เมนู raspberry mousse cake แสนหวานสำหรับวาเลนไทน์นี้

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันวาเลนไทน์แล้วค่ะ วาเลนไทน์นี้เพื่อนๆ หาของขวัญให้กับคนที่คุณรักกันแล้วหรือยัง ถ้ายัง Food.mthai.com ขอแนะนำสูตรทำขนมเค้กหอมหวานให้เข้ากับเทสกาลแห่งความรักนั้นคือ raspberry mousse cake สร้างความประทับใจกันง่าย ๆ ด้วยการที่คุณลงมือทำด้วยตัวเอง เมนูนี้อาจจะยากไปสักหน่อยแต่เพื่อคนรักนะค่ะ

raspberry-mousse

 

(เป็นเพียงภาพประกอบ)

 

มูสสูตรดัดแปลง Raspberry Mousse Cake

ส่วนผสมสำหรับ 1 ก้อน

  • ไข่ไก่                          3          ฟอง
  • น้ำตาลทราย                90         กรัม
  • แป้งเค้ก                      90         กรัม
  • นมสดรสจืด                 30         มิลลิลิตร
  • ครีมสดสำหรับตกแต่ง    50         มิลลิลิตร
  • สตรอว์เบอร์รี่สด บลูเบอร์รี่และราส์ปเบอรืรี่แช่แข็งสำหรับตกแต่งน้ำตามไอซิ่งและใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง
  • ถาดสี่เหลี่ยมขนาด 25×29 เซนติเมตร หรือ 27×27 เซนติเมตร
  • กระดาษไขสำหรับปูถาด
  • ส่วนผสมของ Raspberry Mousse
  • อิตาเลียนเมอแรง          1          สูตร
  • เนื้อราสป์เบอร์รี่บดละเอียดแช่แข็ง          200       กรัม
  • น้ำมะนาวสำหรับปรุงรส    1/2    ช้อนโต๊ะ
  • ผงเจลาติน                  6         กรัม
  • น้ำเปล่า                     18        มิลลิลิตร
  • ครีมสด                    150        มิลลิลิตร

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. ร่อนแป้งเค้กและอุ่นนมสดเตรียมไว้
  2. เปิดเตาอบที่อุรภุมิ 200 องศาเซลเซียส และปูกระดาษไขบนถาดอบเตรียมไว้
  3. ร่อนผงเจลาตินลงในน้ำ 18 มิลลิลิตร แช่ไว้ให้พองตัว
  4. ทำอิตาเลียนเมอแรง
  5. วางเนื้อราสป์เบอร์รี่แช่แข็งพักไว้ที่อุณภูมิห้อง

RaspberryMousseCake

(เป็นเพียงภาพประกอบ)

ทำสปันจ์เค้กแบบผสมขั้นตอนเดียว

  1. ตอกไข่ลงในชามผสม ตามด้วยน้ำตาลทราย ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากัน จากนั้นวางช้อนบนชามผสม ใส่น้ำอุ่นอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ตะล่อมเบา ๆ พอเข้ากัน
  2. เมื่อส่วนผสมอุ่นขึ้น วางพักไว้ จากนั้นใช้หัวตีรูปตะกร้อตีต่อจนแป้งข้น หากใช้พายยางลากเป็นเลข 8 ได้แสดงว่าแป้งได้ที่แล้ว พักไว้ให้เย็น
  3. ใส่แป้งเค้กลงตะล่อมให้เข้ากันตามด้วยนมสดอุ่น ๆ ตะล่อมต่อจนเข้ากันดี
  4. เทส่วนผสมใส่ถาดที่เตรียมไว้ใช้แผ่นพลาสติกสำหรับปาดเค้กเกลี่ยหน้าให้เรียบ นำเข้าเตาอบนาน 10 นาทีจนเค้กสุกดี แกะเค้กออกจากพิมพ์ คลุมหน้าด้วยกระดาษไข พักไว้จนเย็น
  5. ใช่พิมพ์วงแหวนขนากเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร กดลงบนสปันจ์เค้กจนได้เค้กทรงกลม พักไว้

ทำ Raspberry Mousse

  1. ใช้ตะกร้อมือตีครีมสดนาน 8 นาที แล้วผสมกับอิตาเลียนเมอแรงจนเข้ากันดี พักไว้
  2. ใส่ราสป์เบอร์รี่บดครึ่งถ้วยผสมกับเจลาตินให้เข้ากัน จากนั้นนำไปตุ๋นหรือนำเข้าไมโครเวฟให้เจลาตินละลายหมด ยกออกจากเตา คนให้เข้ากันอีกครั้ง
  3. เทลงในเนื้อราสป์เบอร์รี่ที่เหลือใช้พายยางคนให้เนื้อเนียนเข้ากันดี
  4. เทราสป์เบอร์รี่ลงในส่วนผสม ข้อ 1 ใช้พายยางคนให้เข้ากันพักไว้ เติมน้ำมะนาว คนพอเข้ากัน

เทส่วนผสมลงในพิมพ์

  1. ปูพลาสติกใสถนอมอาหารลงบนก้นถาด วางพิมพ์วงกลมแบบไม่มีก้นลงตรงกลาง แล้วจัดสปันจ์เค้กที่เตรียมไว้ลงก้นพิมพ์
  2. ตักมูสราสป์เบอร์รี่ใส่จนเต็มพิมพ์ เกลี่ยหน้าให้เรียบ
  3. ใช้สปาตูลาปาดหน้าเค้กเบา ๆ เกลี่ยให้เรียบอีกครั้ง
  4. มูสที่เหลือตักใส่แก้วแยกไว้

นำเค้กไปแช่เย้นให้เซตตัว
แช่เย็นเค้กนานประมาณครึ่งวันส่วนมูสที่ใส่แก้วนำไปแช่ 2-3 ชม. พอให้เซตตัวก็พร้อมรับประทานได้ทันที

ตกแต่งเค้กให้สวยงาม
ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดผลสตอว์เบอร์รี่ให้สะอาด จากนั้นผ่าครึ่งตามยาว เตรียมไว้

ปาดหน้าเค้กด้วยวิปปิ้งครีม แล้วนำไปแช่เย็น

  1. นำเค้กออกจากตู้เย็น ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดพันรอบ ๆ พิมพ์ให้อุ่น
  2. สอดไม้ปลายแหลมไว้ใต้ขอบพิมพ์ทั้งสองด้าน เพื่อให้พิมพ์สูงขึ้นเล็กน้อย
  3. ใช้หัวตีรูปตะกร้อตีครีมสดด้วยความเร้วปานกลางนาน 8 นาทีจนตั้งยอดแข็ง จากนั้นนำไปปาดบนหน้าเค้ก ใช้สปาตูลาเกลี่ยให้เรียบ

ยกพิมพ์ออก ตกแต่งด้วยเบอร์รี่ทั้งหมดให้สวยงาม

  1. ค่อย ๆ ยกพิมพ์ขึ้นเบา ๆ (ควรทำอย่าระมัดระวัง)
  2. ค่อย ๆ สอดสปาตูลาเข้าไปใต้ฐานเค้ก แล้วยกขึ้นวางบนจานก้นแบน
  3. ตกแต่งหน้าด้วยเบอร์รี่ที่เตรียมไว้ตามชอบ โรยน้ำตาลไอซิ่งเล็กน้อย ตามด้วยใบสะระแหน่

เมนู ” raspberry mousse cake “ แสนอร่อยจาก
หนังสือในเครือ อมรินทร์
”ไอศกรีมและขนมหวาน“

ครัวนกยูงทอง อาหารจีน-ซีฟู้ด อาหารอร่อย คุณภาพเยี่ยม

วันนี้ ตามรอยนักชิม จะพาเพื่อนๆ สมาชิก MThai Food ไปชิมอาหารจีน ซีฟู้ด เพิ่งเปิดใหม่ได้ราวๆ 2-3 เดือนนี่เองครับ และที่สำคัญอยู่ใกล้กับออฟฟิตของเราอีกแล้ว เพื่อไม่อยากให้พลาดกับร้านอร่อยๆ เราก็เลยขอไปถ่ายทำ เพื่อมาแนะนำในเว็บไซต์ ให้แฟนๆ ได้ชมและได้ตามรอยไปชิมกันต่อไป เพราะแน่นอน งานนี้ เรามี Voucher มาฝากเพื่อนๆ อีกเช่นเคย ร้านที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ มีชื่ออันไพเราะว่า ร้านครัวนกยูงทอง

1

ร้าน “ครัวนกยูงทอง” เป็นร้านอาหารจีน+ซีฟู้ด ซึ่งดำเนินงานโดยพี่เปิ้ล (คุณกานต์สินี ศักดิ์แสน) เจ้าของร้าน ซึ่งมีความตั้งใจอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียดกระบวนการในการทำอาหาร ทั้งการปรุง การคัดสรรวัตถุดิบ ที่ยอดเยี่ยม มีคุณภาพ อีกทั้งบางเมนู ต้องสั่งมาจากต่างประเทศ เพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ อาทิเช่น Canada Lobster เป็นต้น นอกจากนี้ทางร้านยังการันตีคุณภาพจากเชฟมือดีอีกด้วย

2

บรรยากาศภายในร้านนั้น ในร้านเป็นห้องเพดานสูง ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สีทอง เป็นห้องกระจก มีพื้นที่เวทีสำหรับเล่นดนตรีสดอีกด้วย สำหรับโต๊ะทานอาหาร มีโต๊ะกลมแบบโต๊ะจีน ที่นั่งได้ราวๆ 8-10 คน ต่อโต๊ะ ผสมกับแบบโต๊ะแบบทั่วไป สำหรับคนที่มาเป็นคู่ๆ เพื่อนั่งทานอาหาร ฟังเพลงเบาๆ สบายๆ ก็มี และที่ประทับใจคือ มีรูปปั้นนกยูงตกแต่งสวยงามหน้าร้าน ดูเด่นเป็นสง่าทำให้หลายๆ คนอดถ่ายรูปไม่ได้

3

พี่เปิ้ลเจ้าของร้านกับน้องตูนพิธีกรรับเชิญของเรา

นอกจากโซนภัตตาคาร สำหรับนั่งทานข้าว ฟังดนตรีสดแล้ว ครัวนกยูงทอง ยังมีโซนคาราโอเกะ ซึ่งเป็นบ้านหลังๆ ทั้งหมด 10 หลัง เหมือนเกาะขนาดเล็ก มีคูน้ำล้อมรอบ บรรยากาศดีมาก นอกจากนั้นยังมีโซนที่เป็นศูนย์อาหารอีก ซึ่งเป็นอาหารจานเดียว บะหมี่เกี๋ยวเป็ดย่าง เป็นต้น

เมนูแนะนำ

4

กุ้งล็อบสเตอร์เจ็ดสี วาซาบิ (500 กรัม:2500 บาท/ 6,000 กรัม:6,000 บาท) เป็นกุ้งล็อบสเตอร์เจ็ดสีสดๆ เป็น สั่งตรงจากอเมริกา รสหวานละมุน เมื่อจิ้มกับซอส วาซาบิ อร่อยนุ่มลิ้นจริงๆ

5

เป็ดย่างนกยูงทอง (600 บาท/ตัว) เป็ดย่างสูตรลับที่ทางร้านบรรจงทำอย่างดีทุกขั้นตอน รับรองจะติดใจจนลืมเป็ดย่างจานอื่นเลยทีเดียว

6

ปูดำผัดแชมเปญ (1,200 บาท) ด้วยแชมเปญคุณภาพสูงจากออสเตรเลีย กับปูทะเลเนื้อแน่นคลุกเคล้ากับสูตรเครื่องปรุงพิเศษจากทางร้าน กลิ่นหอมยั่วยวนใจเมื่อได้กลิ่น

7

หัวปลาเก๋าหม้อไฟ (350 บาท/หม้อ) หัวปลาเก๋าสดๆ กับน้ำซุปสูตรเด็ด กลมกล่อม เนื้อปลาสดมาก นุ่มอร่อยดี แค่หม้อนี้หม้อเดียว ก็อิ่มได้เลย

8

บะหมี่ส้มตำหมูกรอบ (200 บาท) เป็นส้มตำสูตรพิเศษของร้าน ที่ทำจากบะหมี่ทำเองเส้นเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับส้มตำสูตรเด็ด แต่งเติมด้วยหมูกรอบนุ่ม เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าลิ้มลอง ครบเครื่องจริงๆ

9

กุ้งล็อบสเตอร์อบชีส (1,600 บาท/500กรัม) เป็นกุ้งล็อบสเตอร์อบชีส กลิ่นหอม เนื้อล็อบสเตอร์แน่นๆ เน้นๆ เต็มๆ คำ จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด รสอร่อย เข้ากันดีเยี่ยม

10เต็มโต๊ะสำหรับมื้อนี้ จัดเต็มจริงๆ

11

อาหารแต่ละอย่างล้วนพิเศษ และมีคุณภาพจริงๆ ไว้ต้อนรับแขกพิเศษไม่มีอายแน่นอนครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ ครัวนกยูงทอง ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำ ที่อยากจะเชิญชวนสมาชิก MThai Food ลองไปชิม โดยเฉพาะบะหมี่ของครัวนกยูงทอง เป็นบะหมี่ทำเองน่าทานมากๆ และสัมผัสกับบรรยากาศร้านอาหาร นอกกรุง แต่รสชาติและคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ที่หาทานยากอีกหนึ่งร้าน รับรองจะชอบครับ นอกจากนี้ ทางร้านยังรับจัดงานเลี้ยง และ งานหมั้น งานแต่งต่างๆ อีกด้วย

เมนู Chocolate Orange Cheesecake ต้อนรับ วาเลนไทน์

ใกล้วัน วาเลนไทน์ เข้ามาแล้วทาง food.mthai เลยนำวิธีทำ Chocolate Orange Cheesecake มานำเสนอให้เพื่อนๆ สมาชิกให้ได้ลองทำให้คนในครอบครัวหรือ ให้คนที่คุณรัก ได้ลองทานกัน จะมีรสชาติอย่างไร ไปลองทำ Chocolate Orange Cheesecake กันเลยดีกว่าว่าจะอร่อยขนาดไหน

1

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ส่วนผสม  (สำหรับ 1 พิมพ์)

  • ครีมชีส                 250  กรัม
  • เนยสดชนิดจืด         20  กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว      60  กรัม
  • ไข่ไก่เบอร์                 2  ฟอง
  • ซาวร์ครีม                 90  กรัม
  • แป้งครีม                   20  กรัม
  • ช็อกโกแลตชนิดแท่ง 70  กรัม
  • นมสดรสจืด                2  ช้อนโต๊ะ
  • ผิวส้มซันคิสต์            50  กรัม
  • เนยสดชนิดจืดและกระดาษไขสำหรับเตรียมพิมพ์
  • พิมพ์กลมแบบถอดก้นได้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  15  เซนติเมตร  1 พิมพ์

2

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ส่วนผสมฐานเค้ก

  • บัสเตอร์บิสกิต          60  กรัม  (ประมาณ 6 ชิ้น)
  • เนยสดชนิดจืด          20  กรัม

3

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • วางครีมชีส  เนยสด  และซาวร์ครีมพักไว้ที่อุณหภูมิห้อง
  • ตอกไข่ใส่ภาชนะเตรียมไว้
  • ทาเนยสดชนิดจืดบาง ๆ ให้ทั่วพิมพ์จากนั้นปูกระดาษไขให้เรียบร้อย
  • สับช็อกโกแลตให้ละเอียดตวงให้ได้  20  กรัม แยกไว้
  • หั่นผิวส้มให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาด 5 มิลลิเมตร
  • บิบิสกิตเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาด 1 เซนติเมตร
  • อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส
  • เตรียมน้ำร้อนสำหรับใช้อบเค้ก
  • ระยะเวลาอบ 45 – 50 นาที ระยะเวลาเก็บรักษา แช่เย็นเก็บไว้ได้นาน 3 วัน

4

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ทำซอสช็อกโกแลต

  1. เทช็อกโกแลต 50 กรัมลงในภาชนะทนความร้อน เติมนมสด 1 ช้อนโต๊ะแล้วนำเข้าเตาไมโครเวฟ นาน 30 วินาทีคนให้เข้ากัน จากนั้นเติมนมสดที่เหลือลงผสมให้เข้ากันอีกครั้ง

ทำฐานเค้ก

  1. บิบิสกิตให้ละเอียด เติมเนยสดลงขยำให้เข้ากัน  กรุลงก้นพิมพ์ให้แน่นแล้วนำไปแช่เย็น

ผสมแป้งให้เข้ากัน

  1. เทครีมชีสและเนยสดลงในชามผสมใบใหญ่  ใต้ตะกร้อมือตีให้เป็นเนื้อครีมพักไว้  แบ่งน้ำตาลทรายออกไปเป็น  2 -3 ส่วน  แล้วเติมทีละส่วนลงผสมให้เข้ากัน  โดยต้องคนน้ำตาลและละส่วนให้เข้ากันดีก่อนเติมส่วนผสมต่อไปเพื่อให้เกิดผอง อากาศจากนั้นตีต่อจนขึ้นฟุเป็นสีขาวนวล
  2. ตักไข่แดงลงผสมให้เข้ากันทีละผองจนหมด  เติมไข่ขาวครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ลงผสมจนหมดและเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. คนซาวร์ครีมให้เข้ากันแล้วเทลงในส่วนผสมข้อ 4 ตีต่อให้เข้ากันอีกครั้ง
  4. เติมซอสช็อกโกแลตที่เตรียมไว้ลงผสมเข้าด้วยกัน
  5. แบ่งแป้งเค้กออกเป็น 2 ส่วนร่อนส่วนแรกผ่านที่กรองชาหรือกระชอนตาถี่ลงไปให้ทั่วส่วนผสม คนให้เข้ากันดีตามด้วแป้งส่วนที่เหลือ
  6. เติมช็อกโกแลคสับละเอียดที่เหลือและผิวส้มลงคนพอเข้ากันใช้พายยางกวาดส่วนผสมที่ขอบชามลงตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน

เทส่วนผสมลงในพิมพ์นำเข้าตอบ

  1. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้โดยเทให้สูงจากพิมพ์เล็กน้อยดดยเทให้สูง จากพิมพ์เล็กน้อยจากนั้นยกพิมพ์ขึ้นให้สูงจากโต๊ะ 2 – 3 เซนติเมตร  แล้วเคาะเบา ๆ เพื่อไล่อากาศและทำให้หน้าเค้กเรียบ หากบนหน้าส่วนผสมแป้งมีฟองอากาศขนาดใหญ่เหลืออยู่ ให้ใช้ไม้ปลายแหลมเขี่ยออก
  2. วางพิมพ์ลงบนถาดอบพร้อมถ้วยใส่น้ำร้อนและนำไปอบนาน 45 – 50 นาทีจนสุกดี
  3. ยกเค้กออกจากเตา  วางพักไว้ให้คายความร้อน  และนำไปแช่เย็นให้เซตตัว  แกะเค้กออกจากพิมพ์

cheesecakeเมนู ”Chocolate Orange Cheesecake“ แสนอร่อยจาก
หนังสือในเครือ อมรินทร์
Cheesecake