“แก้ว 2 ใจ” By กาแฟถัง สดชื่นดับร้อนเป็นสองเท่า

เมื่อปีที่แล้ว ร้านกาแฟชื่อดังอย่างร้าน กาแฟถัง ในจังหวัดน่าน ที่มีกาแฟใส่ถังที่ในถังใบใหญ่มีช่องแยกน้ำสองช่อง กินน้ำได้สองรสชาติในถังเดียวชื่อว่า “2 ใจลังเล” และยุคของการแข่งขันต้องมีไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ ไอเดียของคุณออย เจ้าของแฟรนไชส์ ร้านกาแฟถังในปีนี้ก็คือ “แก้ว 2 ใจ” แก้วกาแฟขนาดปกติที่ถูกแบ่งเป็นสองช่อง ใส่เครื่องดื่มเย็นๆ ได้สองรสชาติในแก้วเดียว หลายคนที่เคยกินแบบถังอาจจะดูใหญ่เกิน สั่งมากินคนเดียวก็ไม่หมด คราวนี้เราได้เครื่องดื่มในปริมาณที่พอดีแถมยังได้สองรสชาติอีกด้วย ใครสนใจซื้อแฟรนไชส์ก็สามารถติดต่อสอบถามได้

“แก้ว 2 ใจ”

17190362_671403519712774_5195374634459568029_n

เลือกกินแบบรสชาติเดียวก็ได้ค่ะ อร่อยเหมือนเดิม

2 ใจลังเล

รูปภาพจาก กาแฟถัง ขายเฟรนไชค์

สูตร ขนมครก ขนมไทยโบราณอยู่คู่ซอยมาช้านาน

ขนมครก ที่เราเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก สมัยนั้นการแคะขนมครกเป็นกิจกรรมที่เด็กทุกคนใฝ่ฝัน เวลาเล่นขายของก็ชอบจำลองเป็นแม่ค้าขายขนมครก ตอนนี้โตแล้วทำเองได้ทำขายดีรวย กับสูตร ขนมครก ขนมไทยโบราณ ใส่ได้หลายหน้า
Thai-dessert

ส่วนผสม ส่วนที่ 1 ตัวขนมครก

  • กะทิ 1 ถ้วย
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
  • น้ำอุ่น 1 ถ้วย
  • น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวสุก 1/4 ถ้วย
  • กะทิ 1/4 ถ้วย (สำหรับใส่เครื่องปั่น)
  • น้ำตาลทราย 4 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม ส่วนที่ 2 หน้าขนมครก

  • กะทิ 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ

หน้าขนม

  • ข้าวโพด
  • ต้นหอมซอย
  • ฟักทอง

วิธีทำ

  1. ทำส่วนผสมของตัวขนมครกก่อน ผสมกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำอุ่น และน้ำปูนใสในชามผสม คนให้เข้ากัน
  2. นำข้าวสุกไปปั่นในเครื่องปั่นโดยใส่น้ำกะทิ 1/4 ลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ปั่นให้ข้าวละเอียด เทส่วนผสมนี้ลงชามกะทิของข้อที่ 1
  3. ทำหน้าขนมครกแยกไว้อีกหนึ่งชามโดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย เกลือและแป้งข้าวเจ้า คนให้เข้ากัน
  4. เตรียมกระทะหลุมสำหรับทำขนมครก ทาน้ำมันพืชให้ทั่วกระทะ เทกะทิที่เป็นตัวขนมลงไปก่อน เทให้เกือบถึงขอบหลุม
  5. ทิ้งไว้สักพักรอให้ตัวขนมสุกดี แล้วเทกะทิส่วนของหน้าขนมตามลงไป โรยด้วยหน้าต่างๆ ที่เตรียมไว้ เช่น ข้าวโพด ต้นหอม และฟักทอง
  6. เมื่อเริ่มเห็นว่าหน้าขนมเริ่มสุก ใช้ช้อนตักขึ้นมาพักไว้รอเสิร์ฟได้เลยค่ะ

เรียบเรียงโดย Food MThai

ดูคลิปอื่นๆ เพิ่มเติม กินข้าวกัน

แบบไหนเรียกว่าหอยหวานล่ะ? วิธีดูหอยหวานที่สายซีฟู้ดต้องรู้ไว้

สำหรับคนที่ชอบจับจ่ายในตลาดสดต้องรู้ไว้ เวลามีปาร์ตี้ซีฟู้ดที่บ้านแล้วต้องไปจ่ายตลาด ในรายการต้องซื้อหอยหวานด้วย หอยหวานที่ทุกคนรู้จักก็จะเป็นก้นแหลมๆ มีเกลียว เห็นแค่นี้รู้เลยว่าเป็นหอยหวาน แต่ที่จริงแล้วยังมีหอยอื่นที่รูปร่างหน้าตาเหมือนหอยหวานแล้วยังถูกเรียกว่าหอยหวานไปด้วย แม่ค้าในตลาดสดตั้งป้ายว่าเป็นหอยหวานแต่แท้ที่จริงแล้วมันคือหอยหมากนั่นเองเรามาทำความรู้จักของหอยสองชนิดนี้กันดีกว่าค่ะ

แบบไหนเรียกว่าหอยหวานล่ะ?
วิธีดูหอยหวานที่สายซีฟู้ดต้องรู้ไว้

วิธีการดูอันดับแรกเลยคือ ราคา หอยหมากจะมีราคาถูก โลละร้อยกว่าบาทเท่านั้น ส่วนหอยหวานจะโลละสองถึงสามร้อยขึ้นไป หอยหวานจะมีราคาแพงกว่าหอยหมาก แต่ดูดีๆ แม่ค้าอาจจะนำหอยหมากมาขายเป็นราคาหอยหวานก็เป็นได้ ศึกษากันไว้ดีกว่าค่ะ

หอยหมาก จะมีสีเข้มมากกว่าหอยหวาน แต้มสีดำจะถี่ติดกันส่วนเกลียวจะมีร่องลึกและเล็กกว่าหอยหวาน ถ้าหากนำหอยหวานกับหอยหมากมาเทียบกันก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

spotted-babylon

หอยหมาก จะมีสีเข้มกว่า ลายจะมีความถี่กว่า เนื้อเหนียวและรสชาติจะไม่หวาน

หอยหวาน ลายจะห่าง สีอ่อนมากเห็นได้ชัดเจน เนื้อกรุบกรอบอร่อย เนื้อหวาน

ไม่ว่าจะหอยหมากหรือหอยหวานก็กินได้ทั้งนั้นไม่เป็นอันตรายค่ะ แต่ถ้าไม่อยากโดนหลอกว่านี่คือหอยหวาน ก็ดูได้ไม่ยาก เป็นการช่วยตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

เรียบเรียงโดย Food MThai