร่อยจาก
หนังสือในเครือ อมรินทร์
” เมนูอร่อย จาก สเต๊กโฮมเมด

4